‘ราคาน้ำมัน WTI’ ขยับขึ้นแค่ 64 เซนต์ หลัง ‘ดอลลาร์’ อ่อนค่า ‘เงินเฟ้อสหรัฐ’ ชะลอตัว
The Bangkok Insight
อัพเดต 11 พ.ย. 2565 เวลา 01.05 น. • เผยแพร่ 11 พ.ย. 2565 เวลา 01.05 น. • The Bangkok Insightราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส อินเตอร์มีเดียท (WTI) ปิดซื้อขายที่ตลาดไนเม็กซ์ ของสหรัฐ เมื่อวานนี้ (10 พ.ย.) ตามเวลาท้องถิ่น ปรับขึ้นเล็กน้อย แรงหนุนจากการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์ และการคาดการณ์ที่ว่า "ธนาคารกลางสหรัฐ" จะชะลอขึ้นดอกเบี้ย หลังเปิดเผยตัวเลขเงินเฟ้อ ต่ำกว่าคาด
ราคาน้ำมันดิบ WTI กำหนดส่งมอบเดือนธันวาคม เพิ่มขึ้น 64 เซนต์ หรือ 0.8% ปิดที่ 86.47 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) กำหนดส่งมอบเดือนมกราคม ราคาเพิ่มขึ้น 1.02 ดอลลาร์ หรือ 1.1% ปิดที่ 93.67 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ตลาดได้แรงหนุนจากการอ่อนค่าของดอลลาร์ โดยดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของเงินดอลลาร์ เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ร่วงลง 2.12% แตะที่ระดับ 108.2040 ซึ่งเงินดอลลาร์อ่อน จะทำให้น้ำมันดิบ ซึ่งกำหนดราคาเป็นดอลลาร์นั้น ถูกลง และน่าดึงดูดใจ สำหรับนักลงทุนที่ครองสกุลเงินอื่น ๆ
นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยบวกจากการคาดการณ์ที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจชะลอขึ้นดอกเบี้ย หลังสหรัฐเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (ซีพีไอ) ต่ำกว่าคาด ซึ่งบ่งชี้ว่าเงินเฟ้อสหรัฐได้ผ่านจุดสูงสุดแล้ว
กระทรวงแรงงานสหรัฐ เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (ซีพีไอ) ทั่วไป รวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวขึ้น 7.7% ในเดือนตุลาคม เมื่อเทียบรายปี ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 7.9% และชะลอตัวจากระดับ 8.2% ในเดือนกันยายน
ส่วนดัชนีซีพีไอพื้นฐาน ซึ่งไม่รวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวขึ้น 6.3% ในเดือนที่แล้วเมื่อเทียบรายปี ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 6.5% และชะลอตัวจากระดับ 6.6% ในเดือนกันยายน
อย่างไรก็ดี ตลาดยังคงถูกกดดัน จากความกังวลเกี่ยวกับการระบาดของโควิด-19 ในหลายเมือง ที่เป็นเขตเศรษฐกิจสำคัญของจีน รวมถึงกรุงปักกิ่ง สถานการณ์ที่ทำให้เกิดความกังวลว่า จีนอาจเพิ่มความเข้มงวด ในการใช้มาตรการควบคุมโควิด-19 ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจและความต้องการใช้น้ำมัน
อ่านข่าวเพิ่มเติม