โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘สว.ประพนธ์’ ข้องใจ สสส. ใช้เงินอุดหนุนไปลงทุน แต่ผลงานไม่คุ้มเงิน

เดลินิวส์

อัพเดต 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 12 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
‘สว.ประพนธ์’ ข้องใจ สสส. ใช้เงินอุดหนุนไปลงทุน แต่ผลงานไม่คุ้มเงิน ยังพบคนติด สุรา-ยาสูบ-บุหรี่ไฟฟ้าเพิ่ม รมว.สาธารณสุข แจงตามกฎหมาย สสส. ลงทุนหาประโยชน์ได้ เตรียมถกบอร์ดเปิดเผยการใช้เงินต่อสาธารณะ เพิ่มประสิทธิภาพทำงาน

เมื่อวันที่ 5 ต.ค. 2569 ที่รัฐสภา ในการประชุมวุฒิสภา ที่มีนายบุญส่ง น้อยโสภณ รองประธานวุฒิสภาคนที่ 2 ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณากระทู้ถามสดของ นพ.ประพนธ์ ตั้งศรีเกียรติกุล สว. เรื่อง การใช้เงินกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของกฎหมายหรือไม่ ตั้งถามนายกรัฐมนตรี แต่นายกรัฐมนตรี มอบหมายนายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รมว.สาธารณสุข มาตอบกระทู้แทน

นพ.ประพนธ์ กล่าวว่า สสส. นำงบอุดหนุนไปลงทุนในสินทรัพย์ เพื่อหาผลประโยชน์ตอบแทน ขณะเดียวกันการได้รับเงินอุดหนุนจากภาษีสุราและยาสูบ ปีละ 4,000 ล้านบาท ถูกตั้งคำถามว่าได้ใช้ไปเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชน การดูแลสุขภาพหรือไม่ เพราะปัจจุบันยังพบแนวโน้มการติดสุรา ยาสูบ และบุหรี่ไฟฟ้าเพิ่มมากขึ้น

จากข้อมูลด้านการเงินของกองทุน สสส. ยังคงมีเงินสะสมและเงินคงเหลือจำนวนมากต่อเนื่องหลายปี และมีการนำเงินดังกล่าวไปลงทุนผ่านบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ซึ่งในตราสารทุนและตราสารหนี้เป็นจำนวนเงินหลายพันล้านบาท ทั้งที่เป็นเงินภาษีที่รัฐจัดสรรให้เพื่อแก้ปัญหาด้านสุขภาพของประชาชน ควรนำไปเพื่อภารกิจสาธารณะโดยตรงหรือควรนำไปสะสมหรือแสวงหาผลตอบแทนในตลาดเงิน จึงเกิดข้อพิจารณาว่าการตีความอำนาจดังกล่าวให้ครอบคลุมถึงการนำเงินกองทุนไปลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความผันผวน และความเสี่ยงในการสูญเสียเงินก้อนนั้นสอดคล้องกับเจตนารมณ์ของกฎหมายหรือไม่

ต่อมาคณะกรรมการกองทุนได้ออกข้อบังคับกองทุน พ.ศ. 2562 ข้อ 8 (6) ระบุให้สำนักงานกองทุนอาจจัดหาผลประโยชน์โดยการลงทุนในตราสารหนี้และตราสารทุน โดยมอบหมายให้บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนเป็นผู้บริหารจัดการ

เมื่อพิจารณาบรรทัดฐานทางกฎหมายจากความเห็นของกฤษฎีกา เรื่องเสร็จที่ 1439/2560 ในกรณีองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (Thai PBS) มีโครงสร้างรายได้จากภาษีจัดสรรลักษณะเดียวกัน ที่คณะกรรมการกฤษฎีกาได้วินิจฉัยการที่องค์กรออกระเบียบภายในเพื่อนำเงินไปลงทุนในกองทุนหุ้นกู้เอกชน เป็นการดำเนินการที่กฎหมายแม่บทไม่ได้ให้อำนาจไว้อย่างชัดแจ้ง และถือเป็นการออกระเบียบที่ขัดต่อกฎหมายแม่บท แม้ในกรณีของ สสส.จะยังไม่มีการวินิจฉัยโดยตรง แต่เมื่อพิจารณาตามบรรทัดฐานดังกล่าว ย่อมมีเหตุอันควรตั้งข้อสังเกตว่าการนำเงินภาษีจัดสรรไปลงทุนในตราสารทุนและตราสารหนี้เอกชน อาจจะเป็นประเด็นที่ต้องมีการตีความตามกฎหมายอย่างรอบด้าน

จึงขอถามว่ารัฐบาลประเมินว่าการจัดเก็บภาษีสุรา ยาสูบ ให้กับกองทุน สสส. เหมาะสมกับภารกิจ และการดูแลสุขภาพของประชาชนหรือไม่ รวมถึงได้กำกับการใช้เงินให้เป็นรูปธรรม มีผลลัพธ์ มีความโปร่งใส และจะเปิดเผยข้อมูลรายได้ สะสมเงิน ลงทุนผลตอบแทนใช้จ่ายเงินลงทุนหรือไม่

ด้านนายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รมว.สาธารณสุข ชี้แจงว่า ความแตกต่างระหว่างการบริหารกองทุนหมุนเวียน สสส. กับไทยพีบีเอส คือ กฎหมายที่จัดตั้งกองทุน สสส. ตามกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ พ.ศ. 2544 ในลักษณะของกองทุน ส่วนของไทยพีบีเอส จัดตั้งตาม พ.ร.บ.องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2551 ในลักษณะขององค์การ โดย สสส. มีกฎหมายเฉพาะของกองทุน และกฎหมายว่าด้วยการบริหารทุนหมุนเวียนใช้ประกอบกัน ทาง สสส. ได้มีการขอยืนยันจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในเรื่องความสามารถในการนำไปลงทุนสำหรับทรัพย์สินที่เป็นสภาพคล่องที่รอการใช้ ทางรัฐบาลได้มอบหมายให้ทาง สสส. ใช้ความระมัดระวังอย่างสูง เคร่งครัดในการตีความข้อความการหาผลประโยชน์ โดยไม่ให้กองทุน สสส. ใช้เงินสภาพคล่องไปหาผลประโยชน์หรือหาผลตอบแทนอย่างเต็มรูปแบบ อาจจะสุ่มเสี่ยงต่อการไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย

และยังเน้นให้ลงทุนในทรัพย์สินที่มีความเสี่ยงต่ำ และมีผู้บริหารมืออาชีพในการบริหารจัดการ ซึ่งในไตรมาสสองที่ผ่านมา สสส. ได้ดำเนินการยุติการจ้างบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนเหล่านี้ในการบริหารจัดการแล้ว โดยในปัจจุบันได้นำเงินสำรองทั้งหมดที่เป็นสภาพคล่องเข้าบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ ซึ่งสามารถดึงออกมาใช้ได้เพียงพอและทันกับเวลาที่จะต้องนำเงินไปให้กับโครงการที่กองทุน สสส. อนุมัติไว้

รมว.สาธารณสุข กล่าวอีกว่า ส่วนของมาตรการกำกับ ดูแล การบริหารกองทุน ในอดีตเคยจ้างบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนบริหารไว้ มีวัตถุประสงค์เพียงเพื่อแค่รักษาสภาพคล่องของกองทุน ให้เพียงพอต่อภาระผูกพัน และมีเงินสำรองสำหรับความผันผวนที่อาจจะเกิดขึ้น รวมถึงการบริหารต้องเป็นการบริหารเงินที่ยังไม่ถึงกำหนดการจ่ายให้เกิดผลตอบแทนที่เหมาะสมและมีความเสี่ยงต่ำ มีหน่วยงานภายในเป็นกลไกผ่านคณะกรรมการ 2 ชุดคือ คณะกรรมการกองทุน และคณะกรรมการประเมินผล แต่งตั้งโดยคณะรัฐมนตรี (ครม.) รวมถึงมีกลไกภายนอก คือ สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) และสำนักงานตรวจสอบบัญชีจากภายนอกที่ สตง. เห็นชอบกำกับดูแล

นายพัฒนา ชี้แจงด้วยว่า ในปี 2570 ได้พูดคุยว่า กองทุน สสส. ควรนำตัวชี้วัดและกิจกรรมของกระทรวงสาธารณสุขเป็นตัวชี้วัดของ สสส. เช่น ลด เลิก ยาสูบ ส่งเสริมสุขภาพจิต รัฐบาลมีแนวคิดปรับปรุงการทำงานของ สสส. งบที่ได้รับปีละ 4,000 ล้านบาท การทำงานต้องปรับให้เหมาะสมกับความเสี่ยงสุขภาพของประชาชน หลังเข้าสู่ยุคสูงวัย การที่ดึงกองทุน สสส. ทำงานร่วมกระทรวงสาธารณสุข จะทำให้ใช้เงินเหมาะสม และนำตัวชี้วัดของกระทรวงอื่นๆ ที่ดูแลสุขภาพมาใช้ จะทำให้การใช้งบประมาณมีประสิทธิภาพ เกิดประสิทธิผล ส่วนการเปิดเผยข้อมูล กองทุน สสส. ใช้ส่วนใดบ้าง จะนำเข้าที่ประชุม สสส. และนำมารายงาน เปิดเผยให้ประชาชนรับรู้วงกว้างมากขึ้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...