ภาคีคยปท.แนะทำ "แก้มลิง" เก็บสต๊อกยาง-อย่าโค่นทิ้งหมด
สร้าง “แก้มลิง” เก็บสต๊อกยางเพิ่มรายได้เป็นกอบเป็นกำ พร้อมเสริมด้วยปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ปลูกพืช เลี้ยงปศุสัตว์ผสมผสานเป็นหลักประกันรายได้ทดแทน พร้อมดันจัดตั้งบริษัทร่วมทุน กับสถาบันเกษตรกรทั่วประเทศ สร้างตลาดซื้อขายจริง ผ่านออนไลน์ สร้างตลาดรายใหม่ เผย คยปท.ห่วง กระแสแรง “โค่นยาง” ส่งสัญญาณแนะอย่าโค่นยางหมด
นายทศพล ขวัญรอด เจ้าของสวนยางพาราและสวนปาล์มน้ำมันรายย่อย ในฐานะประธานภาคีเครือข่ายชาวสวนยางพาราและสวนปาล์มน้ำมันแห่งประเทศไทย (คยปท.) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ราคายางที่ไม่ขยับสูงขึ้น ปัจจัยส่วนหนึ่งคือตลาดล่วงหน้าในตลาดโลกเป็นตัวชี้กำหนดราคา ดังนั้นเพื่อหาทางออกให้กับชาวสวนยาง ทางรัฐบาล ชาวสวนยาง และการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) จะต้องร่วมกันกับสถาบันเกษตรกรชาวสวนยาง จัดตั้งบริษัทร่วมทุนยาง โดยบริหารจัดการรูปแบบสหกรณ์ พร้อมบริหารจัดการทำการตลาดซื้อจริง ขายจริง และการซื้อขายตรงทางออนไลน์ พร้อมกับเปิดตลาดรายใหม่ ๆ ให้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้จะต้องจัดตั้งแก้มลิงยาง เก็บสต๊อกยางเอาไว้เหมือนกับอดีต ขณะนี้ใน คยปท.จำนวนมากได้สร้างแก้มลิงยาง โดยทำอ่างน้ำกับอิฐบล็อก เก็บยางก้อนถ้วยเอาไว้ ประมาณ 2 เดือน แล้วนำออกขายในช่วงที่ยางราคาดี จึงได้เงินเป็นก้อนใหญ่
นายทศพลกล่าวอีกว่า ที่สำคัญที่สุดคือชาวสวนยางจะต้องจัดรูปแบบบริหารจัดการเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงในสวนยางไว้ โดยสนับสนุนให้เกษตรกรทำกสิกรรม ปศุสัตว์ ประมง ซึ่งพึ่งพาตนเองด้วยรายได้จากพืชเศรษฐกิจตัวอื่น ๆ ด้วย ซึ่ง คยปท.ดำเนินการประสบความสำเร็จมาแล้ว โดยในช่วงที่ราคายางพาราคาถูกก็หยุดกรีดยาง และหารายได้จากเศรษฐกิจตัวอื่นมาทดแทน
“ผู้ปลูกยางพาราจะต้องทำการปฏิวัติการทำเกษตรกรรมของตัวเอง ไม่ใช่ปฏิรูป ตอนนี้ในเครือข่าย คยปท.ประสบความสำเร็จ บางรายมีรายได้เป็นแสนบาทต่อปี เป็นรายได้เสริม และจะกลายเป็นรายได้และอาชีพหลักในอนาคต ต่อไปจะไม่ต้องจำยอมกับสวนยางอีก เศรษฐกิจตัวอื่น ๆ จะเข้ามาสนับสนุนรายได้อีกทางหนึ่ง ยางราคาตกต่ำก็หยุดกรีด จนขณะนี้เกิดกระแสการโค่นยาง แต่ไม่ควรโค่นยางทั้งหมด ต้องทำเกษตรแบบผสมผสาน” นายทศพลกล่าว