โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

นายกฯ สั่งทุกจังหวัดตั้งศูนย์รับมือฝน 4–10 ต.ค. เร่งเตือนภัย-แจ้งสิทธิ “ประกันภัยพิบัติ” 30 ล้านครัวเรือน

THE ROOM 44 CHANNEL

เผยแพร่ 16 ชั่วโมงที่ผ่านมา

นายกฯกำชับทุกจังหวัดตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ เฝ้าระวังฝนตกหนัก 4–10 ต.ค. สั่งการ บกปภ.ช. บูรณาการทำงานเป็นทีม เร่งแจ้งเตือนภัย-ประชาสัมพันธ์สิทธิ "ประกันภัยพิบัติ" 30 ล้านครัวเรือน

วันที่ 3 ต.ค.ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) เพื่อติดตามสถานการณ์และการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย โดยมีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ นายภราดร ปริศนานันทกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พร้อมผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงมหาดไทย

กรุงเทพมหานคร ผู้นำเหล่าทัพ และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมผู้ว่าราชการจังหวัด 76 จังหวัด ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอร์เรนซ์

นายอนุทิน กล่าวว่า ขอขอบคุณทุกภาคส่วนที่ให้ความร่วมมือมาร่วมประชุมติดตามรับมือสถานการณ์อุทกภัยและการให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างต่อเนื่องโดยไม่มีวันหยุดในสถานการณ์เช่นนี้ ซึ่งจะช่วยสร้างความมั่นใจและลดความวิตกกังวลของประชาชนได้ว่าหน่วยงานภาครัฐคอยติดตามดูแลปัญหาของพวกเขาอย่างใกล้ชิด

สำหรับสถานการณ์ในภาพรวมขณะนี้พัฒนาไปในทิศทางที่ดีขึ้นตามลำดับ โดยเฉพาะการเร่งระดมสูบน้ำออกจากพื้นที่ที่มีน้ำท่วมขัง ทั้งในกรุงเทพมหานคร ปริมณฑล และจังหวัดในภาคกลางและภาคตะวันตก สิ่งที่ต้องเร่งเตรียมความพร้อมตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปคือการรับมือกับปริมาณน้ำฝนที่จะเพิ่มขึ้นตั้งแต่วันที่ 4 - 10 ต.ค. 69

"ตามการคาดการณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยา โดยคาดว่าพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือจะเริ่มคลี่คลาย และมีปริมาณฝนในระดับปานกลาง ในขณะที่มวลน้ำก้อนใหญ่จากบริเวณทะเลจีนใต้ เคลื่อนตัวเข้าเวียดนามสู่ภูมิภาคอินโดจีนเป็นสิ่งที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด รวมถึงต้องเฝ้าระวังพื้นที่ภาคใต้เป็นพิเศษ โดยได้สั่งการไปยังแม่ทัพภาคที่ 4 กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า และผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดให้เตรียมความพร้อมทั้งด้านการป้องกัน การเยียวยา และการเตรียมการอพยพประชาชน

สำหรับพื้นที่กรุงเทพมหานคร แม้จะมีฝนตกหนักแต่ยังไม่ส่งผลกระทบต่อการระบายน้ำที่มาเพิ่ม จึงขอให้เร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ให้เร็วที่สุด ด้านการช่วยเหลือประชาชนเรื่องสิ่งของจำเป็นและอาหาร ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงภาคเอกชน และจิตอาสาได้ดำเนินการเข้าช่วยเหลือในพื้นที่อย่างกว้างขวางแล้ว" นายอนุทิน กล่าว

นายอนุทิน กล่าวว่า ในการปฏิบัติงานร่วมกัน ขอให้ทุกฝ่ายทำงานเป็นทีมเดียวกัน เพื่อลดแรงกดดัน สื่อสารข้อมูลการคาดการและเฝ้าระวังมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น พร้อมกันนี้ ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องชี้แจงให้ประชาชนทราบถึง "โครงการประกันภัยพิบัติแห่งชาติ" สำหรับครัวเรือนที่ประสบอุบัติภัย โดยให้ศึกษาข้อมูลจากเอกสารสรุปที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจัดทำขึ้นให้เข้าใจถ่องแท้ก่อนนำไปเผยแพร่

"ขอขอบคุณทุกภาคส่วนที่บูรณาการความร่วมมือระดมทั้งอุปกรณ์ เครื่องจักร เรือ เครื่องสูบน้ำ และกำลังคนลงสู่พื้นที่อย่างเต็มรูปแบบ ขอให้เจ้าหน้าที่ทุกคนมุ่งมั่นในการช่วยเหลือประชาชนโดยไม่ต้องสนใจเสียงวิพากษ์วิจารณ์ เพราะผลลัพธ์จากการทำงานอย่างเต็มที่ แสดงให้เห็นชัดเจนแล้วว่าทำให้สถานการณ์เริ่มมีแนวโน้มกลับเข้าสู่สภาวะปกติ ทั้งนี้ ภายหลังการประชุมตนและคณะจะเดินทางไปลงพื้นที่ตรวจสถานการณ์และบริหารจัดการน้ำตั้งแต่จังหวัดชัยนาท ลงมาจนถึงจังหวัดภาคกลางต่อไป" นายอนุทิน กล่าว

นายอนุทิน ได้มีข้อสั่งการในช่วงท้ายการประชุมว่า เรื่องของการบริหารจัดการ ขอให้ทุกจังหวัดและทุกหน่วยงานจัดตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ในทุกระดับ พร้อมกำหนดพื้นที่รับผิดชอบและมอบหมายภารกิจให้ชัดเจนตามที่ได้เน้นย้ำทุกครั้ง โดยให้บูรณาการหน่วยงานทุกภาคส่วนอย่างเป็นเอกภาพ เพื่อให้มีจุดประสานงานที่ประชาชนสามารถเข้าถึงได้ ตลอดจนบูรณาการความร่วมมือจากกำลังพลทุกภาคส่วน ทั้งทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง ท้องถิ่น มูลนิธิ และองค์การกุศลให้เพียงพอต่อการปฏิบัติภารกิจ รวมทั้งจัดระบบผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนเจ้าหน้าที่ในพื้นที่วิกฤตให้มีความเหมาะสม เพื่อป้องกันความเหนื่อยล้าและรักษาประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน

ด้านข้อมูลข่าวสารและการแจ้งเตือนภัย ขอให้หน่วยงาน ปภ. ร่วมกับจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สื่อสารและแจ้งเตือนประชาชนอย่างต่อเนื่องด้วยข้อมูลที่ถูกต้อง กระชับ เข้าใจง่าย และทันต่อสถานการณ์ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ เพื่อให้ประชาชนสามารถเตรียมพร้อมและรับมือได้ทันเวลา นอกจากนี้ ขอเพิ่มเติมให้กระจายข้อมูลข่าวสารและสร้างความเข้าใจแก่ประชาชนในเรื่องของสิทธิที่จะได้รับ หลักเกณฑ์จากการประกันภัยที่รัฐบาลได้จัดเตรียมไว้ให้จำนวน 30 ล้านครัวเรือน เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบถึงสิทธิ

ด้านการติดตามกำกับดูแล ขอให้หน่วยงาน ปภ. เป็นศูนย์กลางในการกำกับติดตามและประเมินสถานการณ์ในภาพรวมอย่างใกล้ชิด ตลอดจนเร่งประสานงานและแก้ไขข้อขัดข้องระหว่างหน่วยงาน เพื่อให้มีข้อมูลเพียงชุดเดียวในการประเมินและตัดสินใจในด้านต่างๆ ซึ่งจะนำไปสู่การช่วยเหลือประชาชนด้วยความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...