ทุนจีนบุก "ตลาดปุ๋ยไทย" ตั้ง 10 แบรนด์ เขย่า SME สะเทือนร้านค้ารายย่อย
ตลาดปุ๋ยเคมีไทย กำลังเผชิญแรงกดดันรอบด้าน ทั้งความผันผวนของราคาแม่ปุ๋ยในตลาดโลก ข้อจำกัดด้านการนำเข้า และการรุกขยายธุรกิจของกลุ่มทุนจีนที่เข้ามามีบทบาทในห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่การผลิต การจัดเก็บ ไปจนถึงการสร้างแบรนด์จำหน่ายในประเทศ สถานการณ์ดังกล่าวเพิ่มแรงกดดันต่อผู้ประกอบการเอสเอ็มอี (SME) และร้านค้าปุ๋ยรายย่อยที่ต้องแข่งขันทั้งด้านต้นทุน ราคา และช่องทางจำหน่าย
นายวิโรช เพ็ชรร่วง ตัวแทนจำหน่ายปุ๋ยแบรนด์ม้าแดง เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า ทิศทางราคาแม่ปุ๋ยเคมีแต่ละชนิดมีความแตกต่างกันตามสถานการณ์ตลาดโลก โดยเฉพาะข้อจำกัดด้านแหล่งนำเข้าและความต้องการใช้วัตถุดิบจากอุตสาหกรรมอื่น ซึ่งส่งผลต่อปริมาณสินค้าและต้นทุนของภาคเกษตรไทย
ส่อง DAP-โบลอน พุ่งสูง / ยูเรีย ขาลงตามฤดูกาล
สำหรับปุ๋ย DAP สูตร 18-46-0 นายวิโรช กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศจีนงดส่งออก ไทยต้องหันไปนำเข้าจากสหรัฐฯ มากขึ้น ขณะที่โบลอนมีราคาสูงขึ้นจากข้อจำกัดด้านอุปทานและความต้องการใช้ในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง ส่วนปุ๋ยโพแทสเซียมคลอไรด์ (MOP) สูตร 0-0-60 เผชิญข้อจำกัดในการจัดหาจากลาว ท่ามกลางการแข่งขันซื้อวัตถุดิบของกลุ่มทุนจีน
ส่วนด้านปุ๋ยยูเรีย มีแนวโน้มอ่อนตัวตามปัจจัยฤดูกาล หลังความต้องการใช้ลดลงในช่วงสิ้นสุดฤดูทำนาและการชะลอใช้ปุ๋ยของเกษตรกรบางกลุ่ม สะท้อนให้เห็นว่าผู้ประกอบการต้องบริหารสต็อกและต้นทุนอย่างระมัดระวัง ท่ามกลางความไม่แน่นอนของตลาด โดยก่อนหน้านี้ รัฐบาลไทยเคยมีแนวคิดนำเข้าปุ๋ยยูเรียปริมาณหลายแสนตันในช่วงเทศกาลสงกรานต์ แต่ตามข้อมูลจากผู้ให้สัมภาษณ์ สมาคมปุ๋ยฯ ได้ทักท้วงโครงการ เนื่องจากมีความกังวลว่าภาคเอกชนจะต้องรับภาระความเสี่ยงและต้นทุนจากการดำเนินการเพียงฝ่ายเดียว
ทุนจีนรุกครบวงจร เปิดเกมชิงตลาดปุ๋ย
แรงกดดันสำคัญที่ต้องจับตา คือการขยายธุรกิจของกลุ่มทุนจีน ซึ่งตามข้อมูลจากผู้ให้สัมภาษณ์ ได้เข้าซื้อกิจการโรงงานปุ๋ยในไทย ลงทุนสร้างคลังสินค้า และพัฒนาแบรนด์ปุ๋ยของตนเองแล้วเกือบ 10 แบรนด์ โดยมีข้อได้เปรียบด้านการจัดหาวัตถุดิบและระบบขนส่ง เพราะการรุกตลาดในลักษณะครบวงจรทำให้การแข่งขันไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการตั้งราคาขาย แต่ครอบคลุมถึงอำนาจต่อรองในการจัดซื้อ การบริหารสินค้าคงคลัง และการกระจายสินค้า หากผู้ประกอบการรายใหม่สามารถควบคุมต้นทุนได้ต่ำกว่า ย่อมสร้างแรงกดดันต่อผู้ผลิตและผู้ค้ารายย่อยของไทยที่มีข้อจำกัดด้านเงินทุนและปริมาณการสั่งซื้อ
"ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการรายใหญ่ในประเทศก็เร่งปรับกลยุทธ์รับการแข่งขันมีการทำสัญญาจัดซื้อปุ๋ยล่วงหน้าจากอิสราเอลในปริมาณปีละหลายแสนตัน ขณะที่นายตัน ภาสกรนที ผู้บริหารอิชิตัน มีการแตกไลน์ขยายเข้าสู่ตลาดปุ๋ยผ่านความร่วมมือกับแบรนด์ “นกปากห่าง” เพื่อเจาะตลาดระดับพรีเมียม เช่นเดียว "คูโบต้า" มีการขยายธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับปุ๋ย พร้อมนำบริการสินเชื่อและการผ่อนชำระมาเป็นเครื่องมือสนับสนุนเกษตรกร
ออนไลน์–เดลิเวอรี เขย่าร้านค้าปุ๋ยดั้งเดิม
นอกจากการแข่งขันด้านการผลิตและต้นทุนแล้ว ช่องทางจำหน่ายกำลังเป็นอีกสมรภูมิสำคัญของตลาดปุ๋ยไทย จากเดิมที่ร้านค้าปุ๋ยท้องถิ่นทำหน้าที่เป็นตัวกลางหลักระหว่างผู้ผลิตกับเกษตรกร ปัจจุบันเริ่มมีความพยายามขยายช่องทางผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ สถานีบริการน้ำมัน และบริการจัดส่งถึงผู้บริโภค
นายวิโรช กล่าวถึง การสั่งซื้อผ่านแอปพลิเคชันและบริการเดลิเวอรี โดยเฉพาะช่องทางที่เชื่อมโยงกับเครือข่ายร้านสะดวกซื้อ เป็นความเปลี่ยนแปลงที่ต้องจับตา หากสามารถรองรับการจำหน่ายปุ๋ยกระสอบขนาด 50 กิโลกรัมและจัดส่งได้อย่างมีประสิทธิภาพจะเพิ่มทางเลือกให้เกษตรกร แต่ก็อาจลดบทบาทของร้านค้าปุ๋ยแบบเดิมในระยะยาว อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนผ่านดังกล่าวยังขึ้นอยู่กับต้นทุนขนส่ง ความเหมาะสมของการจัดเก็บสินค้า และความครอบคลุมของบริการในพื้นที่เกษตรกรรม จึงเป็นโจทย์ที่ผู้ประกอบการทุกกลุ่มต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
ม้าแดงตรึงราคา รับแรงเหวี่ยงตลาดแม่ปุ๋ย
ท่ามกลางความผันผวนของราคา นายวิโรชระบุว่า ผู้ประกอบการแบรนด์ม้าแดงประกาศราคาแม่ปุ๋ยทุก 10–15 วัน เพื่อให้ผู้ค้าและเกษตรกรติดตามสถานการณ์ได้ต่อเนื่อง พร้อมพยายามรักษาระดับราคาจำหน่ายให้อยู่ในระดับเหมาะสม ตัวอย่างเช่น ปุ๋ยโบรอน (ธาตุอาหารเสริม) ที่มีรายงานว่าราคาจำหน่ายในบางพื้นที่สูงเกิน 1,000 บาทต่อกระสอบ ขณะที่แบรนด์ม้าแดงระบุว่าตรึงราคาไว้ที่ประมาณ 900–920 บาทต่อกระสอบ ซึ่งในนี้ โบรอน Fertibor ในไทย ค่อนข้างหายากและราคามีแนวโน้มปรับขึ้นเรื่อยๆ จากปัจจัยความต้องการใช้โบรอนของโลกเพิ่มขึ้นอย่างมาก ทั้งในภาคเกษตรและ อุตสาหกรรม
สำหรับภาคเกษตรในไทยโดยเฉพาะปาล์มน้ำมัน โบรอนถือเป็นธาตุสำคัญมากๆ สำหรับการเพิ่มผลผลิตในปาล์มน้ำมัน โดยเกษตรกรสามารถใส่โบรอนในปาล์มน้ำมันได้โดย
- ใส่โบรอนโเยตรง ปริมาณ 150-300กรัม/ต้น/ปี (ในปาล์มให้ผลแล้ว)
- ใส่ปุ๋ยสูตร (N-P-K) ที่มีสวนผสมของโบรอน และธาตุรอง เสริม อื่นๆ อย่างเพียงพอ อย่าง 13-6-27+2.4Mg+2.5S+0.3B
- ใส่ธาตุรองเสริม ที่มีธาตุโบรอน และธาตุอื่นๆ อย่าง MaxBo (แมกนีเซียมโบรอน)
"ภาพรวมตลาดปุ๋ยไทยจึงกำลังเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านสำคัญ เมื่อการแข่งขันขยับจากการขายสินค้าไปสู่การควบคุมต้นทุนและห่วงโซ่อุปทาน ขณะที่ช่องทางดิจิทัลเข้ามาเปลี่ยนพฤติกรรมการซื้อ ความท้าทายของ SME ไทยไม่ใช่เพียงการรักษายอดขาย แต่ต้องเพิ่มประสิทธิภาพการจัดซื้อ บริหารสต็อก และสร้างความแตกต่างด้านบริการ เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขัน โดยมีต้นทุนปัจจัยการผลิตและความคุ้มค่าของเกษตรกรเป็นตัวแปรสำคัญของตลาดในระยะต่อไป" นายวิโรช กล่าวทิ้งท้าย