โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

อาการคันเกิดจากอะไร เมื่อออกกำลังกาย ?!

tvpoolonline.com

เผยแพร่ 12 มิ.ย. 2561 เวลา 14.11 น. • TV Pool

เอาละค้า !! เมื่อออกกำลังกาย หลายคนอาจเคยมีอาการคันยิบๆ ที่ร่างกายบริเวณ แขน ขา หรือส่วนที่ออกกำลังกาย ซึ่งมีการบอกต่อๆ กันมาว่าเป็นอาการที่เกิดจากไขมันในร่างกายแตกตัวเมื่อออกกำลังกาย ซึ่งความจริงแล้วเป็นเรื่องที่ผิด

การที่ไขมันในร่างกายจะแตกตัวนั้นใช้เวลานาน เพราะต้องผ่านกระบวนการและปฏิกิริยาต่างๆ ภายในร่างกายมากมาย อีกทั้งเราก็ไม่สามารถที่จะรับรู้การแตกตัวของไขมันได้ แล้วอากาคันยิบๆ นี้เกิดจากอะไร มีคำตอบมาฝากค่ะ

อาการคันหลังการออกกำลังกายเกิดจากสารตัวหนึ่งที่ชื่อว่า“ฮิสตามีน” เป็นสารที่ถูกกระตุ้นให้หลั่งออกมา เมื่อมีการออกกำลังกาย พบได้มากในบุคคลที่ไม่ค่อยออกกำลังกาย กล้ามเนื้อไม่คุ้นชินกับออกกำลังกายหนักๆ ในครั้งแรก ร่างกายจึงหลั่งฮิสตามีนออกมา

ฮิสตามีน จะทำหน้าที่ขยายหลอดเลือดและเพิ่มอัตราการไหลเวียนเลือดไปยังส่วนต่างๆ ของร่างกายให้มากขึ้น โดยเฉพาะในบริเวณที่ยังไม่คุ้นชินกับการออกกำลังกาย ทำให้ร่างกายได้รับออกซิเจนมากขึ้น ซึ่งจะช่วยป้องกันอาการเมื่อยล้าและทำให้สามารถออกกำลังกายได้นานมากขึ้น

โดยฮิสตามีนนั้นเกิดจากปฏิกิริยาการดึงเอาหมู่กรดออกจากโมเลกุลของกรดอะมิโนชนิดหนึ่งคือ ฮิสทีดีน (histidine) ซึ่งปฏิกิริยานี้เกิดมากในแม็สเซลล์ (mast cell) ที่อยู่ตามเนื้อเยื่อเกี่ยวพันต่างๆ โดยเฉพาเนื้อเยื่อเกี่ยวพันที่ขนานกับหลอดเลือด นอกจากนี้ยังพบฮิสตามีนอยู่ในระบบเลือด ซึ่งอยู่ภายในเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิดเบโซฟิลส์ (basophils)

อาการคันยิบๆ จากการหลั่งสารฮิสตามีนไม่ใช่อาการร้ายแรง เมื่อออกกำลังกายไปสักพักหรือหลังการออกกำลังกาย อาการคันยิบๆ ก็จะค่อยๆ หายไปเอง และควรออกกำลังกายอย่างเป็นประจำ เพื่อให้เส้นประสาทมีความไวต่อฮีสตามีนน้อยลงและคุ้นชินกับการออกกำลังกายมากขึ้น อาการดังกล่าวก็จะค่อยๆ หายไปเอง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...