โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ราษฎร์พิธี: เที่ยวงานฉลองรัฐธรรมนูญ 2483/My Country Thailand ณัฐพล ใจจริง

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 13 เม.ย. 2565 เวลา 14.46 น. • เผยแพร่ 14 เม.ย. 2565 เวลา 02.00 น.

My Country Thailand

ณัฐพล ใจจริง

ราษฎร์พิธี: เที่ยวงานฉลองรัฐธรรมนูญ 2483

“วันนี้เป็นวันฉลองรัฐธรรมนูญ เป็นวันที่ประชาชนชาวไทยได้รับอิสรภาพ เสรีภาพ และภราดรภาพ ไชโยๆ ขอให้รัฐธรรมนูญจงถาวรชั่วฟ้าสลาย” (นิกร การุณวงศ์)

การศึกษางานฉลองรัฐธรรมนูญนี้เป็นการหาความหมาย และตีความบทบาทของงานฉลองรัฐธรรมนูญที่มีต่อชีวิตของผู้คนภายหลังการปฏิวัติในช่วงราว 1 ทศวรรษว่าก่อให้เกิดกระแสความเชื่อ วัฒนธรรมของพลเมืองไทยแบบใหม่ การเปิดพื้นทีใหม่ กิจกรรมใหม่ๆ สัญลักษณ์ใหม่ คุณค่าใหม่ ชีวิตสาธารณะ การเกิดตัวตนแบบใหม่ ตลอดจนความสุข ความรื่นเริง และความทรงจำให้กับผู้คนร่วมสมัยอย่างไร

ในช่วงหลายปีแรกระหว่างปี 2475-2482 นั้น ไทยมีวันฉลองรัฐธรรมนูญ 2 วัน คือ 27 มิถุนายน อันเป็นวันประกาศใช้ พ.ร.บ.ธรรมนูญการปกครองแผ่นดินสยาม หรือ “ฉบับคณะราษฎร” และวันที่ 10 ธันวาคม ต่อมาในปี 2483 รัฐบาลประกาศให้วันที่ 10 ธันวาคมเป็นวันฉลองรัฐธรรมนูญแต่เพียงวันเดียว เนื่องจากประกาศให้วันที่ 24 มิถุนายนเป็นวันชาติแล้ว กิจกรรมฉลองรัฐธรรมนูญและแสดงมหรสพในเดือนธันวาคมจะจัดในช่วงวันดังกล่าว

บริบททางการเมือง ตลอดจนความต่อเนื่องของงานและบรรยากาศสะท้อนให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงหลายประการ

การขยายตัวของคนชั้นกลาง

ภายหลังการปฏิวัติ 2475 ที่สถาปนาการปกครองของประชาชนสามัญธรรมดาขึ้น มีการส่งเสริมการศึกษาขนานใหญ่ทั้งระดับประถม มัธยมและอุดมศึกษาอย่างไม่เคยมีมาก่อนในประวัติศาสตร์ไทยสมัยใหม่ ประกอบกับบรรยากาศแห่งเสรีภาพและความเสมอภาค และเศรษฐกิจดีขึ้นกว่าในระบอบเก่าส่งผลให้สังคมเริ่มลืมตาอ้าปากได้ เกิดการเลื่อนชั้นทางสังคมมาสู่คนชั้นกลางสะดวกมากยิ่งขึ้น

หนึ่งในกิจกรรมรื่นเริงของงานที่หนุ่มสาวในครั้งนั้นให้ความสนใจมาก คือ การลีลาศประจำปีในงานฉลองรัฐธรรมนูญ ในช่วงเวลานั้น การลีลาศถือเป็นประตูทางสังคมของหนุ่มสาวคนชั้นเดียวกันในสมัยนั้นให้มารู้จักกัน เป็นการสังสันทน์ รื่นเริงอย่างอิสระของหนุ่มสาวอันปลอดจากค่านิยมจากขนบธรรมเนียมแบบเก่า (อติภพ, 2556, 78)

ด้วยเหตุที่งานฉลองรัฐธรรมนูญเป็นงานรื่นเริงของประชาชนในระดับชาติ มีความหรูหราและยิ่งใหญ่อย่างไม่เคยมีมาก่อน (ปรีดี หงษ์สต้น, 2562) ประชาชนและคนหนุ่มสาวในครั้งนั้นต่างเฝ้ารอคอยการมาถึงของงานสำคัญประจำเดือนธันวาคมของทุกปี ผู้มาเที่ยวงานจึงพิถีพิถันในการแต่งกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการมาเที่ยวงานในยามค่ำ พวกเขาและเธอจึงแต่งกายกันอย่างหรูหรา

ดังเห็นจากหัสนิยายแห่งยุคสมัย พลนิกรกิมหงวน ตอนเที่ยวรัฐธรรมนูญ 2483 ป.อินทรปาลิตได้บันทึกบรรยากาศครั้งนั้นเอาไว้ว่า หากท่านมาเที่ยวงานจะได้เห็น “ถนนหน้าพระลานพระบรมรูปทรงม้า ถูกปิดกั้นเป็นอาณาเขตบริเวณ มองจากถนนราชดำเนินจะแลเห็นแสงไฟสว่างเย็นตา ภายในนั้นอุทยานสวรรค์…” (ป.อินทรปาลิต, 2483)

งานในปีนี้ถูกจัดขึ้นท่ามกลางความขัดแย้งระหว่างไทยกับฝรั่งเศสในช่วงชิงอินแดนในอินโดจีน ดังที่เขาตั้งข้อสังเกตว่า “ถึงแม้ไทยกับฝรั่งเศสกำลังรบกัน งานฉลองรัฐธรรมนูญก็หางดไม่ คงครึกครื้นเหมือนปีที่แล้วๆ มา ประชาชนมาเที่ยวเตร่กันแน่นขนัดแสดงว่าคนไทยมีขวัญดีมาก ไม่มีใครคิดเกรงกลัวฝรั่งเศสเลย สภาผู้แทนราษฎรสว่างไสวด้วยโคมไฟฟ้า ด้านซ้ายมือคือสวนอัมพรแสงไฟสว่างราวกับกลางวัน ต้นอโศกหน้าพระลานประดับประดาด้วยโคมไฟสีต่างๆ รถไฟเล็กจากถนนเสือป่ากำลังแล่นข้ามถนนคอนกรีตตรงไปยังสวนอัมพรมีผู้โดยสารแน่นเอี๊ยด”

ด้วยเหตุที่งานฉลองรัฐธรรมนูญเป็นพื้นที่ความรื่นเริงสำหรับชนหลากชั้น ด้วยสายตาอันคมกริบของเขาได้บันทึกถึงผู้คนที่หลั่งไหลมาเที่ยวงานในครั้งนั้นว่า

“พ่อเทพบุตรและเทพธิดาเดินคลอกันมาเป็นคู่ๆ ที่มีอัฐหน่อยก็มารถส่วนตัว ไปจอดในที่ที่เช่าไว้สำหรับรถของตนตลอดงาน คันละห้าบาท พวกนี้โก้หน่อย แต่งเนื้อแต่งตัวภาคภูมิ ที่มีอัฐพอประมาณก็มาแท็กซี่ ที่มีอัฐไม่สู้มากนักมาสามล้อ แล้วที่เบี้ยน้อยหอยน้อยก็เพียงแต่ขี่รถรางมาลงที่สวนมิสกวัน ย่ำต๊อกเอาอีกหน่อย บางคนที่ไม่มีอัฐเลย แต่มีความเฉลียวฉลาดก็อาศัยมากับรถเก๋งคันงามๆ”

งานฉลองในปีนี้ จัดที่สวนอัมพรเป็นปีที่สอง ด้วยเหตุที่ช่วงนั้นรัฐบาลจอมพล ป.มีนโยบายสร้างชาติ ให้ทุกคนเริ่มต้นสร้างตนเอง สร้างครอบครัวอันมีผลต่อการสร้างชาติ (ณัฐพล ใจจริง, 2563, 256-257)

ดังนั้น ในงานฉลองรัฐธรรมนูญปีนี้ จึงมีการประกวดแบบบ้านต่างๆ ทั้งบ้านพักอาศัย และบ้านพักตากอากาศ ตามนโยบายของรัฐบาล ป.อินทรปาลิตจึงให้สามเกลอเดินชมงานไปทั่วและได้เห็นบ้านจำลองที่ปลูกอยู่บนสนาม กิมหงวนติดใจบ้านเล็กๆ หลายหลังที่ประกวดชิงรางวัล พลางบอกกับพล นิกรว่า เขาอยากจะปลูกสักหลังเหมือนกัน

การจัดงานในปีนี้มีความยิ่งใหญ่ยิ่งขึ้นไปกว่าเดิม จนถูกบันทึกว่า “ความงดงามของสถานที่โดยรอบบริเวณ ถ้าหากจะให้บรรยายกันโดยละเอียดแล้ว อีก 5 วัน 5 คืน ท่านก็อ่านไม่จบ มองไปทางไหนล้วนน่าดูน่าชมทั้งนั้น” และ “ร้านรวงต่างๆ ซึ่งแต่ละแห่งตบแต่งอย่างวิจิตรงดงามราวกับก่อสร้างด้วยคอนกรีตจริงๆ” (ป.อินทรปาลิต, 2483)

สำหรับความทรงจำของเด็กชายสุลักษณ์ ศิวลักษณ์ เขาเคยเล่าไว้ว่า งานฉลองรัฐธรรมนูญ คืองานประจำปีที่สร้างความตื่นเต้นให้กับเด็กๆ สมัยนั้นมาก ในงานมีการออกร้าน “หรูหรา” มีการแสดง “นิทรรศการ” ของหน่วยราชการต่างๆ มีโรงเรียนวิชาชีพออกร้านขายสินค้า (สุลักษณ์ ศิวรักษ์, 2527, 235)

จากประตูร้านถึงประตูบ้าน

กรมรถไฟ เดลิเวอรี่

นวัตกรรมในการบริการประชาชนที่ก้าวหน้าอย่างยิ่งของกรมรถไฟ ในสมัยที่ถือนโยบายว่า รถไฟของประชาชน คือบริการส่งสินค้าให้ผู้มาเที่ยวงานฉลองรัฐธรรมนูญ ปี 2483 ถึงบ้าน ดังเรียกกันในปัจจุบันว่า บริการเดลิเวอรี่นั่นเอง

ด้วยเหตุที่งานฉลองรัฐธรรมนูญที่ผ่านมาหลายปี มีผู้คนมาเที่ยวงานจับจ่ายใช้สอยกันอย่างมากมาย ประกอบกับมีร้านค้าของหน่วยราชการและเอกชนต่างนำผลิตภัณฑ์และสินค้าที่ทันสมัย มีคุณประโยชน์มานำเสนอและจำหน่ายให้กับกลุ่มคนชั้นกลางในเมืองที่เติบโตขึ้น รวมทั้งการมีตลาดนัดสำหรับพ่อบ้านและแม่บ้านที่ต้องการซื้ออาหาร ผักผลไม้จากเกษตรกรและผู้ประกอบการสินค้าหัตถกรรมอย่างย่อมเยาว์ ทำให้มีการซื้อขายสินค้ากันอย่างคึกคัก

แต่อย่างไรก็ตาม รัฐบาลเห็นว่า เกิดปัญหาที่การซื้อขายไม่คล่องตัวเท่าที่ควร เนื่องจากพบว่า ผู้เข้าเที่ยวงานอยากอุดหนุนสินค้าที่มาขาย แต่ไม่ต้องการหิ้วหรือแบกสินค้าที่น้ำหนักมากไปเดินเที่ยวงาน หรือนำไปร่วมในงานรื่นเริงหรืองานเต้นรำด้วย ทำให้สินค้าขายดีไม่มากเท่าที่ควร ดังนั้น กรมรถไฟจึงริเริ่มการบริการนี้ให้กับประชาชน

ในปี 2483 บริษัทค้าพืชผล ซึ่งเป็นบริษัทของกรมรถไฟเริ่มจัดบริการส่งของถึงบ้านตามนโยบายที่เรียกว่า “Door to Door” หรือจากประตูร้านถึงประตูบ้าน เพื่อแก้ปัญหาผู้มาเที่ยวงาน “อยากซื้อแต่ขี้เกียจหอบ” โดยบริษัทจะขนส่งสินค้าจากร้านค้าในงานส่งถึงหน้าบ้าน ซึ่งเป็นบริการที่มีขึ้นครั้งแรก

ทั้งนี้ ขั้นตอนในการรับบริการไม่ยาก เริ่มจากเมื่อท่านซื้อสินค้าแล้วให้ท่านบอกร้านค้านั้นว่าจะให้ส่งของถึงบ้าน จากนั้น ให้ท่านนำใบเสร็จไปแจ้งที่บริษัทค้าพืชผล พร้อมแจ้งที่อยู่ให้เจ้าหน้าที่ของบริษัทจะออกไปนำสินค้าจากร้านที่ท่านซื้อแล้วนำไปส่งให้ท่านที่บ้าน (กรมรถไฟ, 2483)

อย่างไรก็ตาม จากบรรยากาศของงาน กลุ่มคนที่มาเที่ยวงาน การแต่งกาย การนิยมจับจ่ายใช้สอยและรสนิยมต่างๆ เหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงการเกิดขึ้นของกลุ่มคนชั้นใหม่ภายหลังการปฏิวัติทางการเมืองที่น่าสนใจยิ่ง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...