โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ฮ่องกงเริ่มใช้ “ตู้ฆ่าเชื้อหัวจดเท้า” สะอาดด้วยเทคโนโลยีล้ำใน 40 วิ

Xinhua

เผยแพร่ 27 เม.ย. 2563 เวลา 06.18 น.

ฮ่องกง, 27 เม.ย. (ซินหัว) -- เมื่อวันอาทิตย์ (26 เม.ย.) การท่าอากาศยานฮ่องกง (AA) ของจีนได้นำเทคโนโลยีฆ่าเชื้อโรคใหม่ล่าสุดหลายอย่างมาใช้ รวมถึงตู้ฆ่าเชื้อโรคตั้งแต่หัวจดเท้าและหุ่นยนต์ทำความสะอาดในสนามบินฮ่องกง เพื่อลดความเสี่ยงในการแพร่กระจายของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19)

ตู้ฆ่าเชื้อโรคดังกล่าวมีลักษณะคล้ายกับตู้โทรศัพท์ขนาดที่ผู้ใช้สามารถเข้าไปยืนอยู่ภายในและสั่งการให้อุปกรณ์นี้ดำเนินการฆ่าเชื้อโรคสำเร็จภายใน 40 วินาที

พื้นผิวด้านในของตู้เคลือบด้วยยาต้านจุลชีพซึ่งสามารถฆ่าไวรัสและแบคทีเรียจากร่างกายมนุษย์และเสื้อผ้าจากระยะไกล โดยใช้เทคโนโลยีการเร่งปฏิกิริยาด้วยแสงและ "เข็มนาโน" การท่าฯ ระบุพร้อมเสริมว่าสนามบินนานาชาติฮ่องกงเป็นสนามบินแห่งแรกของโลกที่ใช้สิ่งอำนวยความสะดวกเช่นนี้

ขณะนี้ ตู้ดังกล่าวถูกใช้โดยเจ้าหน้าที่สาธารณสุขที่ปฏิบัติงานด้านการกักกันในสนามบิน

หุ่นยนต์ทำความสะอาดอัตโนมัติถูกนำมาใช้เพื่อสร้างความมั่นใจว่า การฆ่าเชื้อในพื้นที่สาธารณะและสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับผู้โดยสารที่สนามบินจะถูกดำเนินการอย่างทั่วถึงทุกซอกทุกมุม

หุ่นยนต์ทรงกระบอกซึ่งติดตั้งเครื่องฆ่าเชื้อด้วยแสงอัลตราไวโอเลตและเครื่องฆ่าเชื้อโรคในอากาศทำงานตลอดเวลาในห้องน้ำสาธารณะและพื้นที่ปฏิบัติการสำคัญในอาคารผู้โดยสาร ซึ่งการท่าฯ ให้ข้อมูลว่าหุ่นยนต์ตัวนี้สามารถเคลื่อนที่ได้อย่างอิสระและฆ่าเชื้อแบคทีเรียได้สูงถึงร้อยละ 99.99 ในบริเวณใกล้เคียง รวมถึงในอากาศและบนพื้นผิวของวัตถุต่างๆ ในเวลาเพียง 10 นาที

 

นอกจากนี้ การท่าฯ ยังทำการทดสอบนำร่องในการใช้ยาต้านจุลชีพที่สิ่งอำนวยความสะดวกแก่ผู้โดยสารทุกจุด เช่น เคาน์เตอร์เช็คอิน รถเข็นกระเป๋าสัมภาระ และปุ่มลิฟต์ โดยหลังเสร็จสิ้นการทดลองใช้ในในเดือนพฤษภาคม การท่าฯ จะพิจารณากานำวิธีดังกล่าวไปใช้เป็นมาตรการฆ่าเชื้อโรคในระยะยาว

สตีเวน เหยา (Steven Yiu) รองผู้อำนวยการฝ่ายบริการขนส่งของการท่าฯ กล่าวว่า การท่าฯ ได้ทำทุกวิถีทางเพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยสำหรับผู้ใช้ทุกคน และจะยังคงแสวงหามาตรการใหม่ๆ เพื่อปรับปรุงการทำงานด้านการทำความสะอาดและฆ่าเชื้อโรคต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...