โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

4 ความเข้าใจผิด เกี่ยวกับ Cryptocurrency และ Blockchain

Businesstoday

เผยแพร่ 30 มี.ค. 2563 เวลา 22.30 น. • Businesstoday

มีคำพูดมากมายเกี่ยวกับบล็อกเชนและ Cryptocurrency ในช่วงเวลาหลายปีที่ผ่านมา จนบางทีก็ทำให้ยากที่จะแยกแยะว่าเรื่องไหนคือเรื่องจริงหรือเรื่องไม่จริง อุตสาหกรรมบล็อกเชนเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว การให้ข้อมูลที่ถูกต้องจึงเป็นสิ่งสำคัญ แต่ก็ยังมีเรื่องที่คนเข้าใจผิดอยู่อีกมาก หัวข้อต่อไปนี้คือความเข้าใจผิดที่พบได้บ่อย

บล็อกเชนไม่เปิดเผยตัวตนผู้ใช้

ในความเป็นจริง บล็อกเชนนั้นสาธารณะและมีความโปร่งใสมากทีเดียว ข้อมูลธุรกรรมทุกชุดจะถูกบันทึกไว้อย่างเปิดเผย ให้ใครก็ตามสามารถมองเห็นได้ผ่านทางBlock explorer เพื่อให้มีการตรวจสอบและยืนยันความถูกต้องจากเครือข่ายได้ ดังนั้นไม่ว่าใครก็ตามที่อยู่ในเครือข่ายระบบ ก็จะสามารถมองเห็นการทำธุรกรรมต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นได้ ไม่ว่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องหรือไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูลนั้นก็ตาม

ถึงแม้กลุ่มตัวเลขและตัวอักษรจะดูสุ่ม ๆ ไร้ความหมายในสายตาคนทั่วไป แต่ก็ทำให้การตรวจสอบเกิดขึ้นได้จริง และง่ายกว่าการตรวจสอบธุรกรรมเงินสดเสียอีก ด้วยเหตุนี้ทำให้'ความเป็นส่วนตัว' ของผู้ใช้งานบนเทคโนโลยีบล็อกเชนหายไป อย่างสิ้นเชิง

คริปโทเคอร์เรนซีเป็นช่องทางอาชญากรรม

บิทคอยน์เคยผ่านช่วงเวลายากลำบากเมื่อเว็บไซต์ตลาดมืดตัดสินใจใช้บิทคอยน์เป็นเหรียญสำหรับการซื้อขายสินค้าและบริการผิดกฎหมาย แต่สุดท้ายผู้กระทำผิดก็ต้องเจอทางตัน เพราะคุณสมบัติความโปร่งใสและเปิดเผยของคริปโทเคอร์เรนซี การตรวจสอบธุรกรรมคริปโทเคอร์เรนซีนั้น ไม่ต่างจากการตรวจสอบธุรกรรมการเงินทั่วไป

ผู้ใช้จะต้องให้ข้อมูลส่วนตัวในขั้นตอนAnti-Money Laundering (AML) และKnow Your Customer (KYC) รวมถึงข้อมูลไอพีแอดเดรส(IP address) และพฤติกรรมการใช้จ่าย ดังนั้น แพลตฟอร์มที่ผู้ใช้ลงทะเบียนไว้ ก็จะมีข้อมูลเพียงพอ หากผู้ใช้มีพฤติกรรมต้องสงสัยและควรได้รับการตรวจสอบ

บิทคอยน์มีบทบาทสำคัญในการปิดเว็บไซต์อนาจารผู้เยาว์แหล่งใหญ่ จากการตามรอยธุรกรรมกลับไปยังที่อยู่ผู้ใช้ ซึ่งเป็นเว็บไซต์มืด คริปโทเคอร์เรนซีไม่ใช่ทางเลือกที่ดีสำหรับการทำอาชญากรรม แน่นอนว่าก็ยังมีผู้พยายามใช้ Cryptocurrency ในทางผิดกฎหมาย แต่ก็เช่นเดียวกับเงินทั่วไป คริปโทเคอร์เรนซีไม่ได้เอื้ออำนวยให้การกระทำผิดกฎหมายเป็นเรื่องง่ายเลย

บล็อกเชนก็คือบิทคอยน์

บิทคอยน์เป็นคริปโทเคอร์เรนซีเหรียญแรกที่ใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนก็จริง แต่บล็อกเชนไม่ได้หมายถึงบิทคอยน์ และไม่ได้มีแค่บิทคอยน์ที่ใช้บล็อกเชน บล็อกเชนเป็นเทคโนโลยีพื้นฐานของคริปโทเคอร์เรนซีทุกเหรียญ ซึ่งมีอยู่เป็นจำนวนมาก โดยบล็อกเชนคือพื้นที่สำหรับเก็บข้อมูลการทำธุรกรรม ที่รักษาไว้ด้วยเครือข่ายคอมพิวเตอร์จำนวนหลายพันเครื่องทั่วโลก

คริปโทเคอร์เรนซีจะเข้ามาแทนที่เงินตรา

การที่ Cryptocurrency พยายามเปลี่ยนแปลงระบบการเงินรูปแบบเก่าที่ยังยึดติดกับสถาบันทางการเงิน ไม่ได้หมายความว่าคริปโทเคอร์เรนซีจะเข้ามาแทนที่เงินตราโดยสิ้นเชิง เหล่าผู้สนับสนุนเองก็ยังกล่าวว่า ในอนาคต คริปโทเคอร์เรนซี อาจเป็นที่ใช้งานอย่างกว้างขวาง แต่จะไม่ได้ล้างระบบการเงินเดิมที่มีอยู่ คริปโทเคอร์เรนซีเพียงต้องการมอบทางเลือกใหม่ที่อาจจะดีกว่าให้ประชาชน ดังเช่นการที่เครื่องบินไม่ได้เข้ามาแทนที่รถยนตร์นั่นเอง

บทความโดย : ปรมินท์ อินโสม ผู้ก่อตั้ง Satang.pro

บทความอื่นที่เกี่ยวข้อง : วิกฤตเศรษกิจ: จุดเริ่มต้นและจุดจบของ Bitcoin?

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...