โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

หุ้นใหญ่ vs. หุ้นเล็ก เลือกลงทุนยังไงดี ?

Stock2morrow

อัพเดต 29 มิ.ย. 2561 เวลา 11.06 น. • เผยแพร่ 29 มิ.ย. 2561 เวลา 07.33 น. • Stock2morrow
หุ้นใหญ่ vs. หุ้นเล็ก เลือกลงทุนยังไงดี ?

หลายคนชอบซื้อหุ้นใหญ่ เพราะดูมั่นคง แข็งแรง จ่ายปันผลสม่ำเสมอ

แต่ก็มีอีกหลายคนชอบซื้อหุ้นตัวเล็ก เพราะเด็ก ๆ โตเร็ว วิ่งปรู๊ดปร๊าดขึ้นแรงลงเร็ว

ผมขอเปรียบเทียบกับ “นักฟุตบอล” จะได้เห็นภาพกันชัด ๆ แบบนี้

หุ้นใหญ่ เปรียบเหมือนักบอลตัวท็อป พูดชื่อไปใครก็รู้จัก ฝีไม้ลายมือเป็นที่ยอมรับ อย่างเช่น โรนัลโด้ เมสซี่ ใคร ๆ ก็อยากได้มาอยู่ในทีม แต่ค่าตัวก็แพงลิบลิ่วมากกว่าร้อยล้านปอนด์ ค่าเหนื่อยก็หลายแสนปอนด์ต่อสัปดาห์

หุ้นเล็ก เปรียบเหมือนนักบอลทั่ว ๆ ไป ที่ผู้คนอาจยังไม่รู้จักมาก ค่าตัวยังไม่แพงอาจจะหลักล้านหรือสิบล้านปอนด์ ค่าเหนื่อยก็หลักหมื่นปอนด์ต่อสัปดาห์ วันนี้อาจดูธรรมดา ๆ  แต่ถ้าฝึกฝนดี ๆ ก็สามารถพาทีมเป็นแชมป์ได้ และวันข้างหน้าก็คงมีหลายทีมอยากได้ตัวและพร้อมอัพค่าตัวให้อย่างแพง อย่างเช่น คูตินโญ่ ซัวเรซ ที่ลิเวอร์พูลซื้อตัวมาในราคาไม่เท่าไหร่ แต่ขายออกไปในราคาที่มากขึ้นหลายเท่าตัว

ส่วนตัวเราก็เปรียบเหมือน “ผู้จัดการทีม” ที่คอยมองหานักเตะเข้ามาเสริมทัพ เพื่อให้ทีมประสบความสำเร็จในฤดูกาลถัดไป แต่ไม่ใช่ว่าจะเลือกใครมาก็ได้ เพราะเราก็มีข้อจำกัดเรื่องเงิน และเราก็ต้องวางแผนการทำทีมว่าจะให้เป็นไปในรูปแบบไหน ควรจะเลือกนักเตะแบบไหนเพื่อให้เข้ากับสมดุลของทีมได้ดีที่สุดภายใต้งบที่มีอยู่

และสุดท้าย อันดับตอนจบฤดูกาล หรือถ้วยแชมป์ ก็จะเป็นคำตอบว่าสิ่งที่เราในฐานะผู้จัดการทีม เลือกนักเตะที่เหมาะสม และแสดงศักยภาพออกมาได้เต็มที่คุ้มค่าตัวหรือไม่

กลับมาที่เรื่องหุ้น ในฐานะผู้จัดการกองมรดกของเราเอง ก็ต้องมาทำความเข้าใจว่า “หุ้นใหญ่” กับ “หุ้นเล็ก” มีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันอย่างไร เพื่อที่ว่าเราจะได้เลือกลงทุนถูกตัว

** หุ้นใหญ่ หน้าตาเป็นอย่างไร **

เวลาเราพูดว่า หุ้นใหญ่ เราไม่ได้หมายถึง หุ้นที่มีราคาสูงหลายร้อยบาท แต่เรากำลังมองถึงมูลค่าของกิจการ หรือว่า Market Cap ที่มีขนาดเป็นหมื่นเป็นแสนล้านบาท อย่างเช่น PTT, SCC, CPALL, AOT เป็นต้น ลักษณะของหุ้นใหญ่มักจะเป็นแบบนี้

1) มีชื่อเสียง มั่นคง แข็งแรง ผ่านการยอมรับว่าดี ใคร ๆ ก็รู้จัก เป็นนักเตะในฝันที่ใคร ๆ ก็ต้องการ ทั้งกองทุน ต่างชาติ หรือรายย่อย

2) หาข้อมูลได้ง่าย มีบทวิเคราะห์ออกมาเยอะแยะ มีคนติดตามข่าวอยู่ทุกวัน เหมือนเราลองเสิร์ชชื่อ โรนัลโด้ หรือ เมสซี ก็จะเห็นข่าวเต็มไปหมด

3) จ่ายปันผลสม่ำเสมอ บางบริษัทจ่ายเป็น 100% ก็มี เพราะไม่ได้มีแผนการลงทุนอะไร แค่รักษาอัตรากำไรจากธุรกิจเดิมให้อยู่ได้เรื่อย ๆ ก็พอ

4) ราคาหุ้นในภาวะปกติไม่ค่อย Under Value เพราะใคร ๆ ก็ประเมินมูลค่าที่เหมาะสมให้อยู่ตลอด ถ้าราคาร่วงลงไปเมื่อใดโดยที่ผลประกอบการณ์ยังดีอยู่ ก็จะมีคนซื้อกลับขึ้นมาทุกครั้งไป

5) ฐานกำไรใหญ่ การเติบโตเป็นสิบ ๆ เท่า ทำได้ยาก Market Cap ของ PTT เติบโตจาก 9 แสนล้านบาท มาเป็น 1.6 ล้านล้านบาท (+82%) ในเวลา 5 ปี CPALL เติบโตจาก 380,000 ล้านบาท มาเป็น 780,000 ล้านบาท (+105%) ในช่วงเวลาเดียวกัน หรือ SCC ก็เติบโตน้อยมากอยู่ราว ๆ 5-6 แสนล้านบาท

** หุ้นใหญ่ ลงทุนยังไงดี **

1) ลงทุนตอนวิกฤต คือ อาจจะเป็นตอนที่ตลาด panic ชั่วคราว หรือวิกฤตเศรษฐกิจ หรือวิกฤตเฉพาะของหุ้นตัวนั้น ๆ ที่เราวิเคราะห์ดูแล้วพบว่า ความสามารถในการแข่งขันหรือความแข็งแกร่งไม่ได้ลดน้อยลงไป สุดท้ายราคาจะกลับมาดีเหมือนเดิมถ้าวิกฤตผ่านพ้นไป

2) ลงทุนแบบ DCA คือ เราประเมินแล้วว่า หุ้นตัวนี้ดี เป็นผู้นำในตลาดที่เติบโตไปได้อีกหลายสิบปี ราคาก็เพิ่มขึ้นไปเรื่อย ๆ ทุกวัน ๆ แบบนี้ก็ซื้อเฉลี่ยทุกเดือนเลยก็ได้ครับ ผมให้เคล็ดลับนิดนึงว่าวันที่เหมาะสมในการ DCA คือ วันที่เงินเดือนออกเพราะเรามีตังค์ในวันนั้นแน่ ๆ และจะได้ยังไม่ทันคิดว่าจะซื้ออย่างอื่น คือเอาไปซื้อหุ้นดีก่อนเลย หรืออีกวันที่เป็นวันดีคือซื้อให้ตรงกับวันเกิดเราก็ได้ ถือซะว่าเป็นของขวัญวันเกิดให้ตัวเองทุกเดือน

3) ลงทุนหวังปันผล แบบนี้ซื้อเมื่อไหร่ก็ได้ คือ เราหาหุ้นดี จ่ายปันผลสม่ำเสมอ ในอัตราที่มากกว่าเงินฝากธนาคาร พันธบัตรรัฐบาล ซื้อด้วยเงินเย็นเก็บไว้ ไม่ได้เดือดร้อนอะไร เอาเงินปันผลที่ได้มาใช้จ่ายในชีวิตประจำวันไป

** หุ้นเล็ก หน้าตาเป็นอย่างไร **

มาถึง หุ้นขนาดเล็ก ก็ไม่ใช่หุ้นที่มีราคาบนกระดานหลักสตางค์หลักบาท แต่เรากำลังพูดถึงหุ้นที่มี Market Cap หลักไม่กี่พันล้านบาท อย่างเช่น ASIAN, EKH, RJH เป็นต้น ลักษณะของหุ้นเล็กมักจะเป็นแบบนี้

1) ไม่ค่อยเป็นที่รู้จักมากนัก บางตัวบอกชื่อยังต้องถามว่าหุ้นตัวนี้ทำอะไร พวกกองทุนใหญ่ ๆ หรือต่างชาติมักไม่ค่อยสนใจเพราะว่าขนาดเล็กเกินไป ซื้อทีก็วิ่งไปซิลลิ่งหลายวันแน่ ๆ

2) หาข้อมูลไม่ค่อยง่าย บางตัวแทบไม่มีบทวิเคราะห์ออกมาเลย เหมือนนักเตะโนเนมไม่ค่อยเป็นที่รู้จักมากนัก

3) จ่ายปันผลน้อย บางตัวไม่จ่ายเลยก็มีเพราะจะเก็บเงินไปลงทุนต่อยอดเพื่ออนาคต

4) ราคาหุ้น Under Value ได้มาก ถ้ายังไม่มีใครมองเห็นศักยภาพ เหมือนเพชรในตม ที่อาจกำลังรอการเจียระไนอยู่ ตอนนี้เพิ่งถูกขุดขึ้นมา รอแค่เวลาให้เปล่งประกาย

5) ฐานกำไรเล็ก การเติบโตเป็นสิบหรือร้อยเท่าเป็นไปได้ เช่น Market Cap ของ COM7 เติบโตจาก 6 พันล้านบาท มาเป็น 23,000 ล้านบาท หรือเกือบ 4 เท่า ในเวลา 5 ปี SPA เติบโตจาก 2,300 ล้านบาท มาเป็น 10,000 ล้านบาท หรือเกือบ 5 เท่า ในช่วงเวลาเดียวกัน

** หุ้นเล็ก ลงทุนยังไงดี **

1) ลงทุนตอนกำลังจะโต คือ หุ้นแบบนี้ต้องใช้เวลาเติบโต เหมือนบ้านที่กำลังสร้างอยู่ เราเห็นแบบแปลนแล้วว่าสร้างเสร็จจะสวยงามเพียงใด เราก็ค่อยเข้าไปซื้อตอนใกล้ ๆ เสร็จ เช่น โครงบ้านเสร็จแล้ว เหลือตกแต่ง ทำระบบน้ำไฟ แต่ไม่ใข่ว่าเราไปซื้อตอนเหลือแค่ทาสีรั้ว เพราะนั่นอาจจะช้าเกินไปและก็อาจจะมีคนซื้อตัดหน้าเราไปก่อนก็ได้

2) ลงทุนแบบ Lump Sum คือ ใช้เงินทั้งก้อนซื้อไปเลย ไม่ต้องมามัว DCA เป็นสิบปี เพราะหุ้นแบบนี้ คือ เราต้องใช้ความพยายามขุดหาจนเจอ พอเจอแล้วว่าเป็นเพชรแท้แน่ ๆ ก็ให้ซื้อเลย แล้วก็รอเวลาเติบโต ถ้าอยากซื้อเพิ่มก็ขอให้มั่นใจว่าเวลาผ่านมาหลายๆ ไตรมาสแล้ว ยังเป็นหุ้นที่เติบโตอยู่ เหมือนนักบอลที่เล่นดี เราก็ปรับเพิ่มค่าเหนื่อยให้ได้เวลาต่อสัญญาฉบับใหม่

3) ลงทุนหวัง Capital Gain โดยส่วนมากหุ้นเล็ก ถ้าเติบโตจริง ราคาหุ้นจะวิ่งแรง เราก็จะได้กำไรจากส่วนต่างของราคามากกว่า และในช่วงแรก ๆ หลายบริษัทเองก็อาจจจะไม่ได้จ่ายปันผลในอัตราที่สูง เพราะยังต้องการใช้เงินเพื่อลงทุนสร้างอนาคตอยู่

สุดท้าย สิ่งที่อยากจะฝากบอกทุกคนก็คือ ก่อนที่เราจะเลือกลงทุนไม่ว่าจะเป็นหุ้นใหญ่หรือหุ้นเล็กก็ตาม เราในฐานะผู้จัดการทีมต้องเข้าใจระบบ แผนการเล่น ความคาดหวัง งบประมาณ ให้ชัดเจนก่อน แล้วค่อยไปเลือกตัวผู้เล่นที่เหมาะที่สุดมาอยู่ในทีม ถ้าเราชัดเจนในหลักการและเข้าใจตัวเอง สุดท้ายไม่ว่าผู้เล่นแบบไหนก็พาเราไปถึงแชมป์ได้อย่างแน่นอน

บทความจากแชมป์โครงการ stock writer

ติดตามเรื่องราวการลงทุนด้วยสไตล์การเล่าง่าย ๆ แบบนี้ได้ที่นี่เลยครับ

https://www.facebook.com/stock.vitamins/

-----------------------------------------------------------------

กิจกรรมมอบรางวัลแด่ แชมป์ stock writer : นักเขียนเซียนหุ้น Season 1
พร้อม Mini Talk จาก แชมป์ stock writer และ CEO stock2morrow

"สูตรการลงทุนสไตล์ Stock Vitamin"
คุณ จิม ศรุติ โชติเสรีวิทย์ 
(เจ้าของเพจ Stock Vitamins - วิตามินหุ้น)
แชมป์ Stock Writer Season1

"กระแสการลงทุนครึ่งปีหลังที่ต้องจับตา"
คุณ ป้อม ปิยพันธ์ วงศ์ยะรา 
CEO stock2morrow

ลงทะเบียนได้แล้ววันนี้ : http://bit.ly/2tBdpU2

ไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้นนะครับ

stock2morrow

ศูนย์รวมความรู้เรื่องหุ้น ศูนย์รวมนักลงทุนรายย่อย ที่อยากรู้วิธีการลงทุนในหุ้นอย่างถูกต้องและได้กำไรอย่างยั่งยืน ติดตามเราได้ที่ LINE@stock2morrow, FB:stock2morrow และ www.stock2morrow.com 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...