โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

กระเป๋าเงินดิจิทัลจีนดันยอดสเตเบิลคอยน์พุ่ง 43 เท่า ทะลุแสนล้านดอลลาร์สวนกฎเหล็กปักกิ่ง

Manager Online

เผยแพร่ 20 ชั่วโมงที่ผ่านมา • MGR Online

รายงานสืบสวนล่าสุดจาก Chainalysis เผยปริมาณกระเป๋าเงินดิจิทัลที่โอนสเตเบิลคอยน์แบบบุคคลต่อบุคคลในประเทศจีนเติบโตก้าวกระโดด 43 เท่าตัวแตะระดับ 1.04 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐในช่วงกลางปี 2569 ปรากฏการณ์นี้สะท้อนการปรับตัวของภาคธุรกิจที่ดึงคริปโตมาใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนใต้ดิน ท้าทายมาตรการปราบปรามสินทรัพย์ดิจิทัลขั้นเด็ดขาดของรัฐบาลปักกิ่งอย่างเปิดเผย

บริษัทวิเคราะห์บล็อกเชน Chainalysis ชี้ให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของตลาดคริปโตเอเชีย ดดยในรายงานระบุว่ายอดผู้ใช้งานกระเป๋าเงินดิจิทัลส่วนบุคคลเพื่อทำธุรกรรมสเตเบิลคอยน์ในจีนพุ่งทะยานอย่างรุนแรงเมื่อเทียบระหว่างไตรมาสแรกปี 2567 ถึงไตรมาสสองปี 2569 เม็ดเงินหมุนเวียนรวมในระบบทะลุ 1.04 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐผ่านธุรกรรม 18.1 ล้านครั้งในช่วงเดือนกรกฎาคม 2568 ถึงมิถุนายน 2569

จุดที่น่าจับตาคืออัตราหมุนเวียนของสเตเบิลคอยน์ในจีนพุ่งแตะ 33.2 ครั้งต่อปีซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยโลกถึงสามเท่า สัญญาณนี้ตอกย้ำว่าผู้ใช้งานชาวจีนไม่ได้ถือครองสินทรัพย์เพื่อเก็งกำไรเหมือนบิทคอยน์ แต่ประยุกต์ใช้เป็นสภาพคล่องทางธุรกิจ กิจกรรมแบบบุคคลต่อบุคคล (P2P) ครองสัดส่วนร้อยละ 59.1 ของเศรษฐกิจคริปโตจีนที่มีมูลค่ารวม 1.76 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ตัวเลขนี้เติบโตจากปี 2568 ถึง 3.5 เท่าตัว

รัฐบาลจีนเพิ่งยกระดับมาตรการคุมเข้มคริปโทเคอร์เรนซีเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา นโยบายใหม่มุ่งสกัดกั้นสเตเบิลคอยน์ที่ผูกค่าเงินหยวนรวมถึงการแปลงสินทรัพย์จริงเป็นโทเคนดิจิทัล กระนั้นตัวเลขการโอนเงินที่เพิ่มขึ้น 4.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในเดือนมีนาคมเพียงเดือนเดียวสะท้อนความล้มเหลวของการจัดระเบียบ ประชาชนและเครือข่ายธุรกิจเลือกมุดลงใต้ดินเพื่อแสวงหาช่องทางทำธุรกรรมที่รัฐตรวจสอบยากขึ้น

ขณะที่จีนเผชิญปัญหาเงินทุนใต้ดิน ประเทศเพื่อนบ้านกลับเดินหน้าดึงดูดเม็ดเงินอย่างเต็มรูปแบบ เช่นเกาหลีใต้ผงาดเป็นตลาดคริปโตที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคด้วยมูลค่า 4.49 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ นักลงทุนรายย่อยแห่เก็งกำไรโทเคนปัญญาประดิษฐ์จนกลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ

ส่วนฮ่องกงมุ่งเป้าเป็นศูนย์กลางสถาบันการเงิน ดึงดูดเม็ดเงินกลุ่มธุรกิจเข้าประเทศเกือบ 2.4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ พร้อมอนุมัติใบอนุญาตสเตเบิลคอยน์ฉบับแรกไปเมื่อเดือนเมษายน

ด้านญี่ปุ่นแสดงท่าทีชัดเจนในการผลักดันระบบการเงินแบบกระจายศูนย์ซึ่งครองสัดส่วนธุรกรรมเกือบร้อยละ 35 ของตลาด รัฐสภาญี่ปุ่นเพิ่งผ่านร่างกฎหมายนำสินทรัพย์ดิจิทัลเข้าสู่ระบบการเงินของประเทศอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนกรกฎาคม

ทั้งนี้ความเคลื่อนไหวของภูมิภาคเอเชียตะวันออกชี้ให้เห็นว่ายิ่งจีนสร้างกำแพงปิดกั้น เม็ดเงินมหาศาลจะยิ่งไหลออกไปหาตลาดที่เปิดกว้างและมีกฎเกณฑ์รองรับชัดเจน

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...