โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

ทุนจีนบุก "ตลาดปุ๋ยไทย" ตั้ง 10 แบรนด์ เขย่า SME สะเทือนร้านค้ารายย่อย

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 56 นาทีที่แล้ว

ตลาดปุ๋ยเคมีไทย กำลังเผชิญแรงกดดันรอบด้าน ทั้งความผันผวนของราคาแม่ปุ๋ยในตลาดโลก ข้อจำกัดด้านการนำเข้า และการรุกขยายธุรกิจของกลุ่มทุนจีนที่เข้ามามีบทบาทในห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่การผลิต การจัดเก็บ ไปจนถึงการสร้างแบรนด์จำหน่ายในประเทศ สถานการณ์ดังกล่าวเพิ่มแรงกดดันต่อผู้ประกอบการเอสเอ็มอี (SME) และร้านค้าปุ๋ยรายย่อยที่ต้องแข่งขันทั้งด้านต้นทุน ราคา และช่องทางจำหน่าย

นายวิโรช เพ็ชรร่วง ตัวแทนจำหน่ายปุ๋ยแบรนด์ม้าแดง

นายวิโรช เพ็ชรร่วง ตัวแทนจำหน่ายปุ๋ยแบรนด์ม้าแดง เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า ทิศทางราคาแม่ปุ๋ยเคมีแต่ละชนิดมีความแตกต่างกันตามสถานการณ์ตลาดโลก โดยเฉพาะข้อจำกัดด้านแหล่งนำเข้าและความต้องการใช้วัตถุดิบจากอุตสาหกรรมอื่น ซึ่งส่งผลต่อปริมาณสินค้าและต้นทุนของภาคเกษตรไทย

ส่อง DAP-โบลอน พุ่งสูง / ยูเรีย ขาลงตามฤดูกาล

สำหรับปุ๋ย DAP สูตร 18-46-0 นายวิโรช กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศจีนงดส่งออก ไทยต้องหันไปนำเข้าจากสหรัฐฯ มากขึ้น ขณะที่โบลอนมีราคาสูงขึ้นจากข้อจำกัดด้านอุปทานและความต้องการใช้ในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง ส่วนปุ๋ยโพแทสเซียมคลอไรด์ (MOP) สูตร 0-0-60 เผชิญข้อจำกัดในการจัดหาจากลาว ท่ามกลางการแข่งขันซื้อวัตถุดิบของกลุ่มทุนจีน

ส่วนด้านปุ๋ยยูเรีย มีแนวโน้มอ่อนตัวตามปัจจัยฤดูกาล หลังความต้องการใช้ลดลงในช่วงสิ้นสุดฤดูทำนาและการชะลอใช้ปุ๋ยของเกษตรกรบางกลุ่ม สะท้อนให้เห็นว่าผู้ประกอบการต้องบริหารสต็อกและต้นทุนอย่างระมัดระวัง ท่ามกลางความไม่แน่นอนของตลาด โดยก่อนหน้านี้ รัฐบาลไทยเคยมีแนวคิดนำเข้าปุ๋ยยูเรียปริมาณหลายแสนตันในช่วงเทศกาลสงกรานต์ แต่ตามข้อมูลจากผู้ให้สัมภาษณ์ สมาคมปุ๋ยฯ ได้ทักท้วงโครงการ เนื่องจากมีความกังวลว่าภาคเอกชนจะต้องรับภาระความเสี่ยงและต้นทุนจากการดำเนินการเพียงฝ่ายเดียว

ทุนจีนรุกครบวงจร เปิดเกมชิงตลาดปุ๋ย

แรงกดดันสำคัญที่ต้องจับตา คือการขยายธุรกิจของกลุ่มทุนจีน ซึ่งตามข้อมูลจากผู้ให้สัมภาษณ์ ได้เข้าซื้อกิจการโรงงานปุ๋ยในไทย ลงทุนสร้างคลังสินค้า และพัฒนาแบรนด์ปุ๋ยของตนเองแล้วเกือบ 10 แบรนด์ โดยมีข้อได้เปรียบด้านการจัดหาวัตถุดิบและระบบขนส่ง เพราะการรุกตลาดในลักษณะครบวงจรทำให้การแข่งขันไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการตั้งราคาขาย แต่ครอบคลุมถึงอำนาจต่อรองในการจัดซื้อ การบริหารสินค้าคงคลัง และการกระจายสินค้า หากผู้ประกอบการรายใหม่สามารถควบคุมต้นทุนได้ต่ำกว่า ย่อมสร้างแรงกดดันต่อผู้ผลิตและผู้ค้ารายย่อยของไทยที่มีข้อจำกัดด้านเงินทุนและปริมาณการสั่งซื้อ

"ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการรายใหญ่ในประเทศก็เร่งปรับกลยุทธ์รับการแข่งขันมีการทำสัญญาจัดซื้อปุ๋ยล่วงหน้าจากอิสราเอลในปริมาณปีละหลายแสนตัน ขณะที่นายตัน ภาสกรนที ผู้บริหารอิชิตัน มีการแตกไลน์ขยายเข้าสู่ตลาดปุ๋ยผ่านความร่วมมือกับแบรนด์ “นกปากห่าง” เพื่อเจาะตลาดระดับพรีเมียม เช่นเดียว "คูโบต้า" มีการขยายธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับปุ๋ย พร้อมนำบริการสินเชื่อและการผ่อนชำระมาเป็นเครื่องมือสนับสนุนเกษตรกร

ออนไลน์–เดลิเวอรี เขย่าร้านค้าปุ๋ยดั้งเดิม

นอกจากการแข่งขันด้านการผลิตและต้นทุนแล้ว ช่องทางจำหน่ายกำลังเป็นอีกสมรภูมิสำคัญของตลาดปุ๋ยไทย จากเดิมที่ร้านค้าปุ๋ยท้องถิ่นทำหน้าที่เป็นตัวกลางหลักระหว่างผู้ผลิตกับเกษตรกร ปัจจุบันเริ่มมีความพยายามขยายช่องทางผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ สถานีบริการน้ำมัน และบริการจัดส่งถึงผู้บริโภค

นายวิโรช กล่าวถึง การสั่งซื้อผ่านแอปพลิเคชันและบริการเดลิเวอรี โดยเฉพาะช่องทางที่เชื่อมโยงกับเครือข่ายร้านสะดวกซื้อ เป็นความเปลี่ยนแปลงที่ต้องจับตา หากสามารถรองรับการจำหน่ายปุ๋ยกระสอบขนาด 50 กิโลกรัมและจัดส่งได้อย่างมีประสิทธิภาพจะเพิ่มทางเลือกให้เกษตรกร แต่ก็อาจลดบทบาทของร้านค้าปุ๋ยแบบเดิมในระยะยาว อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนผ่านดังกล่าวยังขึ้นอยู่กับต้นทุนขนส่ง ความเหมาะสมของการจัดเก็บสินค้า และความครอบคลุมของบริการในพื้นที่เกษตรกรรม จึงเป็นโจทย์ที่ผู้ประกอบการทุกกลุ่มต้องติดตามอย่างใกล้ชิด

ม้าแดงตรึงราคา รับแรงเหวี่ยงตลาดแม่ปุ๋ย

ท่ามกลางความผันผวนของราคา นายวิโรชระบุว่า ผู้ประกอบการแบรนด์ม้าแดงประกาศราคาแม่ปุ๋ยทุก 10–15 วัน เพื่อให้ผู้ค้าและเกษตรกรติดตามสถานการณ์ได้ต่อเนื่อง พร้อมพยายามรักษาระดับราคาจำหน่ายให้อยู่ในระดับเหมาะสม ตัวอย่างเช่น ปุ๋ยโบรอน (ธาตุอาหารเสริม) ที่มีรายงานว่าราคาจำหน่ายในบางพื้นที่สูงเกิน 1,000 บาทต่อกระสอบ ขณะที่แบรนด์ม้าแดงระบุว่าตรึงราคาไว้ที่ประมาณ 900–920 บาทต่อกระสอบ ซึ่งในนี้ โบรอน Fertibor ในไทย ค่อนข้างหายากและราคามีแนวโน้มปรับขึ้นเรื่อยๆ จากปัจจัยความต้องการใช้โบรอนของโลกเพิ่มขึ้นอย่างมาก ทั้งในภาคเกษตรและ อุตสาหกรรม

สำหรับภาคเกษตรในไทยโดยเฉพาะปาล์มน้ำมัน โบรอนถือเป็นธาตุสำคัญมากๆ สำหรับการเพิ่มผลผลิตในปาล์มน้ำมัน โดยเกษตรกรสามารถใส่โบรอนในปาล์มน้ำมันได้โดย

  • ใส่โบรอนโเยตรง ปริมาณ 150-300กรัม/ต้น/ปี (ในปาล์มให้ผลแล้ว)
  • ใส่ปุ๋ยสูตร (N-P-K) ที่มีสวนผสมของโบรอน และธาตุรอง เสริม อื่นๆ อย่างเพียงพอ อย่าง 13-6-27+2.4Mg+2.5S+0.3B
  • ใส่ธาตุรองเสริม ที่มีธาตุโบรอน และธาตุอื่นๆ อย่าง MaxBo (แมกนีเซียมโบรอน)

"ภาพรวมตลาดปุ๋ยไทยจึงกำลังเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านสำคัญ เมื่อการแข่งขันขยับจากการขายสินค้าไปสู่การควบคุมต้นทุนและห่วงโซ่อุปทาน ขณะที่ช่องทางดิจิทัลเข้ามาเปลี่ยนพฤติกรรมการซื้อ ความท้าทายของ SME ไทยไม่ใช่เพียงการรักษายอดขาย แต่ต้องเพิ่มประสิทธิภาพการจัดซื้อ บริหารสต็อก และสร้างความแตกต่างด้านบริการ เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขัน โดยมีต้นทุนปัจจัยการผลิตและความคุ้มค่าของเกษตรกรเป็นตัวแปรสำคัญของตลาดในระยะต่อไป" นายวิโรช กล่าวทิ้งท้าย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...