เปิดหลักฐานย้อนแย้ง สำนักงานฯ ทิ้งบอร์ดอ้างติดภารกิจ "เฝ้าห้องเปล่า" - กรรมการที่มาประชุม เตือนข้อหา ม.157
เปิดหลักฐานย้อนแย้ง สำนักงานฯ ทิ้งบอร์ดอ้างติดภารกิจ "เฝ้าห้องเปล่า" - กรรมการที่มาประชุม เตือนข้อหา ม.157
วันที่ 3 ต.ค.69 ผู้สื่อข่าวรายงานถึงความวุ่นวายภายในสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) จากเหตุการณ์เมื่อวานนี้ (2 ต.ค.) ที่ผ่านมา โดย กรรมการ กสทช. จำนวน 6 ท่าน ได้จัดการประชุม กสทช. นัดพิเศษ ครั้งที่ 1/2569 ตามที่ นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลาขาธิการ ในฐานะรักษาการเลขาธิการ กสทช. มีหนังสือลงวันที่ 1 ต.ค. 2569 เรื่อง ขอเชิญประชุม กสทช. นัดพิเศษ เพื่อบริหารจัดการวาระการประชุมที่ค้างอยู่เป็นจำนวนมาก โดยมีนายศุภัช ศุภชลาศัย ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุมชั่วคราว แต่พอถึงเวลากลับไม่มีเจ้าหน้าที่จากสำนักงาน กสทช. เข้ามาทำหน้าที่เลขานุการในที่ประชุม รวมถึงไม่มีการจัดเตรียมลิงก์ออนไลน์ให้กับกรรมการที่ต้องเข้าร่วมทางไกล และไม่อนุญาตให้นักข่าวขึ้นไปเก็บภาพการประชุมด้วยนั้น
ทั้งนี้ เมื่อนายไตรรัตน์ ออกหนังสือเชิญประชุมให้ ก็ตั้งนายฉันทพันธ์ มารักษาการแทนเลย แล้วมีการขัดขวาง ปรากฏเอกสารของสำนักงาน กสทช. 2 ฉบับ ที่ขัดแย้งกันเองในแง่ของการปฏิบัติหน้าที่ โดย เอกสารฉบับที่ 1 บันทึกข้อความ "ด่วนที่สุด" ของสำนักงาน กสทช. ลงวันที่ 2 ต.ค.69 ระบุเหตุผลที่ไม่สามารถส่งเจ้าหน้าที่เข้าร่วมประชุม กสทช. นัดพิเศษ ของบอร์ด 6 ท่านได้ เนื่องจากสำนักงานฯ ต้องจัดการประชุม กสทช. ครั้งที่ 25/2569 ในช่วงเวลาเดียวกัน และเลขาธิการ กสทช. ต้องเป็นเลขานุการในที่ประชุม ซึ่งยังไม่มีการแจ้งยกเลิก
ล่าสุด เป็นเอกสารข่าว Press Release ฉบับที่ 87/2569 ของสำนักงาน กสทช. กลับระบุข้อเท็จจริงว่า ในการประชุม กสทช. ครั้งที่ 25/2569 นั้น ประธาน กสทช. ขอลาประชุม และไม่มีกรรมการ กสทช. เข้าร่วมการประชุมเลย สำนักงาน กสทช. จึงเลือกที่จะปฏิเสธการปฏิบัติหน้าที่อำนวยความสะดวกให้กับกรรมการ กสทช. เสียงข้างมาก 6 ท่าน ที่กำลังจัดการประชุมอยู่จริง โดยอ้างว่าติดภารกิจต้องไปดูแลการประชุมอีกห้องหนึ่ง ทั้งที่ในห้องนั้นไม่มีกรรมการ กสทช. เข้าร่วมแม้แต่คนเดียว ซึ่งทางสำนักงานฯ อ้างเหตุผลตามระเบียบเพียงว่า เมื่อประธานไม่ได้สั่งเลื่อนหรืองดประชุม จึงต้องเปิดห้องเตรียมไว้จนถึงเวลา 16.30 น.
ด้าน กรรมการ กสทช.ที่มาประชุม ได้ตั้งคำถามถึงความชอบธรรมในการจัดประชุมอีกห้องหนึ่ง ว่าสำนักงานฯ ควรให้ความร่วมมือกับกรรมการส่วนใหญ่ พร้อมย้ำว่า สำนักงาน กสทช. มีหน้าที่เป็นฝ่ายธุรการของคณะกรรมการทั้งหมดตามกรอบกฎหมาย ไม่ใช่ฝ่ายธุรการของประธาน กสทช. เพียงผู้เดียว อีกทั้งประธานเดิม ก็ไม่สามารถปฎิบัติหน้าที่ได้ตามกฎหมาย
“หากมีการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ก็ต้องคอยดูต่อไปว่าจะมีการดำเนินการตามกฎหมายไหม สำหรับคนที่ละเลยจากการมีหน้าที่แล้วละเว้นทางวินัย หรือว่าทางกฎหมาย เห็นถึงความเสี่ยงที่เจ้าหน้าที่และผู้บริหารสำนักงาน กสทช. อาจต้องเผชิญกับความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 จากการดำเนินการที่ย้อนแย้งในครั้งนี้หรือไม่“