เมินคำพิพากษาศาล! “ไตรรัตน์” โต้ปมประชุม 6 บอร์ด กสทช. ยันคดี “หมอสรณ” ยังไม่สิ้นสุด หวั่นรับรองมติเสี่ยงถูกฟ้อง!
เมินคำพิพากษาศาล! “ไตรรัตน์” อ้างคดี “หมอสรณ” อยู่ชั้นอุธรณ์ ยังไม่ถือว่าผิด สวน 6 บอร์ดประชุมแยก ไร้รายงาน-ไฟล์เสียง สำนักงานไม่กล้ารับรองมติ หวั่นคำสั่งคืนเงิน-เสี่ยงฟ้องร้อง ลามกระทบเวที ITU-โรดแม็ปทีวีดิจิทัล
วันที่ 22 ต.ค. 2569 นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการและรักษาการแทนเลขาธิการสำนักงาน กสทช. แถลงชี้แจงการทำงานของสำนักงาน กสทช. ท่ามกลางความขัดแย้งภายในบอร์ด กสทช. โดยระบุว่า สถานการณ์ปัจจุบันมีข้อจำกัดทั้งด้านการบริหารงาน ความชัดเจนของสถานะมติที่ประชุม และการดำเนินภารกิจสำคัญทั้งในประเทศและต่างประเทศ
นายไตรรัตน์กล่าวว่า หนึ่งในปัญหาสำคัญคือข้อถกเถียงเกี่ยวกับสถานะของ นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. ภายหลังมีคำตัดสินในชั้นศาล โดยฝ่ายประธานยังคงปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา 60 แห่ง พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ พ.ศ. 2553 และอยู่ระหว่างกระบวนการอุทธรณ์ ทำให้เกิดข้อกังวลเกี่ยวกับผลทางกฎหมายและความชัดเจนในการปฏิบัติหน้าที่
ขณะเดียวกัน กรรมการ กสทช. อีก 6 คน ได้จัดประชุมแยกกันมาแล้วประมาณ 3-4 ครั้ง แต่สำนักงาน กสทช. ระบุว่ายังไม่ได้รับรายงานการประชุมหรือไฟล์บันทึกเสียงอย่างเป็นทางการ จึงไม่สามารถตรวจสอบรายละเอียดและพิจารณาสถานะทางกฎหมายของมติได้อย่างครบถ้วน
นายไตรรัตน์เปิดเผยว่า สำนักงานฯ เคยเสนอทางออกหลายแนวทาง ทั้งการให้กรรมการทั้ง 6 คนจัดทำหนังสือแสดงเจตนาร่วมกันให้ชัดเจน หรือใช้กระบวนการตามมาตรา 20 วรรคห้า เพื่อเลือกประธานคนใหม่ หากเห็นว่าประธานคนเดิมพ้นจากตำแหน่งแล้ว แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการดำเนินการตามแนวทางดังกล่าว
นอกจากนี้ ยังมีข้อกังวลเกี่ยวกับข้อมูลการสั่งลบเทปบันทึกเสียงการประชุมของกรรมการกลุ่มดังกล่าว ซึ่งอาจกระทบต่อความโปร่งใสและการตรวจสอบย้อนหลัง อย่างไรก็ตาม ประเด็นนี้ยังจำเป็นต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างเป็นทางการ
สำหรับการนำมติบอร์ดไปปฏิบัติ นายไตรรัตน์ระบุว่า สำนักงานฯ จำเป็นต้องตรวจสอบความถูกต้องตามกฎหมายอย่างรอบคอบ เนื่องจากมติบางเรื่องอาจมีผลผูกพันในฐานะคำสั่งทางปกครอง โดยเฉพาะกรณีสั่งคืนเงินให้บริษัท หรือสั่งปรับผู้ประกอบการวันละ 2-3 ล้านบาท หากดำเนินการตามมติที่ยังมีข้อโต้แย้ง อาจนำไปสู่การฟ้องร้องและความเสี่ยงทางกฎหมายต่อผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน
นายไตรรัตน์ย้ำว่า สำนักงาน กสทช. ต้องคำนึงถึงการคุ้มครองเจ้าหน้าที่เกือบ 2,000 คน โดยการดำเนินงานทุกขั้นตอนต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานของกฎหมาย มีหลักฐานตรวจสอบได้ และไม่ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องรับความเสี่ยงจากการปฏิบัติตามมติที่ยังมีข้อสงสัย
ส่วนกระแสข่าวที่ว่ารัฐบาลอาจออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) เพื่อยุบหรือยุติบทบาทบอร์ด กสทช. นายไตรรัตน์ปฏิเสธว่าเป็นเพียงการคาดการณ์ที่ยังไม่มีข้อเท็จจริงรองรับ และเชื่อว่าภาครัฐจะไม่ดำเนินการในลักษณะดังกล่าว
นายไตรรัตน์ยังเตือนว่า ความขัดแย้งภายในบอร์ดอาจกระทบต่อบทบาทของประเทศไทยในเวทีระหว่างประเทศ โดยเฉพาะการประชุมสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (ITU) ซึ่งมีความสำคัญต่อการกำหนดทิศทางนโยบายโทรคมนาคมโลก เนื่องจากยังมีความไม่ชัดเจนเกี่ยวกับการแต่งตั้งหัวหน้าคณะผู้แทนไทย รวมถึงเอกสารมอบอำนาจจากรัฐบาล หรือ Authority ที่จำเป็นต่อการยืนยันสถานะผู้แทน
หากไม่สามารถจัดการเรื่องดังกล่าวได้อย่างชัดเจน อาจส่งผลต่อความพร้อมของประเทศไทยในการสมัครรับเลือกตั้งเข้าสู่คณะมนตรีบริหาร ITU และกระทบต่อบทบาทของไทยในการร่วมกำหนดนโยบายโทรคมนาคมและเศรษฐกิจดิจิทัลระดับสากล
ขณะเดียวกัน ความขัดแย้งยังทำให้โรดแม็ปทีวีดิจิทัล (TV Digital Roadmap) ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญที่ผู้ประกอบการติดตาม ยังไม่มีความชัดเจนหรือข้อสรุปที่เป็นรูปธรรม เนื่องจากการดำเนินงานต้องอาศัยมติและกระบวนการพิจารณาของบอร์ด
ทั้งนี้ สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนผลกระทบจากความขัดแย้งภายในองค์กรกำกับดูแล ทั้งต่อการบริหารงาน การบังคับใช้กฎหมาย การกำกับผู้ประกอบการ และบทบาทของประเทศไทยในเวทีระหว่างประเทศ โดยความท้าทายสำคัญคือการทำให้กระบวนการตัดสินใจมีความชัดเจน โปร่งใส ตรวจสอบได้ และสามารถนำไปปฏิบัติได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย