โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘เอกนิติ’ เบรกเก็บภาษีเดินทาง – หนุนยกเลิก “Ear Marked Tax” เตรียมทบทวนแผนการคลังฯ พ.ย.นี้

ไทยพับลิก้า

อัพเดต 12 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 12 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

‘เอกนิติ’ เบรกเก็บภาษีเดินทาง 1,000 บาท ยึดหลักวินัยการคลัง – หนุนสภาฯยกเลิก “Ear Marked Tax” เตรียมเรียกสำนักงบฯ – แบงก์ชาติ – สภาพัฒน์ – คลัง ทบทวนแผนการคลังระยะปานกลางภายใน พ.ย.นี้ หลังปิดงบปี’69 เก็บภาษีทะลุเป้า – ขาดดุลต่ำกว่าประมาณการ คาดบรรลุเป้าหมายขาดดุล 3%ต่อ GDP ก่อนกำหนด

ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวถึงความคืบหน้าในการจัดเก็บภาษีเดินทางออกนอกราชอาณาจักรที่กรมสรรพากรเปิดรับฟังความคิดเห็นว่า หลังจากที่ได้หารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ผู้ประกอบการสายการบิน ตัวแทนจำหน่ายตั๋วเครื่องบิน และนักท่องเที่ยวต่างชาติแล้ว การจัดเก็บภาษีเดินทางออกนอกราชอาณาจักรในช่วงนี้ ไม่ใช่จังหวะเวลาที่เหมาะสม คงต้องชะลอออกไปก่อน เนื่องจากรัฐบาลต้องการรักษาบรรยากาศของการท่องเที่ยว โดยใช้โอกาสการเป็นเจ้าภาพจัดประชุม IMF-World Bank 2026 ซึ่งมีกระแสตอบรับดีมาก ผู้ที่มาประชุมหลายคนอยากจะกลับมาเที่ยวเมืองไทยอีก คาดว่าในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปีนี้ การท่องเที่ยวน่าจะคึกคัก และรัฐบาลมีความจำเป็นต้องใช้การท่องเที่ยวเป็นเครื่องยนต์ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

เบรกเก็บภาษีเดินทางออกนอกประเทศ 1,000 บาท

“หากจัดเก็บภาษีเดินทางออกนอกราชอาณาจักรในช่วงนี้ คงไม่เหมาะสม เพราะจะทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติที่เข้ามาเที่ยวเมืองไทยมีภาระหนักเกินไป โดยขาเข้าก็ต้องจ่ายค่าเหยียบแผ่นดิน 450 บาท ขาออกจ่ายอีก 1,000 บาท กลายเป็นภาระกับผู้ประกอบการสายการบิน และธุรกิจท่องเที่ยวที่นำนักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวเมืองไทยด้วย โดนทั้ง 2 ขาเลย ตอนนี้จึงยังไม่ควรเก็บภาษีเดินทาง” ดร.เอกนิติ กล่าว

ปิดงบปี’69 ฐานะแข็งแกร่ง คาดบรรลุเป้าขาดดุล 3% ก่อนกำหนด

ถามว่า หากไม่เก็บภาษีเดินทางออกนอกราชอาณาจักรแล้วจะกระทบกับประมาณการรายได้ในแผนการคลังระยะปานกลางปีงบประมาณ 2570 – 2573 หรือไม่

ดร.เอกนิติ ตอบว่า วันนี้ฐานะการคลังของรัฐบาลดีกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้ จากเดิมเคยคาดว่าในปีงบประมาณ 2569 จะขาดดุล 4.4% ของ GDP ปรากฎว่าตัวเลขล่าสุดที่สำนักงานเศรษฐกิจการคลังรายงานมา ณ สิ้นปีงบประมาณ 2569 ขาดดุลงบประมาณจริงแค่ 3.4% ของ GDP เท่านั้น คาดว่าการบริหารดุลการคลังน่าจะเข้าสู่เป้าหมาย 3% ต่อ GDP ได้เร็วขึ้นกว่าเดิม

เรียก 4 หน่วยงาน ทบทวนแผนการคลังฯใน พ.ย.นี้

ส่วนกรณีที่สภาพัฒน์ ฯประเมินว่าหนี้สาธารณะต่อ GDP ของรัฐบาล อาจปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นเกินเพดานที่กฎหมายกำหนด 70% ภายในปีงบประมาณ 2571

ดร.เอกนิติ ตอบว่า วันนี้สถานการณ์ทางการคลังปรับดีขึ้น โดยผลการจัดเก็บรายได้ของรัฐบาลในปีงบประมาณ 2569 สูงกว่าเป้าหมายที่กำหนดไว้มาก โดยเฉพาะการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ที่เก็บจากการบริโภค ซึ่งคำนวณมาจากมูลค่า เมื่อราคาสินค้าเพิ่มขึ้น จึงทำให้การจัดเก็บภาษีสูงกว่าเป้าหมาย สะท้อนให้เห็นว่าฐานะการคลังของรัฐบาลปรับตัวดีกว่าที่คาดการณ์ไว้มาก

ในเดือนพฤศจิกายน 2569 นี้ ผมจะเรียก 4 หน่วยงาน อาทิ สำนักงบประมาณ สภาพัฒน์ ฯ กระทรวงการคลัง และแบงก์ชาติ มาประชุมเพื่อทบทวนแผนการคลังระยะปานกลางต่อไป เรื่องนี้ก็ถือเป็นข่าวดีที่ทำให้ตลาดพันธบัตร หรือ ตลาดบอนด์ของไทยแข็งแกร่งมาก วันนี้อเมริกาจะออกพันธบัตรอายุ 10 ปี มากู้เงินต้องจ่ายดอกเบี้ย 5.2 – 5.3% ฝรั่งเศสเกือบ 5% ส่วนเมืองไทยแค่ 2.3-2.4% ต้นทุนของเราถูกเยอะครับ

ยึดหลักวินัยการคลัง หนุนยกเลิก “Ear Marked Tax”

ถามถึงเรื่องการร่าง พ.ร.บ. 4 ฉบับ ที่ยกเลิกการจัดเก็บเงินบำรุงกองทุน หรือ “Ear Marked Tax” แล้วเปลี่ยนใช้ระบบงบประมาณรายจ่ายประจำปีแทน หลักทำประชาพิจารณ์แล้วมีผู้ไม่เห็นด้วย หรือ คัดค้านเป็นจำนวนมาก รัฐบาลจะเดินหน้าผลักดันร่างกฎหมายดังกล่าวเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของสภาฯต่อไปหรือไม่

ดร.เอกนิติ ตอบว่า “วันนี้เราต้องแยกระหว่างอำนาจของฝ่ายบริหาร กับฝ่ายนิติบัญญัติ ซึ่งเรื่องนี้เป็นข้อเสนอของฝ่ายนิติบัญญัติ แต่ถ้าถามความคิดเห็นของกระทรวงการคลังแล้วจะเห็นว่า ตามเจตนารมณ์ของ พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังของรัฐ 2561 มาตรา 26 สะท้อนให้เห็นชัดเจนว่า ไม่ต้องการให้มี Ear Marked Tax เลย ตรงนี้คือหลักวินัยการคลังครับ”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...