“ตลาดหุ้นเอเชีย” เปิดบวก หุ้นเทคโนโลยีพุ่งหนุนตลาด รับราคาน้ำมันชะลอตัว
"ตลาดหุ้นเอเชีย" เปิดบวก รับแรงหนุนหุ้นเทคโนโลยีและเซมิคอนดักเตอร์พุ่งแรง ขณะที่ราคาน้ำมันปรับตัวลดลง จับตาผลประชุมธนาคารกลางอินโดนีเซีย
วันที่ 21 ตุลาคม 2569 เวลา 09.10 น.ตลาดหุ้นเอเชียเปิดบวกเป็นส่วนใหญ่ในวันนี้ (21 ต.ค. 2569) โดยได้แรงหนุนจากการฟื้นตัวของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี โดยเฉพาะหุ้นผู้ผลิตชิปในเกาหลีใต้และญี่ปุ่น ขณะที่ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวลดลง ช่วยคลายความกังวลเกี่ยวกับต้นทุนพลังงานและแรงกดดันเงินเฟ้อ
*ดัชนีนิกเกอิ (Nikkei 225) ตลาดหุ้นญี่ปุ่น เปิดที่ 64,885.95 จุด เพิ่มขึ้น 810.53 จุด หรือ 1.26% ดัชนีฮั่งเส็ง (Hang Seng) ตลาดหุ้นฮ่องกง เปิดที่ 24,139.11 จุด เพิ่มขึ้น 271.37 จุด หรือ 1.14% และดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิต (Shanghai Composite) ตลาดหุ้นจีน เปิดที่ 3,740.57 จุด เพิ่มขึ้น 5.20 จุด หรือ 0.14%*
ส่วน ดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ ปรับตัวขึ้น 1.8% สวนทางกับ ดัชนี S&P/ASX 200 ตลาดหุ้นออสเตรเลีย ที่ลดลงเล็กน้อย 0.1%
หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของตลาดหุ้นเอเชียในช่วงเช้า โดยหุ้น SK hynix ผู้ผลิตชิปหน่วยความจำรายใหญ่ของเกาหลีใต้ พุ่งขึ้น 6.38% และหุ้น Samsung Electronics เพิ่มขึ้น 5.03% ขณะที่หุ้น Elice ผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ของเกาหลีใต้ ทะยานขึ้น 29.92% ฟื้นตัวจากการร่วงลงกว่า 30% ในการซื้อขายวันแรกเมื่อวันที่ 20 ต.ค.ที่ผ่านมา
ด้านหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ของญี่ปุ่นปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่งเช่นกัน โดยหุ้น Advantest ผู้ผลิตอุปกรณ์ทดสอบชิป พุ่งขึ้น 5.31% หุ้น Tokyo Electron ผู้ผลิตอุปกรณ์สำหรับอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ เพิ่มขึ้น 3.02% และหุ้น SoftBank Group บริษัทลงทุนด้านเทคโนโลยีรายใหญ่ของญี่ปุ่น พุ่งขึ้น 4.70%
นอกจากนี้ ตลาดหุ้นเอเชียยังได้รับปัจจัยหนุนจากราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวลดลง โดยสัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ส่งมอบเดือนพ.ย. ลดลง 1.8% ปิดที่ 101.79 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) ส่งมอบเดือนธ.ค. ลดลง 0.69% ปิดที่ 108.79 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ในการซื้อขายเมื่อวันที่ 20 ต.ค.
สำหรับปัจจัยที่นักลงทุนติดตามในวันนี้ ได้แก่ การเปิดเผยข้อมูลดุลการค้าเดือนก.ย.ของญี่ปุ่น และผลการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางอินโดนีเซีย ซึ่งจะประกาศการตัดสินใจเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ย
ขณะเดียวกัน นักลงทุนยังจับตาการรายงานผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนรายใหญ่ในสหรัฐฯ ได้แก่ Tesla, IBM และ Southwest Airlines เพื่อประเมินแนวโน้มผลประกอบการภาคธุรกิจและทิศทางตลาดหุ้นในระยะถัดไป