โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

10 เรื่องด้านสังคม ปี 64 ปีแห่ง 'ดราม่า-เปลี่ยนผ่าน'

MATICHON ONLINE

อัพเดต 30 ธ.ค. 2564 เวลา 05.22 น. • เผยแพร่ 30 ธ.ค. 2564 เวลา 05.18 น.

10 เรื่องด้านสังคม ปี 64 ปีแห่ง ‘ดราม่า-เปลี่ยนผ่าน’

เป็นอีกปีที่สถานการณ์ด้านสังคมไทย เผชิญหน้ากับความร้อนแรงและท้าทาย ปีนี้มีประเด็นดราม่าด้านสังคมเกิดขึ้นมากมาย ปัจจัยส่วนหนึ่งมาจากการเปลี่ยนผ่านทางความคิดของคนไทย อีกส่วนมาจากผลกระทบจากสถานการณ์โรคติดเชื้อโควิด-19 ระบาดระลอกใหม่เกือบตลอดทั้งปี รวบรวมเป็น 10 สถานการณ์ด้านสังคม ประจำปี 2564 ดังนี้

1.เด็กกำพร้าจากโควิด-19

ทุกคนต่างได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ไม่มากก็น้อย แต่ดูจะหนักหนาที่สุดคือ การสูญเสียเสาหลักของครอบครัว ส่งผลให้เด็กหลายคนต้องเผชิญความกำพร้าแบบไม่ทันตั้งตัว อย่างเหตุการณ์แม่ติดโควิด-19 สั่งเสียลูกสาวซึ่งเป็น 2 เด็กหญิง ก่อนตายว่า “ถ้าแม่ตาย ให้ไปอยู่บ้านเด็กกำพร้า” เกิดในห้องเช่าแห่งหนึ่งในอำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ

จากเหตุการณ์ดังกล่าว ได้ทำให้หน่วยงานรัฐตื่นตัว เริ่มจัดเก็บข้อมูลเด็กกำพร้าจากสถานการณ์โควิด-19 ทั่วประเทศ ตั้งแต่ 27 กรกฎาคมเป็นต้นมา จนถึงปัจจุบัน มีเด็กกำพร้าทั่วประเทศแล้วกว่า 500 คน ส่วนใหญ่กำพร้าพ่อ รองลงมากำพร้าแม่ กำพร้าผู้ดูแล และกำพร้าทั้งพ่อและแม่ตามลำดับ ขณะที่เด็กกำพร้าส่วนใหญ่ ศึกษาอยู่ระดับชั้นประถมศึกษา

โดยกรมกิจการเด็กและเยาวชน (ดย.) ได้แจ้งการให้ความช่วยเหลือเด็กกำพร้า และเด็กที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 มีตั้งแต่การมอบเครื่องอุปโภคบริโภคเด็กและครอบครัวที่ได้รับผลกระทบ หากติดเชื้อมีการประสานส่งต่อเพื่อรักษา หากสูญเสียพ่อแม่มีการประสานญาติ เพื่อให้รับอุปการะ หากไม่มีญาติรับอุปการะ จะเข้าสู่กระบวนการหาครอบครัวทดแทน และหากยังหาไม่ได้ ก็จะเข้าสู่สถานสงเคราะห์ของ ดย. เป็นกระบวนการสุดท้าย

สำหรับ 2 เด็กหญิงเหตุการณ์ข้างต้น ปัจจุบันถูกขอรับไปอุปถัมภ์เลี้ยงดู โดย ตู่-นันทิดา แก้วบัวสาย นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) จังหวัดสมุทรปราการ และ เอ๋-ชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม ประธานสภาหอการค้าจังหวัดสมุทรปราการ แล้ว

2.ดราม่า ‘หนึ่ง-จักรวาล’

กรณีของ ‘หนึ่ง-จักรวาล เสาธงยุติธรรม’ ผู้กำกับดนตรีชื่อดัง ที่ลงคลิปวีดิโอแสดงความรักต่อลูกสาว วัย 9 ขวบ ซึ่งมีทั้งการจับพุง-จับก้นลูกสาวด้วยความหมั่นเขี้ยว ถูกสังคมมองว่าไม่เหมาะสม

ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างมาก มีทั้งฝั่งที่มองว่าเป็นเรื่องปกติ ครอบครัวของตัวเองก็ทำ อีกฝั่งมองว่าไม่ใช่เรื่องปกติ เพราะนี่คือการละเมิดสิทธิเนื้อตัวร่างกาย และอาจนำไปสู่การละเมิดทางเพศเด็กได้ สอดคล้องกับสถิติเด็กและผู้หญิงถูกละเมิดทางเพศที่จัดเก็บ โดยมูลนิธิหญิงชายก้าวไกล พบว่าส่วนใหญ่เป็นคนใกล้ชิดผู้เสียหายทั้งนั้น แม้กระทั่งพ่อแท้ๆ จนเจ้าตัวต้องลบคลิปและออกมาขอโทษต่อสังคม

ประเด็นนี้จิตแพทย์เด็ก นายแพทย์ยงยุทธ วงศ์ภิรมย์ศานติ์ มองว่า เป็นเพียงการปฏิบัติไม่เหมาะสม มากกว่าการละเมิดทางเพศในครอบครัว ที่ต้องมีองค์ประกอบ ได้แก่ ระบบของพ่อแม่ไม่ทำงาน และเหตุการณ์มักถูกเก็บไว้เป็นความลับ

ถือเป็นดราม่าที่สร้างโอกาสเรียนรู้ให้สังคม ตื่นตัวเรียนรู้การเคารพสิทธิเนื้อตัวร่างกาย เริ่มได้ตั้งแต่วัยเด็ก

3.โอลี่แฟน (OnlyFans)

ทำเอาสังคมเปลี่ยนความเข้าใจใหม่ ‘เซ็กซ์เวิร์กเกอร์’ หรือพนักงานบริการทางเพศ เพราะสามารถเป็นครีเอเตอร์สร้างคอนเทนต์แนว 18+ กับคู่รักตัวเอง แล้วอัพลงแพลตฟอร์มออนไลน์ สร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำ
หนึ่งในนั้นคือ กรณีน้องไข่เน่า วัย 19 ปี กับคู่รัก ที่ผลิตคอนเทนต์ 18+ ลงในโอลี่แฟน (OnlyFans) ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2564 เป็นต้นมา กระทั่งเดือนกันยายนถูกตำรวจจับ เธอยอมรับว่า 3 เดือนที่ทำมามีรายได้เข้ามาไม่ต่ำกว่า 5 แสนบาท

ล่าสุดน้องไข่เน่าและกลุ่มเจริญ Porn ได้ยื่นหนังสือเรียกร้องต่อ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ขอให้บรรจุร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา ฉบับที่ (พ.ศ. ..) หนึ่งในนั้นคือ การขอแก้ไขผลิตสื่อลามกอนาจารถูกกฎหมาย รองรับตลาดที่เปิดให้สร้างรายได้ต่อไป

4.กฎหมายเปิดให้ทำแท้งฉบับใหม่

ดีเดย์ 7 กุมภาพันธ์ 2564 วันประวัติศาสตร์ประเทศไทยเปิดให้ผู้หญิงตั้งครรภ์ไม่เกิน 12 สัปดาห์ ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดๆ ก็ตาม สามารถใช้บริการยุติการตั้งครรภ์ หรือทำแท้ง อย่างปลอดภัยได้

ส่วนผู้หญิงอายุครรภ์เกิน 12 สัปดาห์ แต่ไม่เกิน 20 สัปดาห์ สามารถยืนยันยุติการตั้งครรภ์ได้เช่นกัน แต่ต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไข คือ ตั้งครรภ์ที่เสี่ยงต่อสุขภาพผู้หญิง, ตั้งครรภ์จากคดีความผิดเกี่ยวกับเพศ, ทารกมีความเสี่ยงทุพลภาพอย่างร้ายแรงหากคลอด ตลอดจนผ่านการตรวจและรับคำปรึกษาทางเลือกตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขแล้ว (สธ.) แล้ว

ทั้งหมดถูกเขียนไว้ใน พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 28) พ.ศ.2564 ซึ่งถูกแก้ไขในรอบ 60 ปี

ทว่าในทางปฏิบัติกลับไม่เป็นอย่างที่คิด

‘สุไลพร ชลวิไล’ นักวิชาการกลุ่มทำทาง ซึ่งผลักดันสิทธิผู้หญิงเข้าถึงบริการทำแท้งอย่างปลอดภัย มองว่า แม้มีกฎหมายใหม่แล้ว ก็ยังคงมีข่าวแม่ทิ้งซากทารกตามที่สาธารณะอยู่

เป็นสิ่งที่นักสิทธิสตรีอยากเห็นภาครัฐ ขับเคลื่อนกฎหมายไปสู่การปฏิบัติได้จริงในปี 2565

 

5.สินสอดยังควรมีหรือไม่

เป็นปีเปลี่ยนผ่านทางความคิดจริงๆ กระทั่งเรื่อง ‘สินสอด’ ที่หลายคนมองว่าเป็นเรื่องต้องมีใน ‘งานมงคลสมรส’ ถูกนำมาขบคิดว่า ยังจำเป็นอยู่หรือไม่ในปี ค.ศ.2021 เพราะสินสอดวัดค่าผู้หญิงด้วยเงิน จึงควรยกเลิกให้หมดไปเสียที

เปิดประเด็นโดยนักแสดงสาวชื่อดัง ‘ก้อย-อรัชพร โภคินภากร’ ถูกสังคมหยิบไปวิพากษ์วิจารณ์ไม่น้อย และส่วนใหญ่แสดงความเห็นด้วยให้ยกเลิก

เช่นเดียวกับนักสิทธิสตรีแนวหน้า‘เรืองรวี พิชัยกุล’ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยบทบาทหญิงชายและการพัฒนา (GDRI) ที่มองว่า นอกจากยกเลิกระบบสินสอด ก็ควรแก้ไขหรือยกเลิกกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1437 วรรคสาม ว่าด้วยเรื่องการให้สินสอดฝ่ายชาย เพื่อตอบแทนฝ่ายหญิงยอมสมรส เพื่อให้เกิดความเสมอภาคระหว่างเพศ

 

6.เมียหลวงฟ้องเมียน้อย

ปัญหาสามีนอกใจในปี ค.ศ.2021 เมียหลวงกอดใบสมรสสวยๆ เฉิดๆ ฟ้องเรียกเงินได้นะจ๊ะ

จากกรณีตัวอย่างเมียหลวงบุกงานแต่งสามีนายตำรวจกับเมียน้อย ที่เป็นไวรัลดังในโซเชียลมีเดีย เหตุการณ์นี้ไม่มีความรุนแรงอะไร เพราะเมียหลวงเลือกใช้บริการทางกฎหมาย ด้วยการแจ้งความเพื่อฟ้องร้องเมียน้อย ผ่านไปไม่กี่เดือน ศาลเยาวชนและครอบครัว ก็ตัดสินให้เมียน้อยชำระเงินค่าทดแทนเป็น จำนวนเงิน 200,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี เป็นที่ฮือฮาในสังคม

ซึ่ง นางสุทธินี เมธีประภา นายกสมาคมบัณฑิตสตรีทางกฎหมายแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ คอนเฟิร์มว่า ที่ผ่านมาเมียหลวงฟ้องร้องชนะเมียน้อย ได้ค่าทดแทนตั้งแต่หลักแสนจนถึงหลักล้านบาทก็มีมาแล้ว แต่ทั้งนี้ ไม่ใช่จะกล่าวหาอย่างเดียว ต้องมีพยานหลักฐาน เช่น รูปถ่าย ที่สามีไปรับไปส่งเมียน้อยสม่ำเสมอ หลักฐานการใช้จ่ายละแวกบ้านเมียน้อยตลอด รายชื่อตั๋วเครื่องบินที่นั่งใกล้กัน อันมีเหตุอันควรสงสัย
แต่สำคัญที่สุดคือ ต้องเป็นสามีภรรยาถูกต้องตามกฎหมายด้วย ถึงใช้สิทธิได้

 

7.ปิดคดีเอ็กซ์-หมอนิ่ม

จบลงแล้วกับโศกนาฎกรรมในครอบครัวที่เคยเป็นข่าวดังเมื่อ 8 ปีก่อนคือ คดีจ้างวานฆ่า ‘เอ็กซ์-จักรกฤษณ์ พณิชย์ผาติกรรม’ อดีตนักกีฬายิงปืนทีมชาติ

โดยศาลฎีกา ได้พิพากษายกฟ้อง ‘พญ.นิธิวดี ภู่เจริญยศ’ หรือหมอนิ่ม อดีตภรรยา ส่วน นางสาวสุรางค์ ดวงจินดา มารดาหมอนิ่ม ซึ่งปัจจุบันอายุ 80 ปี พิพากษาบรรเทาโทษลดโทษจากประหารชีวิต เป็นลงโทษจำคุก 25 ปี เป็นคดีอุทธาหรณ์เตือนสติครอบครัว ว่าการใช้ความรุนแรงกับบุคคลในครอบครัว นอกจากไม่ส่งผลดีกับใคร ยังมีแต่จะสูญเสีย

และเป็นคดีตัวอย่างที่นักสิทธิสตรีหลายคน ชวนเรียนรู้ว่าครอบครัวไม่จำเป็นต้องมีพร้อมหน้า ทั้งพ่อ แม่ และลูก หากอยู่ด้วยกันไม่ได้ เช่น ถูกทำร้าย ต้องเอาตัวเองออกมา ดั่งประโยคที่ว่า “ความเป็นสามีภรรยาไซร้ไม่นิรันดร์ ความเป็นพ่อแม่ไซร้คือนิรันดร์”

ขณะที่ภาครัฐต้องเรียนรู้เข้าใจ ผู้หญิงตัดสินใจว่าจบ ก็คือจบ ไม่ควรเกลี่ยกล่อมคืนดี ที่สุดท้ายจบลงด้วยความเศร้าเหมือนคดีนี้

 

8.ตำรวจหญิงคุกเข่า ดราม่า ‘ขาตั้งโทรศัพท์’

ถ้าเป็นเมื่อก่อน คงไม่มีใครติดใจอะไร แต่เพราะสังคมปัจจุบันตระหนักถึงความเท่าเทียมทางเพศ จึงเป็นเรื่องใหญ่ขึ้นมา กับดราม่าตำรวจหญิงเป็นเพียงขาตั้งไมค์!

โดยระหว่างการแถลงข่าวมอบตัวของอดีตผู้กำกับโจ้ พ.ต.อ.ธิติสรรค์ อุทธนผล อดีต ผกก.สภ.เมืองนครสวรรค์ หนึ่งในผู้ต้องหาคดีร่วมกันฆ่าผู้ต้องหาค้ายาเสพติด ใช้ถุงคลุมหัวผู้ต้องหาจนเสียชีวิตอย่างทรมาน ได้ให้สัมภาษณ์ครั้งแรกผ่านโทรศัพท์มือถือ โดยมี พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เป็นผู้ถาม ก่อนปรากฏว่ามีนายตำรวจหญิงคนหนึ่ง คือ ร.ต.ท.หญิง ภัทรศยา ฤกษ์รัตน์ หรือ หมวดไวกิ้ง คอยถือโทรศัพท์มือถือจ่อไมค์โครโฟนให้ จนถูกสังคมวิพากษ์วิจารณ์ว่าไม่เหมาะสม

โดยเฉพาะนักสิทธิสตรี นางสาวสุเพ็ญศรี พึ่งโคกสูง ผู้อำนวยการมูลนิธิส่งเสริมความเสมอภาคทางสังคม มองว่า ควรให้โอกาสนายตำรวจหญิงพิสูจน์ความสามารถมากกว่านี้ เพราะนายตำรวจหญิงหลายคนได้พิสูจน์แล้วว่า มีความสามารถในการปฏิบัติหน้าที่ได้ไม่แพ้นายตำรวจผู้ชายเลย

 

9.เรียกคืนเบี้ยผู้สูงอายุรับสวัสดิการทับซ้อน

ทำเอาผู้สูงอายุ 1.5 หมื่นราย ถึงกับนอนไม่หลับ หลังเกิดกรณียายอายุ 89 ปี ถูกเรียกคืนเบี้ยผู้สุงอายุ จำนวน 8.4 หมื่นบาท เนื่องจากรับเงินบำนาญกรณีพิเศษของลูกชายนายทหารเสียชีวิต เดือนละ 5 พันบาท ทำให้ได้รับสวัสดิการรัฐซ้ำซ้อน

เป็นเรื่องเป็นราวจน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ต้องสั่งการให้ชะลอการเรียกเก็บไปก่อน และให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปคิดหาทางแก้ไขปัญหา เรื่องจึงเข้าสู่คณะกรรมการผู้สูงอายุแห่งชาติ (กผส.) ซึ่งมี นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ สั่งให้คณะอนุกรรมการที่เกี่ยวข้องไปศึกษาหาแนวทางแก้ไขปัญหา และป้องกันปัญหาที่จะเกิดในอนาคต

แม้ปัจจุบันยังไม่ได้ข้อสรุป แต่มีแนวโน้มจะให้รับสวัสดิการซ้ำซ้อนได้เฉพาะกลุ่มผู้มีรายได้น้อย เช่นเดียวกับเบี้ยผู้สูงอายุในอนาคต ก็อาจจัดสรรให้เฉพาะกลุ่ม รองรับผู้สูงอายุไทยที่มีมากขึ้นและข้อจำกัดทางงบประมาณ ซึ่งทั้งหมดจะต้องเสนอผลศึกษาเข้า กผส.ในเร็วๆ นี้

 

10.ทุจริตเงิน พม.(อีกแล้ว)

ฝันร้ายมหากาพย์ทุจริตเงินคนไร้ที่พึ่งปี 2561 ยังไม่หาย ปีนี้เอาอีกแล้ว กับทุจริตเงินนอกงบประมาณของกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ (พก.) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.)
โดยกระทำไม่ใช่ใครอื่นไกล ก็เป็นข้าราชการซี 6 ในกรมนี่แหละ อาศัยความไว้เนื้อเชื่อใจจากผู้บริหารและผู้รับผิดชอบ แอบโอนเงินเข้าบัญชีตัวเองวันละหลักแสนหลักล้าน ตรวจสอบย้อนหลัง 3 เดือน พบโกงไปถึง 35,285,500 บาท

งานนี้ นางพัชรี อาระยะกุล ปลัด พม. คอนเฟิร์มว่า “ต้องมีผู้รับผิดชอบ”

และเหมือนยังไม่เข็ดจริงๆ เพราะหลังจากนั้นก็เจอทุจริตเงินโครงการเราชนะและโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ของสถานคุ้มครองคนไร้ที่พึ่งประจวบคีรีขันธ์ และอยู่ระหว่างตรวจอีกหลายแห่งต่อเลย โดยมีพฤติกรรมนำเลขบัตรประชาชน 13 และรหัสผ่าน 6 หลัก ของผู้ใช้บริการไปแลกเป็นเงินสดกับร้านค้า

สรุปสถานการณ์ด้านสังคม ปี 2564

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...