โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

BEM ผลกระทบจำกัด กู้ระบบ MRT ไฟฟ้าลัดวงจรสถานีเตาปูน-บางโพ เปิดวิ่งปกติ

PostToday

อัพเดต 14 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา

เหตุการณ์ขัดข้องทางเทคนิคของระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนถือเป็นหนึ่งในปัจจัยท้าทายสำคัญต่อการบริหารจัดการระบบขนส่งสาธารณะขนาดใหญ่ จากเหตุการณ์กระแสไฟฟ้าลัดวงจรบริเวณรางรถไฟฟ้ามหานคร สายเฉลิมรัชมงคล (สายสีน้ำเงิน) ช่วงระหว่างสถานีเตาปูน สถานีบางโพ เมื่อวานนี้ (20 ก.ย.2569)

ลำดับเหตุการณ์-ระงับการเดินรถชั่วคราว

เมื่อวันที่ 20 ก.ย.2569 ได้เกิดเหตุกระแสไฟฟ้าลัดวงจรบริเวณรางรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ช่วงระหว่างสถานีเตาปูนและสถานีบางโพ ส่งผลให้เกิดเพลิงไหม้บริเวณสายเคเบิลและรางจ่ายไฟ (Third Rail) ก่อนที่ภายหลังเจ้าหน้าที่จะตรวจพบกลุ่มควันและรอยอาร์กไฟฟ้าเพิ่มเติมภายในห้อง Power Supply

บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM ระงับเหตุตามมาตรฐานการจัดการเหตุการณ์ในทันที ด้วยการหยุดการให้บริการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ช่วงบางอ้อ-กำแพงเพชร และสายสีม่วง ช่วงบางซ่อน-เตาปูน รวมทั้งหมด 5 สถานี พร้อมดูแลผู้โดยสารออกจากสถานีด้วยความปลอดภัย

เปิดสาเหตุไฟฟ้าลัดวงจร-ซ่อมเร่งด่วนตลอด 12 ชั่วโมง

จากการตรวจสอบความเสียหายร่วมกับการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) พบว่าสาเหตุจากการเกิดประกายไฟจากชุดสายไฟขนาด 750 โวลต์ กระแสตรง ทำให้ระบบจ่ายไฟและระบบอาณัติสัญญาณได้รับความเสียหาย จึงแก้ไขอย่างเร่งด่วน ในเวลาต่อมาเมื่อพบว่ารถไฟฟ้าสายสีม่วงไม่ได้รับผลกระทบจึงเปิดให้ดำเนินการตามปกติ

BEM ได้ระดมทีมวิศวกรและผู้เชี่ยวชาญจากทุกฝ่าย เข้าตรวจสอบ แก้ไข และซ่อมแซมระบบที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่องตลอด 12 ชั่วโมง ครอบคลุมระบบอาณัติสัญญาณ (Signaling) ระบบ SCADA ระบบสื่อสาร ระบบสายไฟ และระบบรางจ่ายกระแสไฟฟ้า (Third Rail) หลังดำเนินการซ่อมแซมแล้วเสร็จ BEM ได้ทดสอบระบบอย่างละเอียด รวมถึงนำรถไฟตรวจสอบสภาพทาง (Inspection Train) จำนวน 2 ขบวน วิ่งทดสอบตลอดแนวเส้นทางบริเวณจุดเกิดเหตุทั้งสองฝั่ง เพื่อยืนยันความพร้อมของระบบก่อนเปิดให้บริการ

โดยผลการตรวจสอบและทดสอบพบว่า ระบบการเดินรถ ระบบจ่ายไฟฟ้า และระบบที่เกี่ยวข้องสามารถทำงานได้อย่างสมบูรณ์ตามปกติ และไม่พบความเสียหายเพิ่มเติมที่ส่งผลต่อความปลอดภัยในการเดินรถ BEM

BEM ได้กลับมาเปิดให้บริการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินและสายสีม่วงทุกสถานีตามปกติครบทุกสถานีในเช้าวันนี้ (21 ก.ย.2569)

ทั้งนี้ BEM จะยกระดับความเข้มงวดในการตรวจสอบ และบำรุงรักษาระบบที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะดังกล่าวซ้ำ พร้อมยึดมั่นในมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุด ที่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของผู้โดยสารเป็นอันดับแรก และขอขอบคุณผู้โดยสารทุกท่าน สำหรับความเข้าใจตลอดจนความร่วมมือต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้

ผลกระทบต่อ BEM อยู่ในระดับจำกัด

บล.เอเซีย พลัส ประเมินว่า ผลกระทบต่อ BEM อยู่ในระดับจำกัด แม้ธุรกิจรถไฟฟ้าจะมีสัดส่วนรายได้ราว 42% ของรายได้รวม เนื่องจากเหตุการณ์ครั้งนี้กระทบเฉพาะการเดินรถบางส่วนของ MRT สายสีน้ำเงินและสายสีม่วงรวม 5 สถานี ไม่ได้ส่งผลให้ต้องปิดให้บริการทั้งระบบ

ขณะที่ความเสียหายเบื้องต้นยังจำกัดอยู่ในระบบจ่ายไฟ สายเคเบิล และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง โดยไม่พบความเสียหายต่อโครงสร้างหลักของโครงการ อีกทั้ง BEM มีประกันภัยคุ้มคทรัพย์สินและการดำเนินงานช่วยลดความเสี่ยงด้านค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมและฟื้นฟูระบบ

นอกจากนี้ การระงับให้บริการจำกัดอยู่เพียง 5 สถานี โดยส่วนใหญ่ไม่ได้เป็นสถานีหลักที่มีปริมาณผู้โดยสารหนาแน่นของเครือข่าย MRT แม้จะครอบคลุมสถานีเตาปูน ซึ่งเป็นจุดเชื่อมต่อสำคัญระหว่างสายสีน้ำเงินและสายสีม่วง

ขณะที่เหตุการณ์เกิดขึ้นในวันอาทิตย์ ซึ่งมีจำนวนผู้โดยสารต่ำกว่าวันทำการปกติ จึงส่งผลกระทบต่อรายได้จากค่าโดยสารจะอยู่ในระดับจำกัด และไม่มีนัยสำคัญต่อประมาณการผลประกอบการทั้งปี 2569

กดดัน Sentiment ระยะสั้น แนะ “ซื้อ” เป้า 8.20 บาท

ฝ่ายวิจัยฯ คงคำแนะนำ “ซื้อ” BEM ราคาเหมาะสม 8.20 บาท โดยมองเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นเพียงแรงกดดันต่อ Sentiment ระยะสั้น ขณะที่ปัจจัยพื้นฐานยังแข็งแกร่งจากการเติบโตของปริมาณจราจรทางด่วนและผู้โดยสารรถไฟฟ้า รวมถึงแรงหนุนจากการปรับขึ้นค่าผ่านทางตามสัญญาสัมปทาน การเปิดให้บริการรถไฟฟ้าสายสีส้มในอนาคต และความคืบหน้านโยบายตั๋วร่วมค่าโดยสารสูงสุดไม่เกิน 45 บาท ที่จะช่วยเพิ่มจำนวนผู้ใช้บริการในอนาคต

ด้านความเคลื่อนไหวราคาหุ้น BEM วันนี้ (21 ก.ย.2569) ปิดช่วงเช้า เวลา 12.30 น. ปรับเพิ่มขึ้น 0.74% หรือเพิ่มขึ้น 0.05 บาท มาอยู่ที่ 6.85 บาท มูลค่าซื้อขาย 164.68 ล้านบาท ราคาปรับตัวขึ้นไปทำระดับสูงสุดที่ 7.00 บาท และปรับตัวลงไปทำระดับต่ำสุดที่ 6.75 บาท

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...