ดาวโจนส์ ปิดลบเล็กน้อย! Nasdaq พุ่ง 1.11% หุ้นเทคฟื้นตัว – Brent ทะลุ 109 ดอลลาร์ รับความตึงเครียดตะวันออกกลาง
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดคละทิศทางในวันจันทร์ (19 ต.ค. 2569) โดยดัชนี Nasdaq พุ่งขึ้นกว่า 1% จากแรงซื้อหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีที่ฟื้นตัวหลังเผชิญแรงเทขายอย่างหนักในสัปดาห์ก่อน ขณะที่ตลาดหุ้นยุโรปร่วงลงจากความกังวลต่อสถานการณ์การเมืองและการคลังของฝรั่งเศส ด้านราคาน้ำมัน Brent ยังคงอยู่เหนือระดับ 109 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังกลุ่มฮูตีอ้างโจมตีเป้าหมายในซาอุดีอาระเบีย ส่วนราคาทองคำปรับตัวลดลงจากเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ที่อยู่ในระดับสูง
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดคละทิศทาง Nasdaq พุ่ง รับแรงซื้อหุ้นเทคโนโลยี
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดคละทิศทางในวันจันทร์ (19 ต.ค. 2569) โดยดัชนี Nasdaq ปรับตัวขึ้นโดดเด่น หลังนักลงทุนกลับเข้าซื้อหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและเซมิคอนดักเตอร์ เพื่อฟื้นตัวจากแรงเทขายอย่างหนักในสัปดาห์ก่อน ซึ่งมีสาเหตุจากความกังวลเกี่ยวกับการกู้ยืมเงินจำนวนมากของบริษัทต่าง ๆ เพื่อลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI)
หุ้น Nvidia ปรับตัวขึ้น 1.4% ขณะที่ Tesla พุ่งขึ้น 3.8% และ Alphabet เพิ่มขึ้นประมาณ 1% สะท้อนถึงการฟื้นตัวของหุ้นเทคโนโลยีที่ช่วยหนุนภาพรวมตลาด ขณะที่นักลงทุนยังติดตามผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน โดยในสัปดาห์นี้มีบริษัทในดัชนี S&P 500 ราว 70 แห่งเตรียมรายงานผลประกอบการ รวมถึง United Airlines และ General Motors ตลอดจนข้อมูลการเริ่มสร้างบ้านและยอดขายบ้านมือสองที่รอการปิดการขายของสหรัฐฯ
- ดัชนี Dow Jones Industrial Average ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดที่ 51,966.03 จุด ลดลง 36.38 จุด (-0.07%)
- ดัชนี S&P 500 ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดที่ 7,690.73 จุด เพิ่มขึ้น 31.29 จุด (+0.41%)
- ดัชนี Nasdaq Composite ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดที่ 26,430.886 จุด เพิ่มขึ้น 290.852 จุด (+1.11%)
ตลาดหุ้นยุโรปร่วงยกแผง วิตกวิกฤตการเมืองฝรั่งเศส
ตลาดหุ้นยุโรปปิดลดลงในวันจันทร์ ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ความไม่สงบในฝรั่งเศส ซึ่งอาจซ้ำเติมแนวโน้มการคลังของประเทศ หลังเกิดเหตุจลาจลและการปล้นสะดมจากการประท้วงต่อต้านรัฐบาลทั่วประเทศในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา
รัฐบาลกลางฝรั่งเศสขอให้หน่วยงานท้องถิ่นบางแห่งพิจารณากำหนดมาตรการเคอร์ฟิว ท่ามกลางแรงกดดันต่อรัฐบาลเกี่ยวกับความบกพร่องด้านความมั่นคง ขณะที่ความไม่สงบยังเพิ่มความกังวลต่อโอกาสที่ Marine Le Pen ผู้นำพรรค National Rally จะชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีในปีหน้า ซึ่งอาจทำให้เกิดคำถามเกี่ยวกับสถานะของฝรั่งเศสในสหภาพยุโรป
นอกจากนี้ ส่วนต่างผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลฝรั่งเศสเมื่อเทียบกับพันธบัตรรัฐบาลเยอรมนี ซึ่งเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย ขยายตัวขึ้นสู่ระดับ 147 จุดพื้นฐาน จากประมาณ 110 จุดพื้นฐานในช่วงปลายเดือนกันยายน สะท้อนความกังวลของนักลงทุนต่อความเสี่ยงด้านการคลังของฝรั่งเศส
- ดัชนี STOXX Europe 600 ตลาดหุ้นยุโรป ปิดที่ 639.56 จุด ลดลง 5.18 จุด (-0.80%)
- ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนี ปิดที่ 25,319.77 จุด ลดลง 302.84 จุด (-1.18%)
- ดัชนี CAC 40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศส ปิดที่ 7,868.05 จุด ลดลง 88.65 จุด (-1.11%)
ตลาดหุ้นอังกฤษปิดลบกว่า 1% กังวลความเสี่ยงเศรษฐกิจยุโรป
ตลาดหุ้นลอนดอนปิดลดลงในวันจันทร์ ตามทิศทางตลาดหุ้นยุโรปที่เผชิญแรงกดดันจากความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์การเมืองในฝรั่งเศสและแนวโน้มการคลังของประเทศ ท่ามกลางความไม่สงบที่เกิดขึ้นหลังการประท้วงต่อต้านรัฐบาล
บรรยากาศการลงทุนในภูมิภาคยังได้รับผลกระทบจากความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์และความกังวลเกี่ยวกับทิศทางเศรษฐกิจโลก แม้ตลาดหุ้นสหรัฐฯ จะฟื้นตัวจากแรงซื้อหุ้นเทคโนโลยี แต่แรงบวกดังกล่าวไม่ได้ช่วยพยุงตลาดหุ้นยุโรปโดยรวม ส่งผลให้ดัชนี FTSE 100 ปรับตัวลงมากกว่า 1%
- ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นอังกฤษ ปิดที่ 10,764.69 จุด ลดลง 117.21 จุด (-1.08%)
ราคาน้ำมัน Brent ยืนเหนือ 109 ดอลลาร์ หวั่นโจมตีแหล่งพลังงานซาอุฯ
ราคาน้ำมันดิบ Brent ปรับตัวลดลงเล็กน้อยในวันจันทร์ แต่ยังคงอยู่เหนือระดับ 109 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังกลุ่มติดอาวุธฮูตีที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านอ้างว่าได้โจมตีเป้าหมายหลายแห่งในซาอุดีอาระเบีย รวมถึงสนามบินนานาชาติ King Khalid ในกรุงริยาด สนามบิน Abha และสิ่งอำนวยความสะดวกของ Saudi Aramco อย่างไรก็ตาม CNBC ระบุว่ายังไม่สามารถยืนยันคำกล่าวอ้างดังกล่าวได้ และทางการซาอุดีอาระเบียยังไม่ได้ออกแถลงการณ์ยืนยันต่อสาธารณะ
ขณะเดียวกัน สถานการณ์อุปทานน้ำมันยังเผชิญความเสี่ยงจากสงครามระหว่างรัสเซียและยูเครน หลังยูเครนเปิดฉากโจมตีด้วยโดรนครั้งใหญ่ต่อเป้าหมายในรัสเซีย ส่งผลให้เกิดเพลิงไหม้ที่สถานีขนส่งน้ำมันและคลังน้ำมันในนครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก นอกจากนี้ ยังมีรายงานเรือบรรทุกน้ำมัน 2 ลำถูกโจมตีบริเวณนอกชายฝั่งซาอุดีอาระเบียในอ่าวเปอร์เซียเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันลดลงจากระดับสูงสุดระหว่างวัน หลังนักลงทุนประเมินความเป็นไปได้ที่อุปทานน้ำมันจากรัสเซียจะเพิ่มขึ้น ภายหลังสหรัฐฯ ผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรและภาษีบางส่วนเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา
- ราคาน้ำมันดิบ WTI (ส่งมอบเดือนพฤศจิกายน) ปิดที่ 103.66 ดอลลาร์/บาร์เรล เพิ่มขึ้น 2.25 ดอลลาร์
- ราคาน้ำมันดิบ Brent (ส่งมอบเดือนธันวาคม) ปิดที่ 109.55 ดอลลาร์/บาร์เรล ลดลง 0.31 ดอลลาร์
ราคาทองคำปรับลง 0.5% ดอลลาร์แข็งค่า-บอนด์ยีลด์สูงกดดัน
ราคาทองคำตลาดโลกปรับตัวลดลงในวันจันทร์ โดยได้รับแรงกดดันจากเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ที่แข็งค่าและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ที่ปรับตัวสูงขึ้น ขณะที่นักลงทุนรอติดตามการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ในวันที่ 27-28 ตุลาคม ซึ่งตลาดคาดการณ์ว่าเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในระดับเดิม
นักวิเคราะห์ระบุว่า ความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้ออาจทำให้ธนาคารกลางต้องดำเนินนโยบายการเงินที่เข้มงวดมากขึ้น ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรปรับตัวสูงขึ้นและลดความน่าสนใจของทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย นอกจากนี้ นักลงทุนยังจับตาข้อมูลดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ของสหรัฐฯ ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อสำคัญที่เฟดให้ความสนใจ
ข้อมูลจาก CME FedWatch Tool ระบุว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 82.8% ที่เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนตุลาคม ขณะที่ตลาดยังคาดการณ์โอกาสปรับขึ้นดอกเบี้ยในเดือนธันวาคมไว้ในระดับสูง
- ราคาทองคำตลาดสปอต (Spot Gold) ลดลง 0.5% อยู่ที่ 4,143.91 ดอลลาร์/ออนซ์
- ราคาทองคำตลาดโคเม็กซ์ (ส่งมอบเดือนธันวาคม) ลดลง 0.4% อยู่ที่ 4,163.30 ดอลลาร์/ออนซ์
ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่า ยูโรร่วงรับวิกฤตฝรั่งเศส
ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ปรับตัวแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักในวันจันทร์ โดยได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและ AI ในตลาดหุ้นสหรัฐฯ หลังจากเผชิญแรงเทขายอย่างหนักในสัปดาห์ก่อน ขณะที่เงินยูโรอ่อนค่าลงจากความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์จลาจลในฝรั่งเศสและแนวโน้มการคลังของประเทศที่มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น
นักลงทุนยังติดตามทิศทางนโยบายการเงินของเฟด โดยตลาดคาดการณ์ว่าเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 27-28 ตุลาคม ขณะที่ถ้อยแถลงของประธานเฟดและแนวโน้มการปรับขึ้นดอกเบี้ยในเดือนธันวาคมยังเป็นปัจจัยสำคัญต่อทิศทางค่าเงินในระยะถัดไป
- ดัชนีดอลลาร์ (Dollar Index) ซึ่งวัดค่าเงินดอลลาร์เทียบกับตะกร้าสกุลเงินหลัก 6 สกุล เพิ่มขึ้น 0.17% อยู่ที่ 101.97 จุด
- ยูโร/ดอลลาร์ ลดลง 0.24% อยู่ที่ 1.1212 ดอลลาร์
- ดอลลาร์/เยน เพิ่มขึ้น 0.35% อยู่ที่ 158.49 เยน
- ดอลลาร์ออสเตรเลีย/ดอลลาร์สหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 0.49%
- ดอลลาร์แคนาดา/ดอลลาร์สหรัฐฯ ลดลง 0.27% อยู่ที่ 1.41 ดอลลาร์แคนาดาต่อดอลลาร์สหรัฐฯ