โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

Maersk รุก "อีคอมเมิร์ซ" บิ๊กดีลซื้อโลจิสติกส์ฮ่องกง

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 25 ธ.ค. 2564 เวลา 04.25 น. • เผยแพร่ 25 ธ.ค. 2564 เวลา 08.24 น.

การระบาดของโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบต่อซัพพลายเชนโลก รวมถึงการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศทางเรือก็ต้องสะดุดเช่นกัน สืบเนื่องจากหลายปัจจัย นอกเหนือจากสถานการณ์ระบาด

อย่างไรก็ตาม แม้ห่วงโซ่อุปทานทั่วโลกจะสะดุด แต่ก็ไม่ได้ทำให้การเติบโตของภาคธุรกิจขนส่งทางเรือต้องสะดุดตามไปด้วย ในทางกลับกันภาคธุรกิจเหล่านี้มีเปอร์เซ็นต์การเติบโตขึ้นอย่างมากในช่วงการระบาด เนื่องจากความต้องการสินค้าต่าง ๆ ที่พุ่งสูงขึ้น ความต้องการในภาคขนส่งก็สูงขึ้นตามเช่นกัน

สำนักข่าวบลูมเบิร์กเปิดเผยว่า “เมอส์ก” (Maersk) ยักษ์ใหญ่ด้านธุรกิจขนส่งทางเรือสัญชาติเดนมาร์ก เปิดเผยว่า กำลังอยู่ระหว่างการเจรจาขั้นตอนสุดท้ายของการซื้อกิจการ “LF Logistics” บริษัทจัดการคลังสินค้ายักษ์ใหญ่ของเอเชีย ที่มีศักยภาพด้านการจัดการศูนย์กระจายสินค้าแบบครบวงจร ด้วยมูลค่าสูงถึง 3.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 120,000 ล้านบาท

ถือเป็นดีลซื้อกิจการมูลค่าสูงเป็นอันดับ 2 ของเมอส์ก นับตั้งแต่การเข้าซื้อหุ้นของบริษัทเดินเรือ Hamburg Sued มูลค่า 4 พันล้านดอลลาร์ เมื่อปี 2560

การสยายปีกรุกตลาดโกดังสินค้าและซัพพลายเชนแบบครบวงจรนี้ เป็นส่วนหนึ่งของแผนการที่บริษัทชิปปิ้งสัญชาติเดนมาร์กกำลังหาวิธีก้าวข้ามจากธุรกิจขนส่งทางเรือไปเป็นหนึ่งในผู้เล่นด้านขนส่งของตลาดอีคอมเมิร์ซอย่างครบวงจร ตั้งแต่ทางเรือ ทางบก และทางอากาศ ซึ่งทำกำไรได้มากกว่าธุรกิจตู้คอนเทนเนอร์ทางทะเลแบบเดิม

โดยเมื่อต้นปีที่ผ่านมา เมอส์กได้ประกาศแผนเข้าซื้อบริษัทขนส่งทางอากาศ “Senator International” ซึ่งมีความเชี่ยวชาญเป็นพิเศษด้านการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศทางเครื่องบิน เนื่องจากความเร่งด่วนในแง่ห่วงโซ่อุปทานที่ตู้คอนเทนเนอร์ทางทะเลใช้ระยะเวลานานกว่าการขนส่งทางเครื่องบิน

หากดีลนี้สำเร็จจะทำให้เมอส์กมีพนักงานในเครือเพิ่มขึ้นอีกราว 10,000 คน และเป็นเจ้าของคลังสินค้ามากกว่า 200 แห่งใน 14 ประเทศ ทั้งคาดว่าจะเพิ่มรายได้ประจำปีในธุรกิจโลจิสติกส์และบริการที่เกี่ยวข้องประมาณไม่น้อยกว่า 1 พันล้านดอลลาร์ จากการซื้อกิจการโลจิสติกส์รายใหญ่ของฮ่องกง

Soren Skou ประธานเจ้าหน้าที่บริหารเมอส์ก เผยกับไฟแนนเชียลไทมส์ว่า “ดีลนี้เสมือนการวางเดิมพันครั้งใหญ่ในเอเชีย รวมถึงการเติบโตในระยะยาว ข้อตกลงนี้จะทำให้บริษัทเข้าถึงบริการด้านโลจิสติกส์ต่อผู้บริโภคในเอเชียได้มากขึ้น”

“เป็นอีกก้าวหนึ่งที่ห่างไกลจากการเป็นแค่สายการเดินเรือ สู่การเป็นผู้ให้บริการโลจิสติกส์แบบบูรณาการ”

หากดีลสำเร็จเมอส์กจะกลายเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของ LF Logistics แทนที่บริษัท “Li & Fung” ซึ่งปัจจุบันถือหุ้น 78.3% และเทมาเส็ก โฮลดิ้ง ซึ่งเป็นเจ้าของหุ้นส่วนที่เหลือ ธุรกรรมดังกล่าวทำให้ LF Logistics โดย
มูลค่าตกลงซื้อขายมีมูลค่ามากกว่าสองเท่าของราคาที่ประเมินไว้เมื่อสองปีที่แล้ว

การเข้าซื้อกิจการโลจิสติกส์รายใหญ่เกิดขึ้นในช่วงที่เมอส์กมีผลกำไรสูงสุดเป็นประวัติการณ์ จากอัตราค่าระวางขนส่งตู้คอนเทนเนอร์ที่เพิ่มขึ้นกว่า 2 เท่า เนื่องจากปัญหาคอขวดด้านห่วงโซ่อุปทานที่ทำให้ความสามารถในการขนส่งสินค้าทางเรือทั่วโลกลดลง 15%

ตามการประมาณการของนักวิเคราะห์คาดว่า “เมอส์ก” จะมีกำไรสุทธิในปีนี้ 17,000 ล้านดอลลาร์ มากกว่ารายได้สุทธิปีที่ผ่านมาถึง 6 เท่า สอดคล้องกับเลขผลกำไรไตรมาส 3 ของปี 2564 ที่เมอส์กเปิดเผยว่า อยู่ที่ 5,900 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สื่อต่างประเทศบางแห่งชี้ว่าเป็นไตรมาสที่เมอส์กทำกำไรได้มากที่สุดในประวัติศาสตร์ของบริษัทร่วม 117 ปี

วิกฤตซัพพลายเชนและการขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์ทำให้การขนส่งทั่วโลกสะดุด ทว่าในวิกฤตนี้กลับทำให้บรรดาบริษัทขนส่งทางทะเลมีรายได้สูงขึ้น จากการเก็บค่าขนส่งสูงขึ้น พร้อมกันนี้ ช่วงกลางเดือน ธ.ค.ที่ผ่านมา เมอส์กได้ประกาศว่าเตรียมจ่ายโบนัสก้อนใหญ่ให้แก่ลูกจ้างทั่วโลกที่มีจำนวนร่วม 80,000 คน รายละ 1,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 33,000 บาท

ทั้งนี้ คาดว่าเมอส์กสามารถปิดดีลซื้อ LF Logistics ได้ภายในปี 2565 โดยอยู่ระหว่างขั้นตอนรอการอนุมัติด้านกฎระเบียบต่าง ๆ ขณะเดียวกัน MSC Group ยักษ์ใหญ่สายการเดินเรือสัญชาติอิตาลี-สวิส ที่ครองส่วนแบ่งตลาดชิปปิ้งโลกเป็นอันดับ 2 รองจากเมอส์ก ก็ได้เสนอเข้าซื้อกิจการในโลจิสติกส์และท่าเรือในแถบแอฟริกา จากบริษัท Bollore Group ด้วยมูลค่าสูงถึง 6.4 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งมีรายงานว่าเมอส์กให้ความสนใจยื่นเสนอราคาแข่งด้วยเช่นกัน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...