โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สกู๊ปพิเศษ : 5 เรื่องน่ารู้ จากสารคดี "ซาดิโอ มาเน่"

MATICHON ONLINE

อัพเดต 14 เม.ย. 2563 เวลา 02.28 น. • เผยแพร่ 14 เม.ย. 2563 เวลา 00.45 น.

สกู๊ปพิเศษ : 5 เรื่องน่ารู้ จากสารคดี “ซาดิโอ มาเน่”

ช่วงที่ไม่มีบอลเตะอย่างนี้ สื่อกีฬาหลายสำนัก รวมถึงสโมสรต่างๆ ต้องหาวิธีแก้เบื่อให้แฟนๆ ด้วยการสัมภาษณ์พิเศษหรือเจาะลึกชีวิตนักเตะไม่ก็โค้ชคนดังของแต่ละทีมมานำเสนอ

ล่าสุด สถานีโทรทัศน์ รากุเต็นทีวี นำเสนอสารคดีชีวิตของ ซาดิโอ มาเน่ กองหน้าสุดฮอตของ ลิเวอร์พูล ในชื่อ “ซาดิโอ มาเน่ : เมด อิน เซเนกัล”

เป็นสารคดีที่ไล่ไทม์ไลน์ชีวิตของมาเน่ตั้งแต่วัยเด็กที่เซเนกัล ไล่ไปเรื่องชีวิตการค้าแข้ง จนมาจบที่การประสบความสำเร็จกับหงส์แดงในปัจจุบัน

สารคดีตัวนี้มีเกร็ดชีวิตน่าสนใจมากมายที่ช่วยให้รู้จักแข้งวัย 28 ปีรายนี้มากขึ้น ซึ่งเราเก็บตกเรื่องราวน่าสนใจมาฝากกัน ณ ที่นี้…

– มาเน่ต้องหนีออกจากบ้านเพื่อจะได้เล่นฟุตบอล
เขาเกิดในหมู่บ้านเล็กๆ ชื่อ “บัมบาลี” และต้องสูญเสียคุณพ่อซึ่งเป็นเสาหลักของครอบครัวตั้งแต่อายุ 7 ขวบ ทำให้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่ในความดูแลของคุณลุงและคุณอาที่เป็นอิหม่ามของสังคมมุสลิมที่นั่น
ครอบครัวของมาเน่ให้ความสำคัญเรื่องการศึกษาเป็นอันดับแรก จึงไม่สนับสนุนให้เขาเล่นฟุตบอลนัก
แต่เด็กชายซาดิโอก็ไม่ปล่อยให้เรื่องนี้เป็นอุปสรรค ถึงหมู่บ้านที่เขาอยู่จะไม่มีลูกฟุตบอลให้เล่น เขาก็ชวนเด็กๆ ที่นั่นหาวัตถุอื่นมาเตะแทนได้ แถมเขายังเป็นเด็กที่เล่นเก่งที่สุดในหมู่บ้านจนได้ฉายา“บอลลอนบูวา” หรือ “พ่อมดลูกหนัง”

ปี 2008 ตอนอายุ 16 มาเน่แอบหนีออกจากบ้านไปยังกรุงดาการ์เพื่อทดสอบฝีเท้ากับสโมสรที่นั่น แต่สุดท้ายก็โดนตามตัวเจอและพากลับบ้าน เขาจึงต้องเปิดอกคุยกับครอบครัว ว่าในปีต่อไปจะเลิกเรียน และใช้เวลากับฟุตบอลให้เต็มที่

– นักเตะในดวงใจวัยเยาว์คือ เอล ฮัดจิ ดิยุฟ
ตอนที่มาเน่อายุ 10 ขวบ เซเนกัลกำลังอยู่ในช่วงยุคทองของทีมชาติ เมื่อสามารถผ่านเข้าถึงรอบก่อนรองชนะเลิศ ฟุตบอลโลก 2002 และรอบชิง แอฟริกา คัพ ออฟ เนชั่นส์ ปีเดียวกัน
ดาวเด่นของทีมในตอนนั้นคืออลิอู ซิสเซ่, คาลิลู ฟาดิกา และ เอล ฮัดจิ ดิยุฟ

ลุก เพื่อนสนิทที่โตมาด้วยกัน เล่าว่า ตอนนั้นมาเน่ชอบนักเตะอยู่ 2 คน คนนึงคือ โรนัลดินโญ่ ตำนานแข้งบราซิเลียน และอีกคนคือดิยุฟ โดยมาเน่เคยปรารภกับเพื่อนว่า “สักวัน ฉันจะเล่นให้ได้ระดับนั้นบ้าง”
ในแง่ฝีเท้าอาจจะต้องเถียงกันหน่อย แต่ถ้าในแง่ผลงานการค้าแข้งกับลิเวอร์พูล ถือว่ามาเน่ก้าวข้ามดิยุฟไปไกลมาแล้ว เพราะตอนดิยุฟมีปัญหากับสโมสรและเพื่อนร่วมทีมจนจากกันไม่ดีด้วยซ้ำ

– อากาศในยุโรปทำเอาเขาช็อกไปเลย
มาเน่จากบ้านเกิดไปค้าแข้งกับทีม เม็ตซ์ ในฝรั่งเศส เมื่อปี 2011 ตอนที่ร่วมซ้อมกับทีมท่ามกลางลมหนาวในเดือนมกราคม มาเน่สวมเสื้อยืดตัวเดียวลงสนาม เรียกเสียงหัวเราะจากเพื่อนร่วมทีมใหม่ยกใหญ่
พอเขาถามว่าทำไม เพื่อนๆ ก็ถามกลับว่า“นายใส่แค่นั้นอะนะ?” แล้วก็เป็นอย่างที่เพื่อนๆ คาด มาเน่ทนซ้อมได้แค่ 5 นาที ก็หนาวสั่นจนต้องกลับไปเปลี่ยนเสื้อในห้องแต่งตัว และก็ทำผิดพลาดซ้ำอีกด้วยการเอามือไปจุ่มน้ำร้อน เรียกว่าเป็นวันสุดแสนทรมานของเขาในประเทศใหม่เลยทีเดียว
สำหรับชีวิตการค้าแข้งที่เม็ตซ์ของมาเน่ไม่ค่อยสู้ดีนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลักจากเขาบาดเจ็บที่กล้ามเนื้อขาหนีบแล้วไม่ยอมบอกใครเพราะกลัวว่าจะหมดอนาคตจนโดนส่งกลับเซเนกัล
แต่สุดท้ายเขาก็ได้รับการรักษาอย่างถูกต้อง หลักผ่าตัดจนพักยาว 8 เดือน มาเน่ก็กลับมาโชว์ฟอร์มได้ดี จากนั้นจึงย้ายไป ซัลซ์บวร์ก, เซาธ์แฮมป์ตัน และลงเอยกับหงส์แดงในที่สุด

– คล็อปป์ไม่ค่อยประทับใจตอนเจอมาเน่ครั้งแรก
คล็อปป์เล่าในสารคดีว่า ตอนเขาคุมทีม โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ เคยมีคนแนะนำให้รู้จักมาเน่ แต่ตอนเจอกันครั้งแรก เขายังดูเป็นเด็ก แต่งตัวเหมือนแร็พเปอร์ จนคิดในใจว่า ไม่อยากเสียเวลากับเด็กคนนี้
แต่ตอนนี้ กุนซือชาวเยอรมันยอมรับตามตรงว่า เขาคิดผิดถนัด แถมยังด่วนตัดสินคนแค่จากภาพลักษณ์ภายนอก ทั้งที่เคยคิดว่าตัวเองดูคนเป็น แต่ผิดไปถนัด

– บางครั้งก็แฟนบอลบ้านเกิดนี่แหละที่รับมือยากที่สุด
มาเน่โดนวิจารณ์แบบเดียวกับที่นักเตะดังหลายคนโดนว่า เขาโชว์ฟอร์มได้ดีในระดับสโมสร แต่กลับทำไม่ดีในทีมชาติ ทั้งที่เป็นหนึ่งในนักเตะที่ดีที่สุดของทวีปแอฟริกายุคนี้ ทำให้แฟนบอลชาวเซเนกัลบางคนบอกว่า เชียร์เขาไม่ได้เต็มปากเต็มคำนัก
หากไม่นับเรื่องฟุตบอล ถือว่ามาเน่พยายามตอบแทนบ้านเกิดมากที่สุดเท่าที่เขาจะทำได้ ทั้งสร้างบ้านให้คุณลุงและคุณอาที่เลี้ยงเขามา สร้างโรงเรียนและโรงพยาบาลในชุมชน อีกทั้งยังเป็นแบบอย่างที่ดี ไม่ทำเรื่องเสื่อมเสีย ทั้งยังใช้ชีวิตเรียบง่าย ติดดิน
แต่เมื่อเขาเป็นนักฟุตบอล จึงมักถูกจดจำด้วยผลงานในสนามเหนือสิ่งอื่น และมาเน่กับทีมชาติเซเนกัลก็มีความทรงจำที่ไม่ค่อยน่าประทับใจนัก
เช่นการพลาดจุดโทษในรอบก่อนรองชนะเลิศถ้วยแอฟริกา คัพ ออฟ เนชั่นส์ ปี 2017 หรือพาทีมเข้าชิงปีที่แล้ว แต่สุดท้ายพ่ายให้อัลจีเรีย 0-1
แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังไม่ถอดใจ มาเน่บอกในสารคดีว่า เป้าหมายสูงสุดคือพาทีมเป็นแชมป์ทวีปแอฟริกาให้ได้ รวมถึงการเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีกและยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ในระดับสโมสร ครั้งแล้วครั้งเล่า

ด้วยวัย 28 ปีในวันนี้ ถือว่าซุป’ตาร์ชาวเซเนกัลยังมีเวลาสานฝันให้เป็นจริงอยู่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...