รวบขบวนการโจรกรรมรถหรู! แสบแอบอ้างซื้อรถ สับเปลี่ยนกุญแจ–ติด GPS ก่อนย้อนกลับมาลักกลางดึก
เผยแผนลวงสุดแนบเนียน ติดต่อขอดูรถผ่านประกาศขายออนไลน์ อาศัยจังหวะเจ้าของเผลอสับเปลี่ยนกุญแจ พร้อมติดตั้ง GPS ติดตามความเคลื่อนไหว ก่อนส่งทีมย้อนกลับมาขโมยรถ พบพฤติการณ์ทำงานเป็นขบวนการอย่างน้อย 3 คน
เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2569 เวลา 10.30 น. พล.ต.ต.สามารถ พรหมชาติ ผบก.น.9 พร้อมด้วย พ.ต.อ.ธีระชัย เด็ดขาด รอง ผบก.น.9, พ.ต.อ.วุฒิชัย ไทยวัฒน์ รอง ผบก.น.9, พ.ต.อ.ธิติพงษ์ สียา ผกก.สส.บก.น.9 และ พ.ต.อ.วิชยานนท์ เอกตาแสง ผกก.สน.ท่าข้าม รับรายงานผลการจับกุมจาก พ.ต.ท.ธนกร จันรอด รอง ผกก.สส.สน.ท่าข้าม และ พ.ต.ท.บัญชา ปิยะศักดิ์สกุล สว.สส.สน.ท่าข้าม
โดยเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สน.ท่าข้าม สามารถจับกุม นายณัฐสิทธิ์ ( ขอสงวนนามสกุล ) อายุ 42 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาธนบุรี ในข้อหา “ลักทรัพย์ในเคหสถานในเวลากลางคืน โดยใช้ยานพาหนะเพื่อความสะดวกแก่การกระทำความผิด เพื่อการพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นจากการจับกุม” โดยจับกุมได้บริเวณหน้าห้องพักคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่ง ต.บ้านใหม่ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี
คดีดังกล่าวสืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2569 เวลาประมาณ 02.38 น. นายปรีชา อายุ 44 ปี ผู้เสียหาย เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สน.ท่าข้าม ว่ารถยนต์ Mercedes-Benz รุ่น E250 CGI Saloon สีดำ หมายเลขทะเบียน ขท 1925 กรุงเทพมหานคร ซึ่งจอดอยู่บริเวณบ้านพักภายในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ซอยอนามัยงามเจริญ 25 แขวงท่าข้าม เขตบางขุนเทียน กรุงเทพฯ ถูกคนร้ายลักไป โดยไม่ทราบตัวผู้ก่อเหตุ
ภายหลังรับแจ้ง เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.ท่าข้าม เร่งลงพื้นที่ตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ รวบรวมพยานหลักฐาน พร้อมไล่ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดตามเส้นทางที่คนร้ายใช้หลบหนี จนพบเบาะแสว่ารถยนต์คันดังกล่าวถูกนำไปยังพื้นที่ จ.นนทบุรี และมีการถอดเปลี่ยนแผ่นป้ายทะเบียนเพื่ออำพรางการกระทำความผิด
ต่อมาเจ้าหน้าที่สามารถติดตามรถยนต์ที่ถูกลักไปจนพบและตรวจยึดได้บริเวณลานจอดรถสถานีตำรวจนครบาลเตาปูน ถนนกรุงเทพฯ–นนทบุรี แขวงบางซื่อ เขตบางซื่อ กรุงเทพฯ โดยรถยนต์คันดังกล่าวไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ตรวจสอบหมายเลขตัวถัง WDD2120472A361468 ตรงกับรถยนต์ของผู้เสียหาย
นอกจากนี้ จากการตรวจสอบภายในห้องพัก เจ้าหน้าที่ยังพบแผ่นป้ายทะเบียนรถยนต์ สมุดคู่มือจดทะเบียนรถยนต์ ชิ้นส่วนหมายเลขตัวถัง และเอกสารเกี่ยวกับรถยนต์อีกจำนวนมาก จึงตรวจยึดไว้เป็นหลักฐานรวม 43 รายการ โดยหนึ่งในนั้นมีแผ่นป้ายทะเบียนหมายเลข ขท 1925 กรุงเทพมหานคร จำนวน 2 แผ่น ซึ่งเป็นหมายเลขทะเบียนของรถยนต์ที่ถูกลักไปในคดีนี้
พล.ต.ต.สามารถ เปิดเผยว่า จากการสืบสวนพบว่า กลุ่มคนร้ายมีการวางแผนก่อเหตุล่วงหน้า โดยพบประกาศขายรถยนต์ของผู้เสียหายผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ก่อนติดต่อไปแสดงตัวเป็นผู้สนใจซื้อรถ และนัดหมายขอดูรถเมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2569
ระหว่างการตรวจดูรถ คนร้ายได้ใช้อุบายขอตรวจสอบกุญแจรถยนต์ทั้ง 2 ดอก ก่อนอาศัยจังหวะที่ผู้เสียหายไม่ทันระวัง นำกุญแจที่มีลักษณะคล้ายกันมาสับเปลี่ยน พร้อมลักลอบติดตั้งอุปกรณ์ติดตามตำแหน่ง GPS ไว้กับรถยนต์ เพื่อใช้ติดตามความเคลื่อนไหวของรถในภายหลัง
จากนั้นคนร้ายทำทีตกลงซื้อรถยนต์ และอ้างว่าจะเดินทางไปกดเงินเพื่อนำมาชำระค่ารถ แต่กลับไม่เดินทางกลับมาตามนัดหมาย
กระทั่งวันที่ 22 ตุลาคม 2569 เวลาประมาณ 02.38 น. คนร้ายได้ย้อนกลับมายังบ้านพักของผู้เสียหาย อาศัยกุญแจที่สับเปลี่ยนเตรียมไว้ก่อนหน้านี้ ไขรถยนต์ขับออกไปจากบ้านพักอย่างแนบเนียน ก่อนนำรถไปส่งต่อให้บุคคลอื่น
จากแนวทางการสืบสวน เจ้าหน้าที่พบว่าการก่อเหตุครั้งนี้มีลักษณะทำงานเป็นขบวนการ มีผู้เกี่ยวข้องอย่างน้อย 3 คน ซึ่งเป็นบุคคลแยกจากกันและอาจแบ่งหน้าที่กันอย่างเป็นขั้นตอน ประกอบด้วย
1. ผู้ติดต่อขอดูรถ ทำหน้าที่เลือกเป้าหมาย ติดต่อเจ้าของรถโดยแอบอ้างเป็นผู้ซื้อ ใช้อุบายสับเปลี่ยนกุญแจ และติดตั้งอุปกรณ์ GPS
2. ผู้ลงมือลักรถ ทำหน้าที่นำรถยนต์ออกจากบ้านพักผู้เสียหาย ก่อนเคลื่อนย้ายไปยังจุดส่งต่อ
3. ผู้รับช่วงรถยนต์ ซึ่งเจ้าหน้าที่ระบุว่าเป็นนายณัฐสิทธิ์ ทำหน้าที่รับช่วงรถยนต์และเปลี่ยนแผ่นป้ายทะเบียนด้วยตนเอง เพื่ออำพรางหมายเลขทะเบียนเดิม
นอกจากคดีลักทรัพย์รถยนต์แล้ว จากการตรวจค้นยังพบยาเสพติดและเครื่องกระสุนปืน โดยผู้ต้องหาให้การรับว่าเป็นของตนเอง มีไว้เพื่อเสพ และยอมรับว่าได้เสพยาเสพติดมาก่อนถูกจับกุม
เจ้าหน้าที่ตรวจยึดของกลางเพิ่มเติมประกอบด้วย
1. ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 เมทแอมเฟตามีน (ยาไอซ์) จำนวน 3 ถุง น้ำหนักสุทธิรวม 1.92 กรัม
2. เครื่องกระสุนปืนขนาด 9 มม. จำนวน 16 นัด
3. เครื่องกระสุนปืนขนาด .45 จำนวน 3 นัด
4. กระเป๋าสะพายข้างสีดำ จำนวน 1 ใบ
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งสิทธิและแจ้งข้อกล่าวหาแก่ผู้ต้องหา รวม 4 ข้อหา ได้แก่
1. ลักทรัพย์ในเคหสถานในเวลากลางคืน โดยใช้ยานพาหนะเพื่อความสะดวกแก่การกระทำความผิด เพื่อการพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นจากการจับกุม ตามหมายจับศาลอาญาธนบุรี
2. มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 เมทแอมเฟตามีน (ยาไอซ์) ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต
3. เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 เมทแอมเฟตามีน (ยาไอซ์) โดยไม่ได้รับอนุญาต
4. มีเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต
จากนั้นเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางทั้งหมดนำส่ง สน.ท่าข้าม เพื่อให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมเร่งขยายผลตรวจสอบผู้ร่วมขบวนการที่เหลือ และติดตามเส้นทางการรับส่งรถยนต์ที่ถูกโจรกรรม เพื่อนำตัวผู้เกี่ยวข้องมาดำเนินคดีต่อไป
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ฝากเตือนประชาชนที่ประกาศขายรถยนต์ผ่านสื่อออนไลน์ ควรเพิ่มความระมัดระวังในการนัดหมายให้ผู้สนใจเข้าดูรถ ไม่ควรส่งมอบกุญแจรถทั้งชุดให้บุคคลแปลกหน้าโดยไม่จำเป็น และควรตรวจสอบกุญแจรวมถึงอุปกรณ์ติดตามรถอย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพในรูปแบบดังกล่าว
อ่านข่าวเพิ่มเติม