โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทำไมยุคหนึ่ง “จตุคามรามเทพ” เครื่องรางของขลัง ถึงมีมูลค่านับหมื่นล้าน?

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 13 เม.ย. 2567 เวลา 04.00 น. • เผยแพร่ 13 เม.ย. 2567 เวลา 04.00 น.
จตุคามรามเทพ เครื่องรางของขลังที่มีต้นกำเนิดที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งโด่งดังไปทั่วประเทศ

“จตุคามรามเทพ” หรือ “จตุคามฯ” คือเครื่องรางของขลังหนึ่งที่เชื่อถือว่าช่วยให้ผู้ครอบครองพ้นภยันตราย, ประสบโชคลาภ, ความก้าวหน้าในอาชีพ ฯลฯ แต่ “จตุคาม” ต่างจากเครื่องรางของขลังอื่นที่ไม่ต้องใช้เวลายาวนานในการสร้างชื่อเสียงเรื่องฤทธานุภาพ, ไม่ต้องอ้างอิงบารมีของพระเกจิในเรื่องพุทธานุภาพ, ไม่ต้องอาศัยจำนวนที่มีให้เช่าบูชาอย่างจำกัดเป็นเงื่อนไขในการสร้างราคา

ประมาณปี 2530 “จตุคาม” แจ้งเกิดในวงการวัตถุมงคล เพียงไม่กี่ปีหลังจากนั้น ก็สามารถเป็นหนึ่งในสุดยอดวัตถุเมื่อราวๆ ปี 2550 ด้วยมูลค่าตลาดกว่า 10,000 ล้านบาท (ตามข้อมูลของศูนย์วิจัยกสิกรไทยเวลานั้น)

กระแสความนิยมของจตุคาม เป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจ ขณะนั้นกองบรรณาธิการศิลปวัฒนธรรม และบริษัทหลักทรัพย์ฟินันซ่า จำกัด จึงร่วมกันจัดเสวนาเรื่อง “จตุคามรามเทพ : สังคม ศรัทธา และมูลค่าการตลาด” (26 เมษายน 2550)

โดยเชิญ อ.นิธิ เอียวศรีวงศ์-มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน, อ.ศรีศักร วัลลิโภดม-บรรณาธิการผู้พิมพ์ผู้โฆษณา นิตยสารเมืองโบราณ, อ.ฉลอง สุนทราวาณิชย์-คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, คุณสรณ์ จงศรีจันทร์-ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บ.เดนท์สุ ยังก์ แอนด์ รูบิแคม จำกัด ฯลฯ มาปะทะสังสรรค์ และอธิบายปรากฏการณ์ของสังคมครั้งนั้น และผู้เขียนเรียบเรียงเนื้อหาเป็นบทความ (ใช้ชื่อเช่นเดียวกับชื่อการเสวนา) เผยแพร่ในนิตยสาร “ศิลปวัฒนธรรม” (ฉบับเดือนมิถุนายน 2550) ซึ่งในที่นี้ขอเก็บความบางส่วนมานำเสนอ

ปรากฏการณ์ของจตุคาม

อ.ฉลอง สุนทราวาณิชย์ อธิบายถึงภาพรวมของเครื่องรางว่า สังคมไทยไม่ใช่สังคมเดียวในโลกที่เชื่อถือในเครื่องรางที่มีอำนาจศักดิ์สิทธิ์ สามารถที่จะเอื้ออำนวยให้ชะตาชีวิตของคนให้บรรลุผลสำเร็จในทางโลก และมีฤทธานุภาพป้องกันภัยทั้งที่มีอยู่ในธรรมชาติหรือเหนือธรรมชาติ

แต่สังคมไทยอาจเป็นสังคมเดียวในโลกที่พัฒนาเครื่องรางขึ้นไปเป็นสินค้าที่มูลค่าสูง มีเรื่องการซื้อขายทำกำไร มีตำราคู่มือเพื่อบอกว่าเครื่องรางนั้นเป็นของแท้หรือไม่? เก่าแก่เพียงใด? ฯลฯ ที่สำคัญเรื่องเครื่องรางในสังคมไทยได้ยกระดับขึ้นมาเป็นอุตสาหกรรม

เครื่องรางซึ่งเป็นที่นิยมสูงสุดยังคงเป็นพระเครื่องจากสำนักต่างๆ จนเมื่อประมาณ พ.ศ. 2530 เริ่มมีการสร้างองค์จตุคามรามเทพ ความนิยมศรัทธาของประชาชนขยายวงกว้างขึ้น ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนของเครื่องรางที่เคยให้ความสำคัญกับพระพุทธเจ้า หรือบุคคลศักดิ์สิทธิ์ในพุทธศาสนา มาเป็นเทพที่รักษาองค์พระบรมธาตุ

อาจารย์ฉลองยังกล่าวอีกว่า “ก่อนที่กระแสจตุคามรามเทพจะพุ่งสูงขึ้น ในอุตสาหกรรมพระเครื่องตั้งแต่ซื้อขายพระเก่าพระใหม่ ตลอดจนอุตสาหกรรมต่อเนื่อง (การผลิตกล่อง, การโฆษณา ฯลฯ) มีมูลค่าประมาณ 15,000–20,000 ล้าน เมื่อรวมกับจตุคามรามเทพก็มีมูลค่า 25,000-30,00 ล้านบาท

ถ้าคิดเทียบกับ GDP ของประเทศไทย [ปี 2550]ซึ่งถ้าผมจำไม่ผิดก็จะอยู่ที่ประมาณ 2 ล้านล้านบาท ตกอยู่ประมาณ 1.5% ของ GDP นี่เป็นอุตสาหกรรมที่มีอนาคตมากทีเดียวและกำลังเติบโต ความรู้เกี่ยวกับเรื่องเครื่องรางในสังคมไทยทุกวันนี้ยังน่าสนใจว่าถูกยกระดับขึ้นมาเป็นศาสตร์ แล้วก็เป็นสิ่งที่มีตลาด เป็นส่วนหนึ่งของระบบเศรษฐกิจอย่างสมบูรณ์…”

ชนชั้นกลาง คือ แฟนคลับจตุคาม

อ.นิธิ เอียวศรีวงศ์ ตั้งข้อสังเกตว่า “คนชั้นกลาง” คือ ผู้เลื่อมใสศรัทธาหลักของจตุคาม ด้วยองค์ประกอบ 3 ข้อของลัทธิความเชื่อจตุคามรามเทพ คือ 1. อุดมการณ์ที่มุ่งเน้นเรื่องการค้าขาย และความร่ำรวย 2. หลักจริยธรรมที่เปลี่ยนแปลงไปตามความเชื่อของชนชั้นกลางที่ไม่เคยหยุดนิ่ง และ 3. อุดมคติชีวิตที่เน้นเรื่องบริโภคนิยม ซึ่งจะเห็นได้จากชื่อรุ่นในการผลิตจตุคาม แต่ละครั้ง เช่น รุ่นทวีโภคทรัพย์ รุ่นมั่งมีทรัพย์ ฯลฯ เหล่านี้เป็นอุดมการณ์ในชีวิตของคนชั้นกลาง

หากสิ่งที่น่าสนใจอีกอย่างคือ “คำอธิษฐาน” ซึ่งอาจารย์ให้ความเห็นว่า “…สมัยก่อนเวลาขออะไร เราไม่กล้าที่จะไปบอกหรอกว่า ผม ข้าพเจ้า ต้องใช้ ‘ลูกช้าง’ ซึ่งมันไม่มีความหมาย มันเล็กมาก เจ้าหรือผียิ่งใหญ่มาก เราไม่สามารถจะไปพูดถึงตัวเองในฐานะที่เท่าเทียมได้…แต่จตุคามรามเทพเป็นเทพองค์พ่อ…พวกเราเองนั่นแหละ

ความสัมพันธ์ระหว่างผู้นับถือกับจตุคามรามเทพ คือความสัมพันธ์แบบพ่อลูก อย่างเดียวเลยที่เวลาพวกคุณไปไหว้พระบรมรูปทรงม้า เราเรียกรัชกาลที่ 5 ว่า เสด็จพ่อ ร.5…ไม่ใช่ว่าเรากำเริบหรืออยากจะไปเป็นเจ้า แต่เราอยากสร้างความสัมพันธ์ระหว่างตัวเรากับสิ่งที่เรานับถือแบบคนที่เสมอภาคกัน ไม่ใช่ลูกช้างอย่างหนึ่ง…ซึ่งอันนี้ผมว่ามันเป็นวิธีคิดแบบของคนชั้นกลางนะ…”

ระหว่างไสย-พุทธ

ด้าน อ.ศรีศักร วัลลิโภดม ตั้งข้อสังเกตว่า เมื่อใดก็ตามที่ความไม่มั่นคงเกิดขึ้นในในชีวิตของมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง จะมีการเสาะหาที่พึ่งทางจิตใจ กรณีของจตุคามรามเทพก็เช่นเดียวกัน [ช่วงปี 2547-2550 เกิดเหตุการณ์รุนแรงในไทยหลายครั้ง เช่น สึนามิ, ไข้หวัดนกระบาด, เหตุการณ์เสียชีวิตหมู่ที่ปัตตานีและนราธิวาส, รัฐบประหาร 2549 ฯลฯ ] หรือที่ผ่านมาในช่วงสงครามอินโดจีน ความไม่มั่นคงในชีวิตจากสงครามทำให้เกิดการสร้างพระเครื่องขึ้นเพื่อช่วยเรื่องอยู่ยงคงกระพัน หรือเมตตามหานิยม

“พระพุทธศาสนาให้ความหมายคนในสังคมไทยว่ามองที่โลกหน้าไม่ใช่โลกนี้ แต่ความจำเป็นเกิดขึ้นแล้วในโลกนี้คือผี ฉะนั้นศาสนาที่เรานับถือ มี 2 ระดับ คือระดับผี และระดับพุทธ แต่ว่าพุทธอยู่เหนือทุกอย่าง ไปดูที่วัดสิครับทั้งไทยและพม่า พระบรมธาตุอยู่สูงสุด ผีเป็นผู้อุปถัมภ์คอยดูแลพิทักษ์รักษา แนวคิดอันนี้ก็อยู่ในจตุคามฯ เอาผีเอาเทพมารักษาพุทธศาสนา ทำให้มันสอดคล้องกันจนได้…

แต่การเคลื่อนไหวกระแทกสังคมทุนนิยมที่รุกล้ำเข้ามา กำลังดึงผีให้สร้างความเป็นกลุ่มก้อน เป็นปัจเจกชนชั้นกลาง ต้องการเป็นปัจเจก อยากรวยอยากจน ตัวใครตัวมัน นั่นคือไสยศาสตร์ เพราะฉะนั้นปรากฏการณ์จตุคามรามเทพจึงอิงผีแต่ไม่บูชาผี กลับพยายามจะใช้ผีให้เป็น เพื่อความร่ำรวยของตนเอง…

นี้คือการเปลี่ยนแปลง เปลี่ยนจากพุทธมาเป็นผี…พระพุทธศาสนาให้ความหมายกับในสังคมไทยเพื่อมองที่โลกหน้า แต่ผีที่เกิดขึ้นคือความจำเป็นเดือดร้อนในโลกนี้…การที่เขาปลุกจตุคามรามเทพขึ้นมา ถ้าบอกว่า ‘มีกูแล้วมึงไม่จน’ อันนี้เป็นไสยศาสตร์ มันเกื้อตัวเอง แต่ถ้าบอกว่า ‘มีกูแล้วมึงไม่โกง’ อันนี้เป็นศาสนา…” อ.ศรีศักรกล่าว

การตลาด จตุคาม

คุณสรณ์ จงศรีจันทร์ กล่าวในมุมมองของนักการตลาดว่า จตุคาม เป็นสิ่งมหัศจรรย์ของความเชื่อและศรัทธา เพราะสามารถตอบสนองความต้องการของประชาชนในแต่ละระดับที่ Maslow กำหนดไว้ (ความต้องการทางกาย, ความมั่นคง, ความรักและการยอมรับ, การยกย่องจากผู้อื่น และการรู้จักตนเอง) ไม่ว่าจะเป็นความปลอดภัย บารมี เกียรติยศ ศักดิ์ศรี

เมื่อนำหลักการการสร้างแบรนด์ของบริษัท คือ DREK ที่ย่อมาจาก D-differentiation R-relevance E-esteem และ K-knowledge พบว่า จตุคามจะมีทั้ง 4 ด้าน คือ D-differentiation คือ ความแตกต่างจากกลิ่น ส่วนผสม พิธีการ รูปแบบทรงกลมมหาเสน่ห์ R-relevance ความจำเป็นต้องมีไว้ครอบครอง E-esteem ความนิยมชมชอบของประชาชน และ K-knowledge ความรู้

โดยเฉพาะเรื่องความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ ตั้งแต่เมื่อเริ่มผลิตครั้งแรกใน พ.ศ. 2530 ถึงปัจจุบัน [2550] ระยะเวลาเพียง 20 ปีนั้น มีการผลิตจตุคามออกสู่ท้องตลาดมากกว่า 300 รุ่น ขณะที่สินค้าชั้นนำทางการตลาด เช่น รถเบนซ์เองทุก 5-7 ปี จึงจะมีการผลิตรุ่นใหม่ออกสู่ตลาด หรือเบียร์ไฮเนเก้นที่ผ่านประมาณ 100 ปี มีการเปลี่ยนขวดเพียงแค่ 7 ครั้งเท่านั้น

ความกระจัดกระจายในการผลิตจตุคามฯ นั้นเปรียบได้กับไก่คอขาดที่ต่างคนต่างวิ่ง ปลายทางคือการครอบครองจตุคามฯ ซึ่งข้อดีคือกระจายสินค้าได้มากสินค้ามีความหลากหลาย แต่ระยะยาวอาจไม่ดีนัก มูลค่าของจตุคามฯ อาจลดลงตามความศรัทธาที่เปลี่ยนแปลง แต่ถ้าจตุคามฯ ผลิตจากแหล่งผลิตเพียงแหล่งเดียวจะยั่งยืนเพราะสามารถควบคุมหลายๆ อย่างได้ เช่น ถ้าราคาตก อาจจะหยุดผลิตเป็นระยะเพื่อให้เกิดการขาดแคลน ราคาก็จะกลับมา” คุณสรณ์กล่าว

จตุคาม อาจเกิดจากความไม่มั่นคงทางจิตใจ เนื่องจากการบ้านการเมือง จตุคาม อาจเป็นไสยศาสตร์หรือพุทธ หากครั้งหนึ่งจะด้วยฤทธานุภาพหรือแผนการตลาดก็ดีของจตุคาม ได้สร้างความมั่นคงด้านจิตใจแก่ผู้ครอบครอง ความมั่นคั่งด้านเศรษฐกิจแก่ผู้ผลิต เกินหน้าเครื่องรางอื่นๆ ในยุคเดียวกัน ภายใต้สโลแกนที่ว่า “มีกูไว้ไม่จน”

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 2 กุมภาพันธ์ 2566

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ทำไมยุคหนึ่ง “จตุคามรามเทพ” เครื่องรางของขลัง ถึงมีมูลค่านับหมื่นล้าน?

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...