โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

วิจัยพบลดสนามแม่เหล็กโลก ยืดอายุเซลล์ โยงรักษาพาร์กินสัน

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 22 ชั่วโมงที่ผ่านมา
นักวิจัยอังกฤษพบการลดสนามแม่เหล็กโลกให้ต่ำลง ส่งผลต่อไมโทคอนเดรีย ช่วยยืดอายุแมลงหวี่กลุ่มยีนพาร์กินสันได้ 20 เปอร์เซ็นต์ เปิดความหวังใหม่ในการศึกษาโรคสมองและผลกระทบต่อนักบินอวกาศ

สนามแม่เหล็กโลกที่อยู่รอบตัวเราตลอดเวลาอาจมีบทบาทต่อสิ่งมีชีวิตมากกว่าการช่วยสัตว์บางชนิดนำทาง ล่าสุดทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยน็อตติงแฮม (University of Nottingham) ประเทศอังกฤษ พบหลักฐานจากการทดลองในแมลงหวี่ว่า การลดสนามแม่เหล็กลงจนเกือบเป็นศูนย์สามารถเปลี่ยนการทำงานของไมโทคอนเดรีย สมรรถภาพทางกาย และอายุขัยได้ โดยผลลัพธ์แตกต่างกันอย่างชัดเจนระหว่างแมลงหวี่ปกติกับแมลงหวี่ที่มีความผิดปกติของยีนที่เกี่ยวข้องกับโรคพาร์กินสันในมนุษย์
งานวิจัยนำโดย เจคอบ รีด (Jacob Reed) และศาสตราจารย์ลิซา ชาครราบาร์ตี (Lisa Chakrabarti) จากคณะสัตวแพทยศาสตร์และวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยน็อตติงแฮม ร่วมกับนักวิจัยด้านฟิสิกส์ วิศวกรรม และเภสัชศาสตร์ ก่อนเผยแพร่ในวารสารเอจจิง (Aging) เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2026 โดยนักวิจัยต้องการตอบคำถามพื้นฐานว่า สนามแม่เหล็กโลกซึ่งสิ่งมีชีวิตวิวัฒนาการอยู่ภายใต้อิทธิพลมาอย่างยาวนาน มีผลโดยตรงต่อกระบวนการภายในเซลล์หรือไม่

⬛️ ลดสนามแม่เหล็กโลกเหลือเพียง 5 นาโนเทสลา
ทีมวิจัยสร้างสภาวะสนามแม่เหล็กต่ำ หรือไฮโปแมกเนติกฟิลด์ (Hypomagnetic Field: HMF) ด้วยอุปกรณ์กำบังสนามแม่เหล็ก MuMagnetic GA4 ทำให้สนามภายในเหลือประมาณ 5 นาโนเทสลา ต่ำกว่าสนามแม่เหล็กโลกตามธรรมชาติซึ่งอยู่ในช่วงประมาณ 25-60 ไมโครเทสลาอย่างมาก จากนั้นนำแมลงหวี่เพศผู้มาเปรียบเทียบระหว่างกลุ่มปกติและกลุ่มที่สูญเสียการทำงานของยีน Pink1 ซึ่งใช้เป็นแบบจำลองศึกษาความผิดปกติของไมโทคอนเดรียและโรคพาร์กินสันระยะเริ่มต้น
แมลงหวี่ถูกนำเข้าสู่สภาวะสนามแม่เหล็กต่ำตั้งแต่อายุ 10 หรือ 20 วัน และอยู่ในสภาพดังกล่าวต่อเนื่องระหว่างการทดลอง โดยกลุ่มควบคุมถูกเลี้ยงภายใต้สภาพแสง เสียง และอุณหภูมิใกล้เคียงกัน นักวิจัยติดตามทั้งการรอดชีวิต ความสามารถในการไต่ การหายใจระดับไมโทคอนเดรีย และการเกิดอนุมูลอิสระ เพื่อดูว่าการเปลี่ยนสนามแม่เหล็กส่งผลต่อร่างกายในหลายระดับอย่างไร
⬛️ แมลงหวี่ยีน Pink1 อายุยืนขึ้นประมาณ 20%
ผลที่น่าสนใจที่สุดเกิดขึ้นในแมลงหวี่ที่สูญเสียการทำงานของยีน Pink1 เมื่ออยู่ในสนามแม่เหล็กต่ำ อายุขัยของแมลงหวี่กลุ่มนี้เพิ่มขึ้นประมาณ 20% เมื่อเทียบกับกลุ่ม Pink1 ที่อยู่ภายใต้สนามแม่เหล็กโลกตามปกติ อย่างไรก็ตาม อายุที่เพิ่มขึ้นไม่ได้หมายความว่าสุขภาพทุกด้านดีขึ้น เพราะความสามารถในการไต่กลับลดลงอย่างชัดเจน
ผลลัพธ์ในแมลงหวี่ปกติกลับเป็นไปอีกทางหนึ่ง เมื่อได้รับสนามแม่เหล็กต่ำ อายุขัยลดลง แต่ความสามารถในการเคลื่อนไหวดีขึ้น ความแตกต่างนี้เป็นจุดสำคัญของงานวิจัย เพราะแสดงให้เห็นว่าการตอบสนองต่อสนามแม่เหล็กไม่ได้ให้ผลดีหรือผลเสียแบบเดียวกันในสิ่งมีชีวิตทุกสภาวะ แต่ขึ้นอยู่กับพื้นฐานทางพันธุกรรมและสภาพการทำงานของไมโทคอนเดรียด้วย
⬛️ ไมโทคอนเดรียอาจเป็นกุญแจสำคัญ
เมื่อนักวิจัยตรวจสอบระดับเซลล์ด้วยเครื่องวัดการหายใจความละเอียดสูง พบว่าสภาวะสนามแม่เหล็กต่ำเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงของระบบสร้างพลังงานในไมโทคอนเดรีย โดยเฉพาะไมโทคอนเดรียลคอมเพล็กซ์ทู (Mitochondrial Complex II) ขณะเดียวกัน การใช้เซนเซอร์ควอนตัมจากศูนย์ไนโตรเจนว่างในนาโนไดมอนด์ หรือ NV Centre ยังตรวจพบการเปลี่ยนแปลงของอนุมูลอิสระ รวมถึงซูเปอร์ออกไซด์ หลังได้รับสนามแม่เหล็กต่ำ
อย่างไรก็ตาม รายละเอียดมีความซับซ้อนกว่าการสรุปว่าสนามแม่เหล็กต่ำกระตุ้น Complex II แล้วทำให้อายุยืนโดยตรง เพราะการเพิ่มกิจกรรมของ Complex II มีนัยสำคัญทางสถิติชัดเจนในแมลงหวี่ปกติ
ส่วนในกลุ่ม Pink1 แนวโน้มการเพิ่มขึ้นของ Complex II เมื่อวิเคราะห์แยกยังไม่ถึงระดับนัยสำคัญทางสถิติ นักวิจัยจึงเสนอเป็นสมมติฐานว่า การเปลี่ยนเส้นทางการสร้างพลังงานและการจัดการอนุมูลอิสระอาจช่วยชดเชยความผิดปกติของไมโทคอนเดรียในกลุ่ม Pink1 และมีส่วนเกี่ยวข้องกับอายุขัยที่เพิ่มขึ้น
⬛️ เปิดแนวทางศึกษาความชราและโรคทางระบบประสาท
ผลการทดลองทำให้สนามแม่เหล็กต่ำกลายเป็นอีกปัจจัยที่น่าสนใจสำหรับการศึกษาความชราและโรคที่เกี่ยวข้องกับความผิดปกติของไมโทคอนเดรีย นักวิจัยมองว่า ในอนาคตการควบคุมความเข้มของสนามแม่เหล็กอาจเป็นแนวทางแบบไม่รุกล้ำร่างกายสำหรับปรับการทำงานของไมโทคอนเดรีย และอาจช่วยให้นักวิทยาศาสตร์เข้าใจกระบวนการของโรคทางระบบประสาทได้มากขึ้น
แต่ผลการศึกษานี้ยังไม่ใช่หลักฐานว่าสนามแม่เหล็กต่ำสามารถรักษาโรคพาร์กินสันหรืออัลไซเมอร์ในมนุษย์ได้ การทดลองดำเนินการในแมลงหวี่ และแบบจำลอง Pink1 จำลองเพียงบางลักษณะของโรคพาร์กินสันเท่านั้น จึงจำเป็นต้องมีการทดลองในเซลล์มนุษย์ สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม และการศึกษาทางคลินิกอีกหลายขั้นตอน ก่อนจะประเมินได้ว่าแนวทางดังกล่าวสามารถนำมาใช้รักษาผู้ป่วยได้จริงหรือไม่

⬛️ สำคัญต่อมนุษย์ที่ต้องเดินทางไกลในอวกาศ
งานวิจัยยังเกี่ยวข้องกับการสำรวจอวกาศ เพราะมนุษย์ที่เดินทางออกห่างจากโลกจะเข้าสู่สภาพแวดล้อมทางแม่เหล็กและรังสีที่แตกต่างจากบนพื้นโลก การศึกษาว่าเซลล์ตอบสนองต่อสนามแม่เหล็กที่อ่อนมากอย่างไร จึงอาจช่วยให้เข้าใจความเสี่ยงทางชีววิทยาของภารกิจระยะยาว รวมถึงการเดินทางสู่ดวงจันทร์และดาวอังคารได้ดีขึ้น โดยเฉพาะเมื่อมนุษย์ต้องใช้ชีวิตนอกสภาพแวดล้อมที่ร่างกายวิวัฒนาการมานาน
อย่างไรก็ตาม สนามแม่เหล็กเป็นเพียงหนึ่งในหลายปัจจัยของสุขภาพนักบินอวกาศ และไม่ควรตีความว่าการออกจากสนามแม่เหล็กโลกเป็นสาเหตุโดยตรงของความเสื่อมของร่างกาย เพราะภารกิจอวกาศยังต้องเผชิญรังสีคอสมิก อนุภาคพลังงานสูง ภาวะไร้น้ำหนัก และปัจจัยด้านสรีรวิทยาอื่น ๆ งานวิจัยครั้งนี้จึงเป็นจุดเริ่มต้นของคำถามใหม่ว่า พลังที่มองไม่เห็นและอยู่รอบตัวเราตลอดเวลา อาจมีส่วนกำหนดการทำงานของเซลล์มากกว่าที่นักวิทยาศาสตร์เคยเข้าใจ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...