โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

ดีเอสไอ เปิดคำให้การ ‘หนุ่ม กรรชัย’ บริจาคเงิน 1.5 ล้าน เข้ามูลนิธิฯ-บัญชีส่วนตัว ‘กัน จอมพลัง’

ไทยโพสต์

อัพเดต 10 ตุลาคม 2569 เวลา 23.45 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

"ดีเอสไอ" เปิดคำให้การ "หนุ่ม กรรชัย"ยืนยันตัวเลขเงินบริจาครวมราว 1.5 ล้านบาท เข้าบัญชี "มูลนิธิ กันจอมพลัง ช่วยสู้ - บัญชีส่วนตัวกันจอมพลัง" ไม่นับรวมยอดหลักหมื่นบาทประปรายตามปากต่อปากของกันจอมพลังรุดช่วยเหลือชาวบ้าน - สนับสนุนถุงยังชีพ และเห็น "กันจอมพลัง" ลงพื้นที่บรรเทาความเดือดร้อนชาวบ้านจริง จึงให้ความไว้ใจช่วยเหลือบริจาคเงิน "พนักงานสืบสวน" ชี้ ทั้งคู่ไม่มีเรื่องผลประโยชน์แอบอิงกันจากกรณีเงินบริจาค

10 ตุลาคม 2569 - คณะพนักงานสืบสวน กองกิจการอำนวยความยุติธรรม เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 9 ต.ค. นายกรรชัย กำเนิดพลอย ได้เข้าให้ข้อมูลชี้แจงเรื่องการบริจาคเงินเข้าบัญชีมูลนิธิ กันจอมพลัง ช่วยสู้ และบัญชีธนาคารส่วนตัวของนายกัณฐัศว์ โดยนายกรรชัย ได้ให้ข้อมูลกับพนักงานสืบสวนว่าตนเองได้บริจาคเงินไปทั้งสิ้นรวมราว ๆ 1.5 ล้านบาท แต่ก็ยังมีจำนวนเงินยิบย่อยหลักหมื่นบาทประปรายไปตามที่นายกัณฐัศว์ ระบุถึงการลงพื้นที่ช่วยเหลือคนตามสถานการณ์ต่าง ๆ หรือการซื้อถุงยังชีพ

ซึ่งนายกรรชัย ก็มีเจตจำนงอยากช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน จึงสนับสนุนช่วยโอนเงินให้นายกัณฐัศว์ตามที่มีการระบุแจ้ง แล้วตนเองก็มีความตั้งใจดี ให้ความไว้วางใจจึงบริจาคเงินช่วยเหลือ ซึ่งก็เห็นจริง ๆ ว่านายกัณฐัศว์ได้ลงพื้นที่ช่วยชาวบ้านจนได้รับการบรรเทาความเดือดร้อน

ทั้งนี้ทางพนักงานสืบสวนก็ได้สอบถามถึงความรู้จักกันสนิทสนมกันระหว่างนายกรรชัย กำเนิดพลอย และนายกัณฐัศว์ พงศ์ไพบูลย์เวชย์ ว่ารู้จักกันได้อย่างไร รู้จักกันแบบไหน มีการบริจาคเงินกี่บาทอย่างไรบ้าง เป็นต้น ซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นไปตามที่นายกรรชัย ได้ให้สัมภาษณ์แก่สื่อมวลชน แต่พนักงานสืบสวนก็จะมีมุมมองการสืบค้นข้อเท็จจริงประกอบพยานหลักฐานกับคำให้การของพยานปากอื่นด้วย อีกทั้งยังมีเรื่องของไทม์ไลน์วันเวลาตามรายการเส้นทางการเงิน สลีปการโอนเงิน และประเด็นกิจกรรมอื่น ๆ ที่ต้องไปใช้ดูเพิ่มเติม

อย่างไรก็ตาม ในกรณีหากในภายหลังดีเอสไอมีการรับคดีนี้เป็นคดีพิเศษ เพราะพบข้อเท็จจริงว่าอาจมีการใช้เงินบริจาคผิดวัตถุประสงค์ หรือมีการนำเงินไปใช้ในกิจการอื่นใดที่ไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ในการจดทะเบียนจัดตั้งมูลนิธิ ซึ่งในฐานะของผู้บริจาคเงินเข้ามูลนิธิ จะถือเป็นผู้เสียหายและร้องทุกข์กล่าวโทษได้หรือไม่นั้น ในส่วนนี้พนักงานสืบสวนก็ต้องดูจำนวนความเสียหายที่เกิดขึ้นก่อนว่าเป็นความเสียหายเท่าไร อย่างไร และทางมูลนิธิมีเจตนากระทำการตามความเสียหายจริงหรือไม่ ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องพิจารณาอย่างถี่ถ้วน เพราะพนักงานสืบสวนก็ต้องให้ความเป็นธรรมกับผู้ที่ถูกร้องให้ตรวจสอบด้วยเช่นเดียวกัน

ระหว่างนี้จึงต้องรวบรวมข้อเท็จจริงจากทั้งการสอบปากคำพยานรายอื่น ๆ และหลักฐานเอกสารจากหน่วยงานเกี่ยวข้อง หรือรวมถึงเส้นทางการเงิน จึงจะมีการเชิญนายกัณฐัศว์ มาสอบถามข้อมูลในลำดับถัดไป เพราะพนักงานสืบสวนต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงให้ได้ว่ามีพฤติการณ์ใดของมูลนิธิ หรือผู้เกี่ยวข้องกับมูลนิธิที่มีการใช้เงินผิดวัตถุประสงค์หรือไม่ หรือใช้เงินในกิจการอื่นใดที่ไม่เกี่ยวข้องกับมูลนิธิ อันเป็นความเสียหายต่อเจตนารมณ์ผู้บริจาค หรือเป็นการหลอกลวงหรือไม่ เป็นต้น ทั้งนี้ ปัจจุบันพนักงานสืบสวนได้ทยอยสอบปากคำพยานไปแล้วกว่า 10 ราย โดยมีทั้งกลุ่มผู้บริจาคเงิน และกลุ่มคนใกล้ชิดกับนายกัณฐัศว์

สำหรับความสัมพันธ์ของนายกรรชัย และนายกัณฐัศว์ ในเรื่องนี้ (การบริจาคเงินเข้ามูลนิธิ กันจอมพลัง ช่วยสู้ และบัญชีธนาคารส่วนตัวของนายกัณฐัศว์ จนเป็นเหตุให้นายกรรชัยต้องเข้าพบพนักงานสืบสวนตามหนังสือเชิญให้ข้อมูล) พบว่าไม่ใช่เรื่องของการทะเลาะใด ๆ และไม่มีเรื่องผลประโยชน์แอบอิงกัน แต่เป็นเพียงการแยกกันเดินหน้าใช้ชีวิตเท่านั้น ซึ่งนายกรรชัยก็มาให้ข้อมูลตามที่ดีเอสไอมีหนังสือเชิญไป

อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญในเรื่องนี้คือการใช้จ่ายเงินภายในมูลนิธิ และการจัดการเงินในมูลนิธิ ซึ่งจำนวนเงินที่ถูกโอนเข้าสู่ค่อนข้างมีจำนวนมาก จึงไม่ได้หมายความว่าต้องดูทุกเส้นเงินที่โอนเข้ามา แต่พนักงานสืบสวนจะโฟกัสในคนที่เกี่ยวข้อง หรือมีการบริจาคเงินในลักษณะเฉพาะแตกต่างไปจากกลุ่มอื่น ๆ

และพนักงานสืบสวนไม่ได้มองแค่ว่าจะต้องมีเงินจากพรรคการเมือง หรือนักการเมืองเคยโอนเงินบริจาคเข้าบัญชีมูลนิธิ หรือบัญชีส่วนตัวหรือไม่ เพราะการวิเคราะห์เรื่องธุรกรรม ต้องไม่ดูแค่ยอดเงินเพียงอย่างเดียว แต่ต้องดูประกอบกับพยานหลักฐานหลายสิ่งเพื่อพิจารณาข้อเท็จจริงให้รอบด้าน ปัจจุบันนี้พนักงานสืบสวนจึงเปิดรับข้อมูลทุกด้านเพื่อจะนำข้อมูลที่ได้รับเข้าสู่ที่ประชุมเพื่อวางแนวทางการสืบสวนสอบสวนและพิสูจน์ข้อเท็จจริงตามที่สังคมต้องการรับทราบต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...