“อนุทิน”สวนข่าวจับขั้วรัฐบาล 300 เสียง ลั่นพร้อมชนซักฟอก เบรกข่าวดีล “กล้าธรรม” ร่วมรัฐบาล
“อนุทิน” สวนข่าวจับขั้วรัฐบาลเกือบ 300 เสียงพร้อมชนซักฟอก ไม่ขอโม้มั่นใจ ลั่นต้องตอบข้อกล่าวหาให้ได้ ไม่ใช่อาศัยเสียงข้างมาก - เบรกข่าวดีลกล้าธรรมรวมภูมิใจไทย สวนกลับ “เรื่องยังไม่เกิด จะพูดก่อนได้ไง”
วันที่ 20 ตุลาคม 2569 ที่ทำเนียบฯรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ว่า ตัวนายกรัฐมนตรีก็เป็นหนึ่งในผู้ถูกอภิปรายด้วย เพราะฉะนั้นก็ถือว่าทุกกระทรวงต้องเตรียมความพร้อมในการชี้แจง แต่ตนเชื่อว่ารัฐบาลชุดนี้ทำงานกันเป็นทีมเวิร์คอยู่แล้ว ในองค์ประกอบของรัฐบาลก็มีเพียง 2 พรรคการเมือง ฉะนั้นการประสานงาน การขอความร่วมมือต่างๆ ไม่ยาก
เมื่อถามว่ากังวลกระทรวงไหนเป็นพิเศษ นายอนุทิน ระบุว่า กังวลสำนักนายกรัฐมนตรีและกระทรวงมหาดไทย ตนก็ต้องทำการบ้านเยอะๆ
ส่วนกรณีกระแสข่าวที่พรรคกล้าธรรมจะยุบพรรคมารวมกับพรรคภูมิใจไทย และเรื่องร่วมรัฐบาลหลังศึกซักฟอกนั้น นายอนุทิน เผยว่า เรื่องยังไม่เกิด จะมาพูดก่อนได้อย่างไร ใครพูดก่อนไม่มี ยังไม่มีความหมายอะไร ให้ถามเรื่องงานดีกว่า เพราะวันนี้มีการอนุมัติเรื่องที่เป็นประโยชน์กับประเทศไทยหลายเรื่อง รัฐบาลทำงานเต็มที่ เรื่องอภิปรายไม่ไว้วางใจก็เป็นกระบวนการของรัฐสภา เป็นกระบวนการตรวจสอบ ซึ่งรัฐมนตรีทุกคนมีความพร้อมในการไปชี้แจงตอบข้อสงสัยและชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาต่างๆ แต่เรื่องการทำงานของรัฐบาลก็ยังทำงานอย่างเต็มที่ เราจะไปบอกว่ามั่นใจก็ไม่ได้ เพราะนี่เป็นการอภิปรายไม่ไว้วางใจโดยลงมติ ม.151 ฝากถามว่ามั่นใจตัวเองข้างในหรือไม่นั้นตนก็มั่นใจ จะบอกว่ามั่นใจมากก็พูดไม่ได้
เมื่อถามว่ามั่นใจหรือไม่ว่าเสียงที่ยกมือให้จะมากกว่าเสียงของรัฐบาลที่มีอยู่ นายอนุทิน กล่าวว่า ก็ต้องกลับไปดูในประวัติศาสตร์ คนจะเป็นรัฐบาลได้ต้องมีเสียงข้างมาก มีแต่อนุทิน 1 ที่มีเสียงข้างน้อยเท่านั้น แต่ตอนนั้นไม่มีอภิปราย เกือบมีแต่ตนยุบสภาไปก่อน ฉะนั้นการเป็นรัฐบาลเมื่อมาเป็นอนุทิน 2 เสียงสนับสนุนในสภาผู้แทนราษฎรเกือบ 300 เสียง
เมื่อถามว่าหากเสียงยกมือให้มากกว่า 300 เสียงจะมีผลต่อการดึงพรรคกล้าธรรมมาร่วมรัฐบาลหรือไม่ นายอนุทิน ระบุว่า การลงมติทุกอย่างก็เป็นเอกสิทธิ์ ส่วนจะมีผลต่อการร่วมรัฐบาลหรือไม่นั้นตนมองว่าให้เกิดขึ้นก่อน รอไม่นาน เดี๋ยวนายภราดร ปริศนานันทกุล จะไปหารือกับวิปของสภาฯ ซึ่งรัฐบาลตอนนี้ช่วงเวลาที่รัฐมนตรีทุกคนจะไปฟังอภิปรายได้อย่างเต็มที่ไม่กังวลภารกิจอื่น ก็จะเป็นช่วง 27-29 ตุลาคม และวันที่ 30 เป็นวันโหวต นี่คือข้อเสนอของรัฐบาล ส่วนจะออกมาวันไหนหรือกี่วันก็ต้องขึ้นอยู่กับการหารือ ซึ่งอาทิตย์ที่แล้วเราจะเสนอแบบนี้แต่ถูกประทานสภาดุมาว่าไม่ใช่เรื่องของคุณ ส่วนนี้ต้องเป็นเรื่องของการหารือทั้ง 3 ฝ่ายรวมถึงประธานสภาด้วย ในส่วนรัฐบาลเราก็ได้แจ้งส่วนนี้ไป แต่ตนอาจใช้คำพูดผิด นี่คือสิ่งที่รัฐบาลต้องการ
ส่วนหลังซักฟอกเสียงของรัฐบาลจะมากขึ้นหรือไม่นั้น นายอนุทิน กล่าวว่า ต้องทีละขั้นตอน ตอนนี้ยังไม่ซักฟอก เมื่อซักฟอกเสร็จก็ต้องชี้แจง จากนั้นก็ต้องลงมติ กว่าจะรู้ว่ามากขึ้นหรือน้อยลงก็ต้องรอตรงนั้นก่อนแล้วค่อยมาถาม ต้นยังไม่รู้ว่าแต่ละคนจะได้คะแนนเท่าไหร่ ตั้งแต่ที่ตนเคยโดนอภิปรายมาสมัยที่เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เรากำกับไม่ได้ว่าจะได้กี่คะแนน นั่งลุ้นทุกครั้งว่าจะได้มากกว่าหรือน้อยกว่าคนอื่น ลุ้นแม้กระทั่งว่าจะผ่านหรือไม่ ไม่มีอะไรมาบอกได้ว่าผ่านชัวร์เพราะเรามีเสียงข้างมาก เราไม่ได้บริหารบ้านเมืองแบบนี้ ต้องมั่นใจในข้อมูลที่เราตอบก็ซักถามหรือข้อสงสัย และข้อกล่าวหาของฝ่ายตรวจสอบ ไม่ใช่ตนคนเดียวแต่รัฐมนตรีอีก 17 คนก็ต้องตอบ
เมื่อถามต่อว่าจะมีการปรับ ครม.หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า อย่าเพิ่งมาถาม
เมื่อถามว่าการไปทานข้าวกับร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า หัวหน้าพรรคกล้าธรรม มีการพูดคุยกันเรื่องใดบ้างนั้น นายอนุทน ระบุว่า ต้องบอกด้วยหรอ ทำไมไม่คิดว่าตนกลับร้อยเอกธรรมนัส คบมาตั้งแต่เขาเป็นผู้กองจริงๆ เทียบรุ่นนักเรียนนายร้อยรุ่นที่ 25 แต่ก่อนก็เที่ยวเตร่เฮฮาพึ่งพากันมาโดยตลอด พบปะกันสม่ำเสมอ เรื่องการเมืองก็เป็นเรื่องการเมือง บอกว่ามิตรภาพอย่างเดียวทำทุกอย่างได้แล้วทำไมวันนี้ท่านไม่อยู่ในรัฐบาล ทุกอย่างก็ต้องแยกเรื่องประเทศชาติบ้านเมือง มิตรภาพก็ยังดี ตนกับร้อยเอกธรรมนัส ยังดำรงมิตรภาพที่ดีต่อกันได้
ส่วนกระแสข่าวเรื่องกระทรวงริมน้ำนั้น เก้าอี้กระทรวงพาณิชย์ของนางศุภจี สุธรรมพันธ์ ยังแข็งแรงดีหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า นายอนุทินหัวเราะ ไม่ได้ตอบคำถาม พร้อมกล่าวต่อว่าอย่าสมมุติ ให้รอ เรื่องนี้สมมุติอะไรไม่ได้ทั้งนั้น วันนี้ยังไม่อภิปราย ยังไม่ลงคะแนน รัฐบาลทำงานให้กับประชาชนอย่างเต็มที่ไม่ว่าใครจะอยู่ ใครจะไป ใครจะมา ใครจะเปลี่ยน รัฐบาลต้องทำงานให้กับประชาชนแต่ประเทศชาติอย่างเต็มที่ เรื่องนี้จะไม่เสีย