โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

บทเรียนจาก "เสือดำ"

ประชาชาติธุรกิจ

เผยแพร่ 12 ก.พ. 2561 เวลา 14.51 น.

คอลัมน์ Market-think โดย สรกล อดุลยานนท์

สมัยเด็ก ผมชอบนิยายเรื่อง “เพชรพระอุมา” ของ “พนมเทียน” มาก

ชอบเรื่องราวการผจญภัยในป่า

ชอบ “รพินทร์ ไพรวัลย์” พระเอกในเรื่อง

เนื้อหาเกือบทั้งหมดเดินเรื่องอยู่ในป่า

พระเอกต้องต่อสู้กับผู้ร้าย ผีสางนางไม้ และสัตว์ป่า

วันนั้น “เสือ” คือสัตว์ป่าที่น่ากลัว

เป็นเหมือน “ผู้ร้าย” ตัวหนึ่งในเรื่อง”รพินทร์” ยิงเสือโคร่งตาย

…เก่ง

ผมเชื่อว่าแฟนนิยาย “เพชรพระอุมา” ในอดีตหลายคนคิดคล้าย ๆ กัน

กาลเวลาผ่านไปหลายสิบปี ใครจะไปนึกว่า “มุมมอง” ต่อเรื่องนี้จะเปลี่ยนไปแบบ “หน้ามือ” เป็น “หลังเท้า”

“เพชรพระอุมา” ยังเป็นนิยายที่อ่านสนุก

แต่ต้องทำความเข้าใจ “วิธีคิด” ของคนในอดีต

เข้าใจบริบทของยุคนั้นว่า ทำไมตัวละครจึงทำแบบนั้น

ถ้าไม่เข้าใจ และใช้มุมมองของคนรุ่นนี้ตัดสิน

“เพชรพระอุมา” จะเป็นนิยายที่ไม่น่าอ่านทันที

เพราะวันนี้ “เข้าป่าล่าสัตว์” ไม่ใช่กิจกรรมของ “ลูกผู้ชาย”

การเอาเปรียบ “สัตว์” ใช้อาวุธที่เหนือกว่าไล่ล่ามันเพื่อความสนุกส่วนตัว

ย่อมไม่ใช่ “ลูกผู้ชาย” อย่างแน่นอน

กระแสอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและสัตว์ป่าแรงขึ้นเรื่อย ๆ

แม้แต่ผมที่เคยชอบนิยายเรื่องนี้ยังรู้สึกเช่นนั้น

คนที่เคยชอบยังเปลี่ยนเลย

ไม่แปลกที่ “คนรุ่นใหม่” จะรังเกียจเรื่องการเข้าป่าสัตว์

ยิ่งนานวันความรู้สึกเช่นนี้ฝังรากลึกในใจคนมากขึ้น

ดังนั้น เมื่อเกิดข่าว “เปรมชัย กรรณสูต” นักธุรกิจใหญ่เจ้าของ “อิตาเลียนไทยฯ” ล่าสัตว์ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรและพบซากเสือดำที่ใกล้สูญพันธุ์ ซากเก้ง ซากไก่ฟ้าหลังเทา ในที่เกิดเหตุ

คนไทยจึงเกิดอารมณ์โกรธแค้นยิ่งกว่าข่าว “นาฬิกาป้อม” หรือ “อดีตผบ.ตร.” ยืมเงิน

“เปรมชัย” กลายเป็น “ผู้ร้าย”

ยิ่งกว่า “เสือโคร่ง” ใน “เพชรพระอุมา”

กระแสที่ถล่มเขาแรงกว่า “ฆาตกร” ฆ่าคนตาย

ไม่ต้องพูดถึงภาพลักษณ์ขององค์กรที่ยับเยินป่นปี้

ในมุมหนึ่ง เป็นเพราะเรื่องกระแสการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและสัตว์ป่า

แต่ที่ทำให้เรื่องนี้แรงขึ้น เพราะคนที่ทำผิดเป็น “นักธุรกิจใหญ่”

ยังไม่ทันที่ “เปรมชัย” ขยับอะไรเลย

กระแสสังคมมองไปที่การใช้อิทธิพลปิดคดี

มุมนี้น่าสนใจมาก

เพราะแสดงว่ากระแสสังคมมองว่า “นักธุรกิจใหญ่” เป็น “อภิสิทธิ์ชน”

ลัดขั้นตอน จ่ายใต้โต๊ะ ใช้อิทธิพลปิดคดี ฯลฯ

นี่คือ ประเด็นที่นักธุรกิจต้องระมัดระวัง

ยิ่งโลกยุคนี้เป็นยุคโซเชียลมีเดีย ที่นอกจากจะกระจายข่าวได้รวดเร็ว

ความเห็นที่แสดงออกมาก็ร้อนแรง

การค้นข้อมูลเก่า ๆ ก็ทำได้ง่ายดาย

“เปรมชัย” หลังถูกจับไม่นาน ก็ปรากฏภาพเก่าที่ไปเที่ยวป่าเมืองกาญจน์ เมื่อปี 2559

อีกพักหนึ่งก็มีรูป “เปรมชัย” กับเก้าอี้ทำงานที่มีหนังเสือคลุมอยู่

ถ้ามองเรื่องนี้แบบเป็น “บทเรียน”

ผมคิดว่านักธุรกิจใหญ่หรือองค์กรธุรกิจต้องตระหนักว่าภาพของ “นักธุรกิจ” ไม่ใช่เป็น “ภูมิคุ้มกัน” ที่ดีสำหรับกระแสสังคมไทยในวันนี้

ไม่รู้ว่าเป็นเพราะความแตกต่าง ทางชนชั้นที่นับวันจะยิ่งห่างออกไปเรื่อย ๆ หรือเปล่า

หรือเป็น “ประสบการณ์” ที่เจอ

การใช้ “อภิสิทธิ์” ของ “คนรวย” บ่อย ๆ

หรือว่าเป็นเรื่อง “ความหมั่นไส้” ของคน

เวลาเกิดเรื่องอะไรขึ้นมา “นักธุรกิจ”

จะเจอกระแสหนักกว่าปกติ

ยิ่งเป็นนักธุรกิจใหญ่ หรือยิ่งรวย ยิ่งต้องระวัง

เพราะถ้าพลาดขึ้นมา ผลกระทบจะแรงมาก

ด้านหนึ่ง ผมคิดว่านักธุรกิจหรือองค์กรธุรกิจต้องคืนกลับให้สังคมมากขึ้น

อย่า “เอา” มากเกินไป

และต้อง “ให้” แบบอย่าหวังผลตอบแทนมาก

สร้าง “ภูมิคุ้มกัน” ให้กับตัวเอง

อีกด้านหนึ่งที่สำคัญกว่า

นักธุรกิจต้องอย่าเดินบนเส้นทาง “สีเทา” หรือใช้ “วิธีคิด” แบบเดิมที่พยายามหลบตามช่องว่างของกฎหมาย

หรือรู้ว่าผิดกฎหมายแต่ก็ทำไปก่อน

ถ้าโดนจับได้ค่อยใช้เงินแก้ปัญหาทีหลัง

บทเรียนจาก “เปรมชัย” ชัดเจนที่สุด

วันก่อนอาจจะทำได้

แต่วันนี้อันตรายอย่างยิ่ง

“ได้” ไม่คุ้ม “เสีย”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...