โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

พบ Huawei จูนเครื่องเพื่อเร่งคะแนน Benchmark อ้าง “ใครๆ ก็ทำกัน”

BT Beartai

อัพเดต 06 ก.ย 2561 เวลา 05.40 น. • เผยแพร่ 06 ก.ย 2561 เวลา 05.16 น.
พบ Huawei จูนเครื่องเพื่อเร่งคะแนน Benchmark อ้าง “ใครๆ ก็ทำกัน”

ผลทดสอบ Benchmark เป็นหนึ่งในตัวเลือกสำคัญที่ทำให้ผู้บริโภคตัดสินใจเลือกซื้อสมาร์ทโฟนเครื่องหนึ่งเพราะสามารถใช้เป็นตัวชี้วัดความแรงของเครื่องได้ แต่ก็ใช่ว่าทุกแบรนด์จะใช้รูปแบบการทำงานปกติเมื่อทดสอบ Benchmark เสมอไป

ในงาน IFA 2018 ที่ผ่านมา Huawei ยอมรับอย่างเป็นทางการว่าตนได้ใช้ซอฟท์แวร์ตรวจจับผล Benchmark โดยเครื่องจะแรงขึ้นมากกว่าความเร็วปกติชั่วขณะเมื่อทำการทดสอบ Benchmark เพื่อให้ได้ผลทดสอบที่ออกมาดีที่สุดเพื่อให้สมาร์ทโฟนของตนแรงทัดเทียมกับคู่แข่งรายอื่นๆ ได้

ตัวอย่างการทดสอบที่ผ่านซอฟท์แวร์ช่วย

ตัวอย่างการทดสอบจาก Honor Play หรือสมาร์ทโฟนสำหรับเล่นเกมโดยเฉพาะ เปรียบเทียบระหว่าง การปิดซอฟท์แวร์สำหรับตรวจจับทดสอบ Benchmark

Dr. Wang Chenglu ประธานฝ่ายซอฟต์แวร์ของ Huawei’s Consumer Business Group และผู้สื่อข่าวอีกสองคนเผยว่า ผลของ Benchmark นั้นจริงๆ แล้วไม่สามารถใช้ชี้วัดอะไรได้ มันไม่ได้แสดงให้เห็นถึงประสบการณ์การใช้งานจริงแต่อย่างใด ทั้งนี้ Dr. Wang ระบุว่า “ใครๆ เขาก็ทำกัน ดังนั้น Huawei จึงไม่อาจอยู่เฉยได้

อย่างไรก็ตาม Huawei ระบุว่า บริษัทร่วมมือกับพาร์ทเนอร์อย่างเสมอมาเพื่อพัฒนาสมาร์ทโฟนให้ตอบสนองต่อการใช้งานและประสบการณ์ในชีวิตจริงมากที่สุด ซึ่ง Dr. Wang บอกว่า “ตอนนี้ดีขึ้นเยอะแล้วนะ” ซึ่ง Huawei ระบุว่าต้องการร่วมมือกับผู้ผลิตรายอื่นในประเทศจีนเพื่อหามาตรฐานที่ดีที่สุดสำหรับผู้ใช้งาน ตัวเลขที่ได้จากการทดสอบนั้นไม่มีความหมายอะไรเลย

อ้างอิงผลการทดสอบ

แถลงการณ์อย่างเป็นทางการจากหัวเว่ย

หัวเว่ยให้ความสำคัญกับประสบการณ์ผู้ใช้มากกว่าคะแนน Benchmark โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อคะแนนการวัดประสิทธิภาพนั้นไม่สามารถเปรียบเทียบกับประสบการณ์ผู้ใช้ในปัจจุบันได้ เพราะสมาร์ทโฟนของหัวเว่ยใช้เทคโนโลยีอย่าง AI เพื่อปรับแต่งการทำงานของระบบทั้ง CPU, GPU และ NPU เสมอ

เช่นเมื่อเปิดกล้องถ่ายรูปหรือเล่นเกมที่มีกราฟิกหนักๆ ระบบอัจฉริยะของหัวเว่ยจะเร่งความเร็วของเครื่องขึ้นให้เหมาะสมกับงาน ระดับความร้อนและระดับแบตเตอรี่ภายในเครื่อง แล้วเมื่อใช้งานแอปที่ใช้ทรัพยากรระบบไม่หนัก ก็จะปรับฮาร์ดแวร์ให้ใช้พลังเท่าที่จำเป็นเท่านั้น

และเมื่อเข้าสู่การทดสอบ Benchmark ซอฟต์แวร์ระบบของหัวเว่ยจะปรับเครื่องเข้าสู่ “Performance Mode” เพื่อให้ประสิทธิภาพที่ดีที่สุดเท่าที่เครื่องจะทำได้ ซึ่งหัวเว่ยก็มีแผนจะเปิดให้ผู้ใช้สามารถเปิด Performance Mode ด้วยตัวเองได้ถ้าต้องการ

หัวเว่ยจะทำงานร่วมกับพาร์ทเนอร์เพื่อพัฒนามาตรฐานการทดสอบที่วัดผลเทียบกับประสบการณ์ผู้ใช้ได้ต่อไป

อ้างอิงแถลงการณ์ 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...