โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

ชัดเจน! ม.เกษตรฯ แจงปมกะเพรา ในฐานะจับมือ ซีพีแรม ทำวิจัย

สยามนิวส์

เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • ทีมข่าวสยามนิวส์
เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2569 มีรายงานว่า มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ออกมาชี้แจงเกี่ยวกับการจดทะเบียนคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่ กะเพราแก้วจุรี 01-04 ซึ่งเป็นผลงานวิจัยร่วมระหว่างมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กับบริษัท ซีพีแรม จำกัด ผ่านเพจเฟซบุ๊ก Kasetsart University โดยระบุว่า ทางมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้ออกมาเปิดเผยข้อเท็จจริงเพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องแก่สังคม

เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2569 มีรายงานว่า มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ออกมาชี้แจงเกี่ยวกับการจดทะเบียนคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่ กะเพราแก้วจุรี 01-04 ซึ่งเป็นผลงานวิจัยร่วมระหว่างมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กับบริษัท ซีพีแรม จำกัด ผ่านเพจเฟซบุ๊ก Kasetsart University โดยระบุว่า ทางมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้ออกมาเปิดเผยข้อเท็จจริงเพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องแก่สังคม ดังนี้

1. ประชาชนและเกษตรกรยังปลูก-ขายกะเพราได้ตามปกติ

- การจดทะเบียนคุ้มครองพันธุ์พืชดังกล่าว คุ้มครองเฉพาะพันธุ์พืชใหม่ (แก้วจุรี 01-04) ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นมาเท่านั้น

- ไม่ได้ครอบคลุมกะเพราสายพันธุ์พื้นเมืองหรือพันธุ์ทั่วไป ในประเทศไทย

- เกษตรกรและประชาชนทั่วไปยังคงสามารถปลูกกะเพราพันธุ์เดิมที่มีอยู่ เก็บใบขาย นำไปทำอาหาร หรือเก็บเมล็ดพันธุ์ไว้ปลูกต่อได้ตามปกติ โดยไม่ต้องเปลี่ยนมาซื้อเมล็ดพันธุ์จากบริษัทแต่อย่างใด

2. ทำไมต้องพัฒนากะเพรา "แก้วจุรี"?

การวิจัยนี้จัดทำขึ้นระหว่างปี 2563-2566 โดยมุ่งเน้นแก้โจทย์การผลิตจริงในอุตสาหกรรมอาหาร เช่น การพัฒนาขนาดใบ กลิ่นหอม และคุณลักษณะเฉพาะที่เหมาะกับการนำไปเป็นวัตถุดิบแปรรูปอาหาร

มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ร่วมดำเนินการวิจัยและปรับปรุงพันธุ์กะเพรากับ CPRAM โดยใช้กระบวนการปรับปรุงพันธุ์ร่วมกับเทคนิคการเพิ่มจำนวนชุดโครโมโซม เพื่อคัดเลือกกะเพราที่มีลักษณะเหมาะสมกับการนำไปใช้งาน

จากการวิจัยสามารถพัฒนากะเพราพันธุ์ใหม่ได้จำนวน 4 พันธุ์ ได้แก่ แก้วจุรี 01, 02, 03 และ 04 ซึ่งต่อมา CPRAM ได้นำไปจดทะเบียนคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่กับกรมวิชาการ เกษตร

อย่างไรก็ตาม จากข้อกังวลที่ว่า ถ้าเกสรปลิวไปผสมกับกะเพราบ้าน จะโดนจับหรือโดนฟ้องหรือไม่นั้น ขอยืนยันว่าเป็นไปไม่ได้ในทางวิทยาศาสตร์ เพราะกะเพราเป็นพืชผสมตัวเอง และสายพันธุ์ใหม่ของ CP เป็นพืช 4n โครโมโซมต่างจากกะเพราทั่วไป โอกาสผสมข้ามพันธุ์ตามธรรมชาติมีเพียง 0.001% หากผสมติด ลูกที่ออกมาก็จะมีหน้าตาเปลี่ยนไป ไม่เหมือนพันธุ์ที่ขอคุ้มครองไว้ จึงไม่สามารถฟ้องร้องละเมิดสิทธิ์ได้

3. ประโยชน์ที่สังคมและเกษตรกรได้รับจากงานวิจัย

- มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้พัฒนาองค์ความรู้และประสบการณ์ด้านการปรับปรุงพันธุ์พืช รวมถึงมีโอกาสสร้างรายได้เพื่อสนับสนุนงานวิจัย

- ด้านเกษตรกร และชุมชน ได้รับการส่งเสริมองค์ความรู้ในการเพาะปลูก และมีโอกาสเชื่อมโยงกับตลาดรับซื้อวัตถุดิบที่แน่นอนผ่านเครือข่ายเกษตรกร

- ด้านผู้บริโภค ได้รับประทานอาหารที่มีวัตถุดิบคุณภาพ กลิ่นและรสชาติดีเยี่ยม ขณะเดียวกันก็ยังมีตัวเลือกซื้อกะเพราพันธุ์ทั่วไปในท้องตลาดได้เหมือนเดิม

- ด้านเศรษฐกิจและการเกษตรไทย ช่วยยกระดับศักยภาพนักวิจัยไทย สร้างนวัตกรรมเพิ่มมูลค่าให้พืชเศรษฐกิจ และศึกษาวิจัยทรัพยากรพันธุกรรมพืชควบคู่ไปกับการรักษาสิทธิของชุมชนตามกฎหมาย

มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ยืนยันมุ่งมั่นสร้างสรรค์งานวิจัยเพื่อประโยชน์สูงสุดของเกษตรกร ประชาชน และการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน

ข้อมูลจาก ศูนย์วิจัยและพัฒนาพืชผักเขตร้อน ภาควิชาพืชสวน คณะเกษตร กำแพงแสน

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...