“SSF หลักทรัพย์จดทะเบียน” กองทุนรวมพิเศษในช่วง 3 เดือน
ในช่วงที่ภาวะตลาดหุ้นมีความผันผวนจากสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา2019 (COVID-19) มีมาตรการหนึ่งจากมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่10 มีนาคม2563 เพื่อดูแลเยียวยาผลกระทบ นั่นคือ กองทุนรวมSSF หลักทรัพย์จดทะเบียน และทำให้เป็นที่พูดถึงกันในวงกว้าง
SSF (Super Savings Fund) หลักทรัพย์จดทะเบียน เป็นกองทุนรวมที่มีนโยบายลงทุนในหลักทรัพย์ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ เช่น หุ้น กองทุนที่ลงทุนอ้างอิงกับดัชนี(อีทีเอฟ) กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน และทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์(รีทส์) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ65 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ(NAV)
“SSF หลักทรัพย์จดทะเบียน” เป็นทางเลือกหนึ่งในการลงทุนสำหรับผู้ที่ต้องการลงทุนระยะยาวและรับความเสี่ยงได้ เนื่องจากลงทุนในหลักทรัพย์ที่มีโอกาสผันผวน ซึ่งเป็นไปตามหลักhigh risk high return หรือเมื่อเสี่ยงสูงก็ย่อมมีโอกาสคาดหวังผลตอบแทนที่สูง กองทุนรวมนี้มีความพิเศษตรงที่ได้รับสิทธิประโยชน์ในการลดหย่อนภาษีสูงสุดไม่เกิน200,000 บาท(โดยไม่รวมกับกองทุนSSF ปกติ*และกองทุนเพื่อการเกษียณอื่น ๆ) ซึ่งต้องลงทุนระหว่างวันที่1 เมษายน– 30 มิถุนายน2563 และถือจนครบ10 ปี
ถ้าเริ่มสนใจกองทุนรวมนี้ขึ้นมาบ้างแล้ว มาดูกันว่าจะต้องใช้ปัจจัยใดบ้างในการตัดสินใจ โดยเช็คความพร้อมทั้งสี่ ดังนี้
พร้อมที่1 เงินก้อนนี้ยังไม่ใช้ในเร็วๆนี้เนื่องจากกองทุนSSF หลักทรัพย์จดทะเบียนเมื่อซื้อแล้วต้องถือจนครบเวลา10 ปี จึงเป็นการลงทุนระยะยาว เงินลงทุนต้องเป็นเงินเย็น(ไม่ใช่เงินที่กู้ยืมมา) จึงจะได้รับสิทธิประโยชน์อย่างเต็มที่
พร้อมที่2 ความเสี่ยงระดับนี้ยอมรับได้SSF หลักทรัพย์จดทะเบียนเหมาะกับผู้ที่สามารถรับความเสี่ยงได้สูงเพื่อที่จะได้รับโอกาสในการรับผลตอบแทนที่สูงขึ้น เนื่องจากหลักทรัพย์จดทะเบียนส่วนใหญ่เป็นสินทรัพย์ที่มีความผันผวนของราคา เช่น หุ้น กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ กองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์
พร้อมที่3 สิทธิประโยชน์ทางภาษี นอกจากการประเมินความเหมาะสมของตนเองในการลงทุนSSF แล้ว ควรพิจารณาจำนวนเงินที่จะลงทุนเพื่อให้ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่สอดคล้องกับฐานภาษีของตนเอง
พร้อมที่4 รู้ข้อมูลของกองทุนรวมSSF หลักทรัพย์จดทะเบียนไม่ต่างจากองทุนรวมอื่นที่มีข้อมูลเปิดเผยในหนังสือชี้ชวนส่วนสรุป(factsheet) ข้อมูลที่สำคัญได้แก่ หลักทรัพย์ที่กองทุนรวมจะลงทุน ค่าธรรมเนียมการจัดการ ค่าธรรมเนียมการซื้อขาย และค่าใช้จ่ายต่าง ๆ รวมถึงเงื่อนไขการซื้อขายและระยะเวลาการรับเงิน
ซึ่งผู้ลงทุนควรเปรียบเทียบระหว่างกองทุนเพื่อการตัดสินใจที่รอบคอบ สำหรับหนังสือชี้ชวนส่วนสรุปผู้ลงทุนสามารถรับได้จากผู้ขายหรือหาอ่านได้จากเว็บไซต์ของบริษัทจัดการหรือผู้ขาย
จนถึงวันนี้ มีกองทุนSSF หลักทรัพย์จดทะเบียน เสนอขายแล้ว19 กองทุนจากบริษัทจัดการกองทุน(บลจ.) 14 แห่ง ผู้ที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ บลจ. ที่เสนอขายกองทุนดังกล่าว หรือสอบถามมายังสำนักงาน ก.ล.ต. หมายเลขโทรศัพท์1207 กด7
*SSF ปกติ คือกองทุนรวมเพื่อการออมที่มีนโยบายลงทุนในทรัพย์สินได้ทุกประเภทตามนโยบายที่ บลจ. กำหนด ลงทุนได้ตั้งแต่ปี2563 - 2567 ได้รับสิทธิลดหย่อนภาษีไม่เกิน30% ของเงินได้พึงประเมิน แต่ไม่เกิน200,000 บาท โดยนับรวมกับกองเกษียณอายุอื่น ๆ ไม่เกิน500,000 บาท และต้องถืออย่างน้อย10 ปีนับจากวันที่ซื้อ
โดยฝ่ายส่งเสริมความรู้ตลาดทุนและศูนย์ประสานงานต่างจังหวัด สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์(ก.ล.ต.)
ข่าวอื่นที่เกี่ยวข้อง : บล.กสิกรฯ แนะ 2 หุ้นเด่นได้ประโยชน์หลังซาอุฯลดราคาน้ำมันดิบฝั่งเอเชีย