โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

แบรนด์ดัง The North Face-VANS ซื้อยางอินทรีย์พัทลุงผลิตสินค้า

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 17 เม.ย. 2565 เวลา 06.01 น. • เผยแพร่ 17 เม.ย. 2565 เวลา 05.08 น.

แบรนด์ดัง “แวนส์-เดอะ นอร์ทเฟส” โผล่ซื้อยางพาราอินทรีย์ ชาวสวนพัทลุง ไปผลิต “รองเท้า-กระเป๋า” ให้ราคาสูงกว่าตลาด 4 บาท/กก. ด้านชาวสวนชี้การปลูกสวนยางพาราวนเกษตรช่วยลดต้นทุนการผลิต ไม่ต้องใช้ปุ๋ยเคมี-ยาฆ่าหญ้า แถมรายได้เพิ่มจากการปลูกพืชอื่นผสมผสาน

นางช่อทิพย์ ปราบปรี เลขานุการองค์กรวนเกษตรฟื้นฟูป่า เทศบาลตำบลตะโหมด อ.ตะโหมด จ.พัทลุง เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ทางกลุ่มได้ลงนามข้อตกลงความร่วมมือขับเคลื่อนโครงการวนเกษตรฟื้นฟูสวนยางเพื่อป่าสมบูรณ์และสังคมเป็นสุข ระหว่างสำนักงานจังหวัดพัทลุง และ Terra Genesis International (TGI)

โดยการทำสวนยางพาราวนเกษตรเป็นการปลูกพืชผสมผสาน ปลูกยางพาราพร้อมพืช 3 อย่าง ได้ประโยชน์ 4 อย่าง ส่งผลดีทำให้ลดต้นทุนการปลูกยางพาราได้มาก เพราะไม่ต้องใช้ปุ๋ยเคมี และยาฆ่าหญ้า ขณะที่ปริมาณน้ำยางสดมีเปอร์เซ็นต์ที่ดี และปริมาณไม่ลดลง

ปัจจุบันสมาชิกตื่นตัวมาทำสวนยางพาราวนเกษตร ประมาณ 1,000 ไร่ และมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมีเป้าหมายจะรณรงค์วนเกษตรทั่วทั้ง จ.พัทลุง ทั้งนี้ ยางพาราวนเกษตรส่งออกแล้วประมาณ 700-800 ตัน มีออร์เดอร์มาเป็นลอตละ 70-80 ตัน

“สวนยางพาราวนเกษตรเป็นการผลิตยางเกรดพรีเมี่ยม มีผู้รับซื้อเพื่อนำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์รองเท้า กระเป๋าหนัง แบรนด์เนมดังจากต่างประเทศ”

ทางนักวิชาการชำนาญการเกษตรจังหวัดพัทลุงเปิดเผยว่า การทำสวนยางพาราวนเกษตรให้ผลผลิตดี และอายุยางพารายาวถึง 40-50 ปี ดีกว่ายางพาราที่ใช้สารเคมี เปอร์เซ็นต์น้ำยางสดก็ไม่สม่ำเสมอ ทั้งนี้มีกลุ่มบริษัทที่เข้ามารับซื้อให้ราคาสูงกว่ายางพาราทั่วไป ไม่ต่ำกว่า 4 บาท/กก. และรับซื้อยางพาราอินทรีย์ประมาณ 4,500 ตัน ภายในปี 2030 นำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์กระเป๋า

และรองเท้า เช่น รองเท้าแบรนด์แวนส์ (VANS) และเดอะ นอร์ทเฟส (The North Face) ต่างมีนโยบายรักษ์โลก ใช้วัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ช่วยลดภาวะโลกร้อน ซึ่งการชูแบรนด์สินค้าในการอนุรักษ์โลกเป็นจุดเด่น และจุดขายด้วย และผู้ใช้บริการสินค้าของบริษัทเหล่านี้ถือเป็นผู้ร่วมอนุรักษ์โลกด้วย

ด้านนายชวพล อ่อนเรือง เจ้าของสวนวนเกษตรบ้านชุมทอง อ.ควนขนุน จ.พัทลุง อดีตผู้อำนวยการสถานีพัฒนาที่ดินพัทลุง และเกษตรและสหกรณ์จังหวัดพัทลุง เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า โครงการวนเกษตรได้เริ่มขับเคลื่อนเมื่อ 2545-2546 โดยมอบนโยบายให้ปลูกป่า ทำธนาคารน้ำใต้ดิน ต่อมาได้มีชาวต่างชาติเข้ามาร่วมรับฟังเรื่องวนเกษตร และกลับมาพร้อมนำผู้แทนบริษัทผู้ผลิตรองเท้าจากประเทศสหรัฐ ที่มีนโยบายรักษ์โลกมาด้วย

จากนั้นจึงได้มีโครงการรณรงค์ปลูกป่าร่วมกัน และทำเอ็มโอยูร่วมกัน โดยมีนโยบายสร้างแรงจูงใจรับซื้อยางพาราจากสวนยางพาราวนเกษตรในราคาสูงกว่าตลาด 3-4 บาท/กก. สำหรับตนเองมีพื้นที่ 20 ไร่ เมื่อปี 2548 ได้ปลูกยางพารา และป่าสมุนไพร 400-500 ชนิดที่งอกขึ้นในสวนยางพารา

ทางด้าน นายจรูญ พูลยิ้ม เจ้าของสวนวนเกษตรอินทรีย์ กรรมการสมาคมสหพันธ์ชาวสวนยางแห่งประเทศไทย กล่าวว่า สวนยางเกษตรอินทรีย์ และวนเกษตรจะไม่ใช้ปุ๋ยเคมี และปลูกพืชอื่นร่วม เช่น พืชล้มลุก พริกไทย ผักเหมียง กล้วย สับปะรด ฯลฯ ทั้งนี้ การทำสวนยางพาราวนเกษตรประมาณ 2 ไร่ มีรายได้ค่อนข้างดีจากพืชอื่นที่ปลูกร่วมเดือนละประมาณ 15,000 20,000 บาท/ไร่ ยังไม่รวมรายได้จากยางพารา

ทางนายทศพล ขวัญรอด ประธานภาคีเครือข่ายชาวสวนยางพาราและสวนปาล์มน้ำมัน (คยปท.) เปิดเผยว่า ทาง คยปท.ได้รณรงค์การทำสวนยางพาราวนเกษตร มาตั้งแต่ปี 2556 คาดว่าอีกประมาณ 10 ปีจะเติบโตขึ้นในระดับ 30-50% ทั่วประเทศ ทั้งนี้ การทำสวนยางพาราวนเกษตรช่วยลดทุนการผลิตได้มาก โดยเฉพาะลดการใช้ปุ๋ยเคมีที่มีราคาสูงมาก 1,400 บาท/กระสอบ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...