โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘The Rescue’ สารคดีที่เผยมุมมองที่คุณอาจยังไม่เคยเห็นในภารกิจถ้ำหลวง

TODAY

อัพเดต 20 เม.ย. 2565 เวลา 10.31 น. • เผยแพร่ 20 เม.ย. 2565 เวลา 09.09 น. • workpointTODAY

The Rescue สารคดีที่เผยมุมมองที่คุณอาจยังไม่เคยเห็นในภารกิจถ้ำหลวง

The Rescue เป็นสารคดีจาก National Geographic ที่บอกเล่าเรื่องราวของการช่วยชีวิต 12 นักฟุตบอล 1 โค้ชของทีมหมูป่าอะคาเดมี่เมื่อปี พ.ศ. 2561 ซึ่ง อย่างที่เรารู้กัน ถูกตีแผ่และตีความอย่างหลากหลายผ่านการดัดแปลงเป็นภาพยนตร์และกำลังจะเป็นซีรีส์ในเร็ววันนี้ แต่ถ้าใครคิดว่าได้ดูจนเบื่อจากข่าวทางสื่อต่าง ๆ The Rescue อาจจะทำให้คุณคิดใหม่เพราะนอกจากเราจะได้เห็นมุมมองอีกด้าน ซึ่งเป็นหัวใจของการทำภารกิจนี้ จากนักดำน้ำที่ช่วย 13 ชีวิตออกมา นอกจากเรื่องจริงที่น่าตื่นเต้น ฟุตเทจ 87 ชั่วโมงจากหน่วยซีล ที่ไม่มีใครเคยเห็นและผู้กำกับต้องใช้เวลาถึง 2 ปี ขอให้ทางซีลมอบฟุตเทจให้ เรายังได้เห็นอุปสรรคอื่นนอกเหนือจากฝนฟ้าอากาศที่โหมกระหน่ำ ภารกิจที่เปลี่ยนคนธรรมดาที่มีการดำน้ำในถ้ำเป็นงานอดิเรกให้กลายเป็นฮีโร่ และระหว่างที่เราดำดิ่งลงไปในถ้ำเราก็ยิ่งได้เห็นความจริงและมุมมองอีกหลายด้านหรือเรื่องเดิมแต่ในรายละเอียดที่ต่างออกไป

https://youtu.be/aM3rNJYJWqU

[บทความต่อจากนี้เปิดเผยเนื้อหาบางส่วนของสารคดี]

  • ความซับซ้อนของระบบถ้ำหลวง
    เมื่อมีข่าวว่ามีนักฟุตบอลเยาวชนและโค้ชติดอยู่ในถ้ำหลวงซึ่งเป็นระบบถ้ำที่ยาวที่สุดอันดับสี่ของประเทศไทย นอกจากผู้ว่าและเจ้าหน้าที่ของไทยแล้ว หนึ่งในกำลังสำคัญของภารกิจนี้คือ เวิร์น อันสเวิร์ธ ชาวอังกฤษที่มีงานอดิเรกจริงจังอย่างการสำรวจถ้ำและคอยอัพเดทข้อมูลให้เจ้าหน้าที่อุทธยานอยู่เสมอ ด้วยความที่รู้จักระบบถ้ำหลวงดีกว่าใคร เขาจึงเห็นว่าภารกิจนี้ต้องใช้ทักษะและอุปกรณ์เฉพาะเพื่อการดำน้ำในถ้ำ ที่เป็นทักษะซึ่งแม้แต่หน่วยซีลซึ่งที่แข็งแกร่งและมีระเบียบวินัยยังขาดไป เขาส่งรายชื่อนักประดาน้ำถ้ำที่ดีที่สุดให้ทางการเพื่อนำพวกเขามาช่วยเหลือในภารกิจ
  • อุปสรรคที่นักดำน้ำชาวอังกฤษต้องเจอ
    ตลอดสารคดีเราจะได้พบกับเรื่องราวจากมุมมองของกลุ่มผู้ทำภารกิจกู้ภัยนี้ โดยมีตัวหลักคือ ริค สแตนตัน และ จอห์น โวลันเธน ซึ่งเป็นหนึ่งในนักประดาน้ำถ้ำที่ดีที่สุดในโลกที่เดินทางมาสู่ประเทศไทยหลังจากที่ได้รับการติดต่อจาก แอมป์ พยาบาลที่เคยพบกับริคเมื่อครั้งที่เธอไปเที่ยวอังกฤษ และได้รับคำเชิญจาก เวิร์นและทางการ แต่เมื่อพวกเขามาถึงประเทศไทยและผ่านพิธีการถ่ายรูปกับป้ายที่สนามบิน ฝ่ากลุ่มคนที่มีทั้งนักข่าวและกู้ภัย ไปจนถึงถ้ำพวกเขาก็ยังไม่สามารถลงน้ำได้เพราะคำสั่งห้ามจากหน่วยซีลที่รับผิดชอบการดำน้ำ จากสัมภาษณ์ของอาสาสมัครที่เล่าถึงการถกเถียงในตอนนั้น บอกว่าสถานการณ์น้ำนั้นอันตราย แต่ฝั่งนักดำน้ำก็ยืนยันจะเข้าไป การถกเถียงนั้นร้อนแรงพอควร จนทางหน่วยซีล ถึงกับพูดว่า “ถ้าเข้าไปตายในนั้น อย่าหวังว่าเราจะกู้ศพออกมานะ”แต่จอห์นก็กล่าวในการสัมภาษณ์ในสารคดีว่า ถ้าคุณเป็นหน่วยซีลของไทยแล้วอยู่ ๆ ก็มีชายวัยกลางคนแต่งตัวโทรม ๆ โผล่มาสองคน เขาก็พอเข้าใจว่ามันก็คงเป็นการเริ่มความสัมพันธ์ที่ไม่ค่อยดีเท่าไหร่

หลังจากนั้นวันถัดมาพวกเขาจึงออกไปที่ถ้ำหลวงเพียงแค่สองคนเพื่อดำลงไปสำรวจพื้นที่ เขาต้องเผชิญอันตรายจากน้ำที่เชี่ยวกรากจนมองเห็นได้ลำบาก จากสายโทรศัพท์ สายไฟที่อยู่ในถ้ำที่พวกเขาต้องตัดทิ้ง พวกเขาได้ช่วยช่างปั๊มน้ำที่เข้าไปติดข้างในออกมาถึง 4 คน ในวันแรกและทำให้เขาได้รู้ว่าการค้นหาผู้สูญหายจนพบนั้นเป็นเรื่องที่ง่ายกว่าการนำพวกเขาออกมาอย่างปลอดภัย

และเมื่อพวกเขาผ่านเรื่องราวต่าง ๆ ทั้งความท้อถอย การติดต่อผ่านทหารอเมริกันเพื่อที่จะกลับลงน้ำ น้ำเชี่ยว และสภาวะในน้ำที่ยากลำบากต่อการทำภารกิจ จนพบกลุ่มนักฟุตบอลและโค้ชแล้ว พวกเขายังต้องเผชิญปัญหาใหญ่ในการหาทางนำตัวทุกคนออกมา ในตอนแรกหน่วยซีลกล่าวว่าพวกเขาจะรับหน้าที่นี้ต่อหลังจากที่ริคกับจอห์นแผ้วทางให้แล้ว ทว่าหลังจากการเสียชีวิตของจ่าแซมก็มีการตกลงจากหน่วยซีลว่าจะไม่มีการให้เจ้าหน้าที่ดำไปไกลว่าโถงสามอีก ความกดดันด้านเวลาจากสภาพร่างกายที่อ่อนล้าของเด็ก ๆ ระดับออกซิเจนที่ต่ำจนอันตราย และมรสุมที่กำลังจะมา ทำให้ภารกิจนี้ต้องเริ่มโดยเร็ว ริคกับ จอห์นได้รวบรวมทีมนักประดาน้ำถ้ำมาหลายคน บวกกับทีมชาวต่างประเทศในไทยจนพร้อม แต่ทางการไทยไม่จะไม่ให้ไฟเขียวจนกว่าทุกอย่างจะปลอดภัยแน่นอน จอจ์ช มอริช เจ้าของโรงเรียนสอนปีนถ้ำที่พูดภาษาไทยได้มาช่วยสื่อสารจนทางการไทยยอมให้พวกเขามานำเสนอแผนการนำทุกคนออกมา

  • ความเสี่ยงที่มากเกินคาดคิดของการนำผู้ประสบภัยออกจากถ้ำ

ทุกคนรู้ได้จากข่าวว่ามันเป็นเรื่องยากที่จะนำผู้ประสบภัยออกมา แต่สารคดีก็เปิดเผยถึงความเสี่ยงที่มากเกินกว่าที่จิตนาการได้ เพราะนอกจากสภาวะที่ยากลำบากแล้ว แผนการที่ดีที่สุดในตอนนั้นคือการวางยาสลบและจับเด็ก ๆ มัดมือไพล่หลังเพื่อนำตัวพวกเขาออกมา มาพร้อมกับความเสี่ยงอีกมากมาย แค่การทำให้คนสลบก็มีความเสี่ยงนับร้อยอย่างที่จะทำให้พวกเขาจะเสียชีวิตได้ แต่ถ้าพวกเขาเอาแต่รอและถ้ามรสุมเข้าจนน้ำท่วมถ้ำและกระแสน้ำแรงเกินกว่าจะดำน้ำได้หรือออกซีเจนหมดทีมหมู่ป่าก็ไม่มีทางรอด

พวกเขาฝึกซ้อมคิดหาวิธีให้ทุกอย่างปลอดภัยมากที่สุดและเพื่อให้ทางการไทยยอมเชื่อมั่นในภารกิจนี้ ทั้งคิดวิธีเอาถังดำน้ำไว้ข้างหน้าเพื่อให้เมื่อเด็ก ๆ คว่ำหน้าลอยตัวถังจะหน้าหน้าที่เหมือนโครงเรือ ต้องใช้หน้ากากแรงดันบวก ซึ่งทหารอเมริกันมีอยู่เพียง 4 อัน ทำให้พวกเขาต้องแบ่งภารกิจเป็นหลายวัน ทุกคนที่เข้าไปต้องฝึกฉีดยาสลบเพิ่มเข้าที่ขาในกรณีที่ยาหมดฤทธิ์เพื่อไม่ให้เด็ก ๆ ตื่น จนสุดท้ายทางการไทยก็ยอมไฟเขียวให้แผนนี้ไปต่อ

แต่นอกจากความเสี่ยงกับชีวิตเด็ก ๆ แล้วทีมผู้อาสาก็ยังต้องเสี่ยงการถูกดำเนินคดีถ้าหากทำไม่สำเร็จอีกด้วยเจ้าหน้าที่การต่างประเทศของออสเตรเลียได้บอกกับ ริชาร์ด แฮร์ริส วิสัญญีแพทย์ชาวออสเตรเลียและนักประดาน้ำถ้ำที่มาเป็นอาสาสมัครและที่ปรึกษา ว่าในกรณีที่แย่ที่สุดพวกเขาอาจจะต้องเข้าคุกถ้าทุกอย่างล้มเหลว (อย่างไรก็ตาม นอกจากที่สารคดีบอกเล่า มีข่าวออกมาในช่วงนั้นว่าพวกเขาจะได้สิทธิ์คุ้มครองทางการทูต)

นอกจากเคตามีนที่ใช้เพื่อระงับความรู้สึกซึ่งเคยขึ้นพาดหัวในข่าวไทยแล้ว เด็ก ๆ ได้รับประทานยาซาแน็กซ์ซึ่งเป็นยาคลายเครียด และฉีดยาอะโทรปีนที่มีฤทธิ์ลดการหลั่งของน้ำลายเพื่อไม่ให้เกิดการขาดอากาศจากการสำลักน้ำลาย ก่อนที่นักดำน้ำจะกดพวกเขาลงน้ำและนำพวกเขาออกมา หลายครั้งที่พวกเขาประสบกับปัญหาระหว่างทางแต่โชคดีที่ทุกคนออกมาได้อย่างปลอดภัยอย่างที่เราก็ทราบกันดี

  • ความกล้าหาญและอดทนของหน่วยซีล ที่ปฏิบัติภารกิจทั้งที่ขาดอุปกรณ์ที่เหมาะสม
    แต่สารคดีไม่ได้เล่าถึงความร่วมมือจากทางฝั่งต่างประเทศเท่านั้น เพราะสิ่งหนึ่งที่ถูกพูดถึงอยู่หลายครั้งในซีรีส์คือความมีวินัย อดทนไม่ย่อท้อ และความกล้าหาญที่มีไม่แพ้ใครของหน่วยซีล แต่คำชมนี้มักมาพร้อมกับการพูดถึงขาดทักษะเฉพาะทางและอุปกรณ์ที่เหมาะสม เช่นคำพูดของนักดำน้ำที่ว่า

หน่วย SEAL “ต้องปฏิบัติภารกิจในสภาพแว้ดล้อมที่ไม่คุ้นเคย ไม่มีใครเคยดำน้ำมาก่อน และอุปกรณ์ที่พวกเขาใช้ก็ไม่เหมาะสมเป็นอย่างยิ่ง พวกเขามีความกล้าหาญอย่างน่าทึ่ง”

ความอดทนและกล้าหาญมีผลดีต่อภารกิจ เพราะแม้ในช่วงที่นักดำน้ำชาวอังกฤษท้อใจหน่วยซีลก็ยังทำงานอย่างแข็งขันและวางเชือก dive line ไปด้วยร่วมกับนักดำน้ำชาวเยอรมัน เพื่อให้มีเชือกเชื่อมต่อนักดำน้ำกับจุดปลอดภัย พวกเขาทุ่มแรงกายแรงใจและชีวิตลงไปกับการค้นหา แน่นอนว่าสิ่งที่พวกเขาทำเป็นการเสียสละที่น่าชื่นชม แต่ก็คงจะดีกว่านี้หากเขาปฏิบัติภารกิจได้อย่างปลอดภัยโดยไม่ต้องเสียสละอะไรเพื่อช่วยชีวิตใครอีกคน

The Rescue เล่าเรื่องราวเหล่านี้ได้อย่างเร้าใจ และชวนเห็นใจถึงภาระอันหนักอึ้งของผู้ที่ปฏิบัติภารกิจ แม้ว่าเราจะรู้ตอนจบของทุกอย่างอย่างแล้ว แต่ด้วยฟุตเทจที่เราไม่เคยเห็นมาก่อนและส่วนที่ถ่ายทำเพิ่มเติมกับนักประดาน้ำตัวจริง ช่วยให้เราเห็นภาพได้ชัดขึ้นราวได้ไปปฏิบัติภารกิจด้วย แต่ก็ยังคงความน่าเชื่อถือของความเป็นสารคดีได้พอดิบพอดี นอกจากนี้ยังเบรกความกดดันของเรื่องด้วยกลิ่นไอความรักบาง ๆ จากความสัมพันธ์ของแอมป์กับริคที่ทำให้สารคดีเรื่องนี้ไม่หนักจนเกินไป แต่ก็ไม่ได้กลบประเด็นหลักของเรื่องคือความพยายามของอาสาสมัครและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง และทำให้เราเรียนรู้ถึงปัญหาบางอย่างผ่านทางอุปสรรคที่นักประดาน้ำถ้ำต้องเจอซึ่งสอดคล้องกับชีวิตของคนไทยนอกถ้ำอย่างน่าประหลาด ตั้งแต่สายไฟสายสื่อสารที่ระโยงระยาง การก้าวข้ามความไม่เข้าใจในงานที่ต้องอาศัยความสามารถเฉพาะทาง การพิสูจน์ตัวเองกับผู้หลักผู้ใหญ่ที่มีมุมมองที่ต่างกัน

“เรามองถ้ำได้สองแบบ จะมองว่าเราอยู่ใต้พื้นดินเป็นร้อย ๆ ฟุตใต้กองหินนับไม่ถ้วน ชีวิตเราตกอยู่ในอันตราย หรือมองอีกมุมหนึ่งว่า โลกของเราเป็นแค่ทางเดินแคบ ๆ ที่จริงมันก็โอเคนะ”

ประโยคนี้จาก จอห์น โวลันเธน เป็นหนึ่งในสิ่งสะท้อนว่า The Rescue เป็นสารคดีที่เสนอให้เห็นมุมมองที่หลากหลายให้เราเลือกดู ขึ้นอยู่กับว่าผู้ชมจะเห็นอะไรจากภารกิจนี้

สามารถชมสารคดีThe Rescue ทางออนไลน์ได้แล้ววันนี้ทาง Disney+ Hotstar

https://www.youtube.com/watch?v=GViDDrgDSgQ

อ้างอิง:

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...