‘สุเทพ’ปัดหาเสียงเปิดโรงเรียนการเมืองรปช.
วันนี้ (8ก.ย.61) นายสุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำผู้ร่วมจัดตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) พร้อมด้วยม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล หัวหน้าพรรคฯ ร่วมเปิด ”โรงเรียนการเมือง รวมพลังประชาชาติไทย“ โดยนายสุเทพ ระบุถึงการจัดตั้งพรรคการเมืองว่า มาจากผู้ร่วมจัดตั้งโรงเรียนการเมืองว่า สมาชิกเรียกร้องต้องการได้รับความรู้เกี่ยวกับรัฐธรรมนูญที่บทบัญญัติหลายอย่างที่เป็นประโยชน์ เพื่อไปอธิบายให้ประชาชนได้เข้าใจ เพราะเป็นฉบับที่ต่างไปจากเดิม ทั้งเรื่องการปฏิรูป รวมถึงกฎหมายลูกต่างๆ ซึ่งตนและหัวหน้าพรรคเห็นพ้องกัน เพื่อให้ทุกคนเข้าใจ และทำประโยชน์ให้ประชาชนได้ พร้อมยืนยันว่า โรงเรียนดังกล่าว ไม่เกี่ยวกับการเมืองแต่เป็นการบริการทางวิชาการ และไม่ใช่การโฆษณาชวนเชื่อหรือหาเสียง
นายสุเทพ กล่าวถึงการเตรียมคลายล็อกทางการเมืองของ คสช.ว่า ขณะนี้พรรคดำเนินกิจกรรมที่ไม่ได้ขัดคำสั่ง คสช. อยู่บ้าง อย่างการลงพื้นที่ภาคอีสานที่ทุ่งกุลาร้องไห้ เพื่อรับฟังปัญหาประชาชน และพรรคก็เข้าใจว่า คสช. ยังจำเป็นต้องควบคุมสถานการณ์
นายสุเทพ เปิดเผยด้วยว่า ขณะนี้พรรคยังไม่ได้พูดถึงการเตรียมการส่งผู้สมัครลงรับเลือกตั้ง เพราะต้องรอให้ กกต.รับรองการเป็นพรรคการเมืองก่อน จึงจะเริ่มการประชุมกรรมการบริหารพรรค และขณะนี้พรรคมีเพียง 2 อดีต ส.ส.ที่เป็นน้องชายตนเท่านั้น เพราะพรรคต้องการสร้างนักการเมืองใหม่มากกว่า และยังไม่ติดใจเรื่องกรอบเวลาการหาเสียงเลือกตั้ง รวมถึงเรื่องการทำไพรมารีโหวตด้วย เพราะทางพรรคมีความพร้อม
ส่วนจุดยืนการสนับสนับสนุนให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ให้เป็นนายกรัฐมนตรีอีกสมัยนั้น นายสุเทพ ระบุว่า ขอให้ประชาชน ผู้เป็นเจ้าของพรรค เป็นผู้กำหนด แต่เห็นว่า ตราบใดที่พลเอกประยุทธ์ ยังทำงานตามเจตนารมณ์ของประชาชน ก็มั่นใจว่า จะยังได้รับการสนับสนุน โดยเฉพาะเรื่องการปฏิรูป
สำหรับโรงเรียนการเมือง หลักสูตรสำหรับผู้จัดตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย ในวันนี้เป็นการเรียนวันแรกอย่างเป็นทางการ โดยมุ่งหวังให้ผู้จัดตั้งพรรค ผู้บริหารพรรค และผู้สนใจทางการเมืองได้มีความรู้ความเข้าใจถึงการพัฒนาทางการเมือง ตั้งแต่เริ่มมีรัฐธรรมนูญฉบับแรกจนกระทั่งปัจจุบัน ตามความเป็นจริง มีหลักฐานอ้างอิงครบถ้วน พร้อมกับการปูพื้นฐานต่างๆ เกี่ยวกับสังคมไทยในปัจจุบันทุกด้าน เพื่อสร้างบุคคลากรทางการเมืองที่มีความรู้ คู่คุณธรรมมีความสามารถ วิสัยทัศน์ที่สามารถทำให้พรรค บรรลุเป้าหมายทั้งภารกิจทางการเมืองและสังคม