“Shabu De Bear” ร้านบุฟเฟ่ต์ชาบูและซูชิ อิ่ม คุ้ม ในราคา 799!
อิ่มคุ้มในราคาเริ่มต้น 599 Net “Shabu De Bear” ร้านบุฟเฟ่ต์ชาบูและซูชิไม่อั้น กับ 9 เมนูใหม่ซูชิ ที่ต้องโดน อาทิ กุ้งเทมปุระมันม่วง, ซูชิเนื้อบูลโกกิ
วงในบอกมา
ได้เวลาสายกินจะต้องเตรียมเฮซ้ำ! เพราะวันนี้ร้าน “Shabu De Bear” ร้านบุฟเฟ่ต์ชาบูและซูชิไม่อั้น ได้ออกเมนูซูชิใหม่ถึง 9 เมนู! ในราคา 799 Net กินได้ 90 นาที จากแต่เดิมที่เมนูชาบูมีให้เลือกสรรแบบจุใจ และ “เนื้อใหญ่กว่าหน้า” ตอนนี้มาเพิ่มความฟินกับ 9 เมนูใหม่ทุกสาขาทั่วประเทศ ซูชิที่คัดสรรแต่วัตถุดิบคุณภาพ และรสชาติจัดเต็ม ว่าแล้วเตรียมปลดซิป แล้วไปฟาดให้เรียบกันเลยจ้า!
ไหน ๆ ทางร้าน “Shabu De Bear” ก็ได้ออกเมนูซูชิใหม่มาถึง 9 เมนู เรามาเริ่มกันที่ซูชิกันก่อนเลยดีกว่า จุดเด่นซูชิของร้าน “Shabu De Bear” คือให้ข้าวน้อย เน้นไส้ และพิถีพิถันเรื่องรสชาติ ที่สำคัญทำสดใหม่ชิ้นต่อชิ้น
เริ่มต้นกันที่ “กุ้งเทมปุระมันม่วง” หน้าตาโดดเด่นด้วยสีม่วงสวยงาม และการใช้มันม่วงทอดรวมกับแป้ง จึงทำให้ได้รสชาติมันม่วงที่ผสมกันกับแป้งอย่างลงตัว ตามมาติด ๆ ด้วยเมนูกินเล่น “กุ้งซากุระ” กุ้งฝอยเกรดพรีเมียม นำไปคลุกกับแป้ง ทางร้านไม่ได้ปรุงรสชาติใด ๆ เพิ่มเติม เพราะต้องการให้ลูกค้าได้สัมผัสถึงรสชาติหวานธรรมชาติจากตัวกุ้งแบบเน้น ๆ และ “ข้าวห่อสาหร่ายไส้เทมปุระมันม่วง” ทางร้านเลือกใช้กุ้งไซส์ใหญ่ที่โรยเกล็ดแป้งเข้าไป โดยเป็นข้าวห่อที่อัดแน่นไปด้วยไส้เน้น ๆ จากนั้นราดด้วยซอสหวานสูตรเฉพาะอีกที จิ้มกินกับโชยุและวาซาบิเข้ากันสุด ๆ
เมนูที่แปลกและน่าลอง “วากิวโรลล์ต้มยำกุ้ง ไส้หนังปลาเเซลมอนทอด” จุดเด่นคือเน้นรสชาติต้มยำ และเนื้อวากิวสุดฟิน กินแล้วครบรสถูกปาก เพราะได้เทกซ์เจอร์กรุบ ๆ ของหนังปลาเเซลมอนทอดด้วย อย่าเพิ่งอิ่มกันนะคะ จัดหนักกันต่อที่ “ซูชิเนื้อบูลโกกิ” ทางร้านใช้เนื้อ US มาทำ รสชาติเหมือนเบคอนที่กินแล้วเพลินดี จนอยากสั่งเพิ่มอีกสักคำ ยังไม่หมดค่ะ ตามมาติด ๆ “ซูชิกุ้งหวาน” กินแล้วจะรู้ว่ามันคือกุ้งเกรดพรีเมียม! รสชาติหวานพอดีกินเพลิน ๆ กับ “ซูชิอีกะ” ทางร้านก็เลือกใช้ปลาหมึกขาวเกรดพรีเมียมเช่นเดียวกัน โรยหน้าด้วยไข่ปลาแซลมอน ทำให้เวลาเคี้ยวกรุบ ๆ ถูกปากหนักหนา~
สำหรับสายล่าเเซลมอน แนะนำเลยกับ “ซูชิแซลมอนสด” ทางร้านใช้เนื้อแซลมอนนอร์เวย์ แล่มาชิ้นหนา คุ้มค่าสุด! และสำหรับคนที่ไม่อยากกินแบบดิบ “ซูชิแซลมอนเบิร์นซอสกิมจิ” แซลมอนเบิร์นมาแบบพอเหมาะ ราดด้วยซอสกิมจิสูตรเฉพาะของทางร้าน ได้รสชาติหวานปนเผ็ด กลมกล่อมและแปลกใหม่ดีค่ะ
กินซูชิกันจนหนำใจกันไปแล้วก็ต้องเผื่อที่ว่างให้ซิกเนเจอร์เด็ดทางร้านคือ “ชาบู” แน่นอนค่ะว่าคอนเซปต์ “เนื้อใหญ่กว่าหน้า” ยังคงคุณภาพอย่างต่อเนื่อง จัดไปกับ “เนื้อวัวแบล็กแองกัส” เนื้อเกรดพรีเมียมโดยมีจุดเด่นคือเอ็นที่ผสมอยู่ เวลาเคี้ยวจะกรุบ ๆ จิ้มน้ำจิ้มพอนซึฉ่ำ ๆ บอกเลยว่าเด็ด!
และอีกตัวที่ห้ามพลาด “เนื้อวากิวเจแปนคาตะโรสุ” เนื้อเกรดพรีเมียมนำเข้าจากญี่ปุ่น คีบมาแกว่ง ๆ ในน้ำซุป “หม่าล่า” เดือด ๆ ที่เป็นรสชาติออกใหม่ถูกใจสายเผ็ด ทั้งหอมพริก และเผ็ดจนลิ้นชา! จากนั้นจัดการคีบเข้าปาก บอกเลยว่าเนื้อนุ่มมาก ที่สำคัญเวลากินมันที่แทรกอยู่จะละลายในปากด้วย เลิฟเลย!
จบมื้อนี้บอกเลยค่ะว่า อิ่มจนต้องปลดซิปกางเกงเลยทีเดียว ใครอยากมาฟินกับบุฟเฟ่ต์ชาบูและซูชิมากด้วยคุณภาพแบบนี้ มากันได้ที่ “Shabu De Bear” สาขา I’m Park และอีก 8 สาขาทั่วประเทศตามความสะดวกเลยค่ะ และพิเศษสุด ๆ หากใครติดใจจนเปิดเป็นเจ้าของเองเลยล่ะก็ ทางร้านเปิดขายแฟรนไชส์โดยสามารถติดต่อร้านได้ทาง Facebook : Shabudebearbkk และโทร 02-214-4227 เลยค่า :)
การเดินทาง
ร้าน “Shabu De Bear” สาขา I’m Park อาคาร B ชั้น 1 สามารถเดินทางได้โดยรถไฟฟ้า BTS สนามกีฬาแห่งชาติ จากนั้นต่อวินมอเตอร์ไซต์มาได้เลยค่ะ หรือหากใครนำรถยนต์ส่วนตัวมา ทาง I’m Park ก็มีบริการที่จอดรถในร่มสะดวกสุด ๆ ไปเลย