โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

WHOจี้‘อนุทิน’ คงสถานะสสส. มหิดลร่วมหนุน

ไทยโพสต์

อัพเดต 26 ตุลาคม 2569 เวลา 4.09 น. • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

WHO ส่ง จม.เปิดผนึกถึงนายกฯ อนุทิน หนุนรัฐบาลไทยคงเสถียรภาพการเงินการคลังของกองทุน สสส. แนะคงภาษีเหล้า-บุหรี่ อธิการบดีมหิดลเห็นพ้อง แนะรัฐบาลเปลี่ยนท่าทีฟังเสียงประชาชน

เมื่อวันที่ 25 ต.ค.2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นพ.เทดรอส อัดฮานอม เกเบรเยซุส ผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลก หรือ WHO ได้ส่งจดหมายเปิดผนึกถึงนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และสำเนาถึง รมว.การต่างประเทศ, รมว.สาธารณสุข, คณะผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาชาติ และองค์การระหว่างประเทศอื่นๆ ณ นครเจนีวา ลงวันที่ 14 ต.ค. โดยได้แสดงจุดยืนและมุมมองต่อทิศทางนโยบายสาธารณสุขของไทย พร้อมเน้นย้ำถึงความสำคัญของการรักษาความยั่งยืนทางการเงินการคลังของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) รวมถึงการคงความเข้มข้นของมาตรการภาษีผลิตภัณฑ์ยาสูบและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพื่อปกป้องสุขภาพและลดภาระโรคไม่ติดต่อของประชาชนในระยะยาว

นพ.เทดรอสได้ระบุรายละเอียดในจดหมายถึงบทบาทอันโดดเด่นและยาวนานของไทย ในฐานะผู้นำทั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลกด้านการสร้างเสริมสุขภาพและงานป้องกันโรค โดยเฉพาะอย่างยิ่งความสำเร็จในการรับมือกับความท้าทายด้านสาธารณสุขที่สำคัญ เช่น อันตรายที่เกิดจากการบริโภคยาสูบและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งไทยได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องและเป็นรูปธรรม ซึ่ง สสส.เคยได้รับรางวัลอันทรงเกียรติอย่าง รางวัลเนลสัน แมนเดลา ด้านการสร้างเสริมสุขภาพประจำปี 2564 มาแล้ว

นพ.เทดรอสกล่าวว่า สำหรับประเด็นการพิจารณาโครงสร้างและแหล่งเงินทุนในอนาคตนั้น WHO มีข้อแนะนำถึงรัฐบาลว่า ประสบการณ์ทั้งภายในประเทศและระดับนานาชาติได้พิสูจน์ให้เห็นอย่างชัดเจนแล้วว่า การลงทุนที่ออกแบบมาอย่างมีประสิทธิภาพในด้านการป้องกันโรค สามารถสร้างผลตอบแทนที่เป็นประโยชน์อย่างมหาศาล ทั้งในมิติของสุขภาพที่ดีขึ้น มิติทางสังคม และการขับเคลื่อนเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ ดังนั้น จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องสร้างหลักประกันว่าจะมีแหล่งเงินทุนที่เพียงพอ ยั่งยืน และสามารถคาดการณ์ล่วงหน้าได้สำหรับการดำเนินงานในส่วนนี้

“ขอเน้นย้ำว่า การปรับเปลี่ยนข้อตกลงด้านการจัดหาเงินทุนใดๆ ควรคำนึงถึงการปกป้องผลกระทบด้านสาธารณสุขจากภาษียาสูบและแอลกอฮอล์เป็นสำคัญ ผ่านการรักษาภาระภาษีโดยรวม เนื่องจากมาตรการทางภาษีถือเป็นเครื่องมือด้านสาธารณสุขที่มีประสิทธิภาพสูง มีการศึกษาวิจัยที่ระบุชัดว่าช่วยลดอัตราการบริโภคและบรรเทาอันตรายที่ตามมา และช่วยสร้างรายได้เข้ารัฐไปพร้อมกัน ซึ่งสอดคล้องกับข้อริเริ่ม 3 by 35 Initiative ของ WHO ซึ่งเป็นกรอบความร่วมมือสนับสนุนให้ประเทศสมาชิกใช้มาตรการทางภาษีเพิ่มราคาที่แท้จริงของผลิตภัณฑ์ที่ก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อสุขภาพ เช่น ยาสูบ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และเครื่องดื่มที่มีน้ำตาล ตามบริบทและสถานการณ์ภายในปี 2578” นพ.เทดรอสกล่าว

นพ.เทดรอสยังได้เน้นย้ำในช่วงท้ายจดหมายเปิดผนึก แสดงความเชื่อมั่นว่า รัฐบาลไทยจะยังคงให้ความสำคัญกับการลงทุนระยะยาวด้านการป้องกันโรค และรักษาไว้ซึ่งประโยชน์ด้านสาธารณสุขที่เกิดจากระบบภาษีเพื่อสุขภาพที่มีประสิทธิภาพ WHO พร้อมสนับสนุนข้อมูลเชิงประจักษ์ คำแนะนำทางเทคนิค และแบ่งปันประสบการณ์จากนานาประเทศ เพื่อร่วมเคียงข้างและสนับสนุนการดำเนินงานของรัฐบาลไทยต่อไป

ด้าน ศ.นพ.ปิยะมิตร ศรีธรา อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า การที่ผู้อำนวยการใหญ่ WHO ส่งจดหมายเปิดผนึกถึงรัฐบาลไทย สะท้อนความห่วงใยมีต่อไทย เนื่องจาก นพ.เทดรอสได้มาเยือนไทยหลายครั้ง และเข้าใจบทบาทการทำงานระบบสาธารณสุขไทย และ สสส.เป็นอย่างดี ซึ่งความกังวลและข้อห่วงใยของผู้อำนวยการใหญ่ WHO เป็นเรื่องที่ถูกต้อง ในฐานะอาจารย์แพทย์ในโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยเอง ยังไม่เข้าใจว่า เหตุใดต้องไปปรับเปลี่ยนมาตรการทางการเงินการคลัง ทั้งที่วิธีการนี้ทำให้เกิดความยั่งยืนทางการเงินที่จะสนับสนุนให้ประชาชนมีสุขภาพดีได้อย่างดีมาก มีความเป็นอิสระ ถูกแทรกแซงได้ยาก

ศ.นพ.ปิยะมิตรกล่าวต่อว่า สิ่งที่กังวลคือ ถ้าเกิดการเปลี่ยนแปลงเรื่องการเงินการคลังเช่นนี้ จะทำให้ภาษีบุหรี่และสุราถูกลดทอนลง มีความเสี่ยงที่จะเจออิทธิพลของนักการเมือง การล็อบบี้ยิสต์จากผู้ผลิตสุราและยาสูบ ทำให้การทำงานลดบริโภคสุราและยาสูบทำได้ยากขึ้น แม้เรื่องนี้จะยังมีขั้นตอนอีกยาว แต่คิดว่ารัฐบาลควรรับฟังความห่วงใยจาก WHO และถ้ารัฐบาลเปลี่ยนท่าทีในเรื่องนี้ โดยยังคงมาตรการทางภาษีการเงินการคลัง สสส.ไว้อย่างเดิม จะได้เสียงสนับสนุนจากประชาชนเพิ่มขึ้น เพราะเห็นได้ชัดว่าประชาชนมาลงชื่อแสดงความไม่เห็นด้วยเป็นจำนวนมาก.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...