อึ้ง! สภาพคลินิกหมอสูติฯ กั้นแค่ผ้าม่านห้องตรวจ ด้านพยานยัน ไม่ได้ยินเสียงร้อง
อึ้ง! บุกตรวจคลินิกหมอสูติฯ หลังถูกแจ้งจับคดีข่มขืน พบอยู่กลางตลาด กั้นม่านเป็นห้องตรวจ
วันนี้ (16 พ.ย.) เวลา 15.00 น. ที่คลินิกหมอจักรพงษ์ ต.ปากน้ำโพ อ.เมือง จ.นครสวรรค์ นพ.อดิสรณ์ วรรธนะศักดิ์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครสวรรค์เข้าตรวจสอบคลินิกดังกล่าว ซึ่งมี นพ.จักรพงษ์ ลีลาพร อายุ 53 ปี เป็นเจ้าของคลินิก ซึ่งถูกดำเนินคดีอนาจารและกระทำชำเรา หลังจากมีผู้เสียหายเข้าแจ้งความว่าถูกนายแพทย์คนดังกล่าวข่มขืน
นพ.อดิสรณ์กล่าวว่า ตามหลักความจริงแล้ว การตรวจภายในนั้นมีอยู่ 3 ข้อ คือ 1.ผู้ป่วยต้องยินยอม 2.ผู้ป่วยจะต้องมีเหตุให้สามารถตรวจภายในบ้าง และ 3.จะต้องมีบุคคลที่ 3 อยู่ด้วยตลอดเวลา ซึ่งตามปกติแล้วทางคลินิกมีผู้หญิงอยู่ประจำคลินิก หลังจากนี้จะต้องมีการสรุปอีกครั้งหนึ่งว่าในวันเกิดเหตุทำไมบุคคลที่ 3 ถึงไม่อยู่ด้วย
นพ.อดิสรณ์กล่าวอีกว่า ในส่วนของสาธารณสุขก็จะให้ความเป็นธรรมทั้ง 2 ฝ่าย ทั้งตัว นพ.จักรพงษ์และผู้ป่วยเอง จึงได้มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนขึ้นมาว่าเรื่องราวนั้นเป็นอย่างไร ทั้งนี้การสอบข้อเท็จจริงนั้นก็จะออกได้ 2 ทาง ว่ามันมีมูลกับไม่มีมูล ถ้าหากมีมูลก็จะมีความผิดวินัยร้ายแรง ผิดจริยธรรมของหมอ แต่ถ้าไม่มีมูลก็จะไม่มีการพิจารณาและจบเรื่อง
นพ.สาธารณสุขกล่าวว่า ส่วนของคดีความถือว่า นพ.จักรพงษ์ยังไม่เป็นผู้มีความผิดเนื่องจากให้การปฏิเสธว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในส่วนที่ผู้เสียหายได้ร้องเรียน โดยส่วนตัวยังไม่มีการคุยกับ นพ.จักรพงษ์ ทราบกับผู้เกี่ยวข้องทั้งหลาย แต่ทราบว่า นพ.จักรพงษ์ให้การปฏิเสธ ซึ่งจะต้องถือว่ายังเป็นผู้บริสุทธิ์อยู่ ซึ่งในขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาว่าต้องปิดร้านหรือไม่ เนื่องจากต้องพิจารณาในเรื่องของบุคคลที่ 3 ด้วยถึงสาเหตุที่ไม่อยู่กับผู้ป่วยในขณะตรวจ และในบางเวลาอาจจะไม่มีบุคคลที่ 3 อยู่ซึ่งจะต้องดูว่ามีเหตุผลเพียงพอที่จะสมควรปิดคลินิกดังกล่าวหรือไม่ โดยเป็นการปิดชั่วคราว เพื่อให้โอกาสคุณหมอนั้นได้ปรับปรุง รวมถึงมาตรฐานอื่นๆ ที่เช็กลิสต์ไว้ ทางสาธารณสุขจะต้องแจ้งคุณหมอเจ้าของคลินิกให้ไปปรับปรุงในส่วนตรงไหนบ้าง
นางปรียาภรณ์ วินิจสร อายุ 57 ปี คนดูแลคลินิก กล่าวว่า ได้ทำงานที่คลินิกดังกล่าวมา 20 ปีแล้ว ในวันเกิดเหตุเห็นผู้เสียหายเดินทางเข้ามารักษาที่คลินิกดังกล่าว โดยผู้เสียหายนั่งอยู่บริเวณด้านหน้าห้องตรวจ ระหว่างนั้นก็มีผู้ป่วยคนอื่นนั่งอยู่ด้วยเช่นกัน เมื่อถึงคิวตรวจทาง นพ.จักรพงษ์จะสอบถามผู้ป่วยก่อนว่าเดินทางมาทำอะไร หากจะตรวจภายใน ผู้ป่วยจะต้องยินยอมในการตรวจ ซึ่งในวันเกิดเหตุตนเห็นผู้เสียหายเข้าไปรักษาอาการตามปกติและไม่ได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือหรือโวยวายแต่อย่างใด คิดว่าถ้าหากเกิดเหตุขึ้นจริง หากผู้เสียหายจะร้องขอความช่วยเหลือ เชื่อว่าบุคคลที่อยู่ภายในคลินิกจะต้องได้ยิน เนื่องจากประตูด้านหน้าของห้องตรวจเปิดไว้ตลอดเวลา และจากที่ทำงานมาไม่เคยเห็นว่า นพ.จักรพงษ์จะมีพฤติกรรมก่อเหตุดังกล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศภายในคลินิก เป็นตึกแถวสูง อยู่ท่ามกลางตลาด ที่มีประชาชนสัญจรไปมาตลอดทั้งวัน โดยคลินิกดังกล่าวด้านในเป็นห้องตรวจตามปกติ และมีห้องสำหรับตรวจภายในโดยเฉพาะ ซึ่งมีเตียงขาหยั่ง 1 เตียง ใกล้กันเป็นอุปกรณ์การตรวจภายในที่เรียกว่ากล้องตรวจภายใน ซึ่งจะต้องใช้ถุงยางอนามัยสวมเข้าที่อุปกรณ์ ก่อนจะทาเจล และทำการตรวจ โดยห้องดังกล่าวไม่มีประตู มีเพียงม่านปิดกั้นเท่านั้น ด้านหน้ามีป้ายที่เตือนว่า หากผู้ป่วยไม่ประสงค์จะตรวจภายในกรุณาแจ้งแพทย์