โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

7 วิธีให้ลูกยอมแปรงฟันแต่โดยดี แบบไม่ต้องเสียน้ำตา

Mood of the Motherhood

เผยแพร่ 19 ก.ย 2562 เวลา 13.05 น. • Features

เวลาจะแปรงฟันให้ลูกทีไร พอลูกรู้เป็นอันต้องร้องไห้โยเยทุกที ทำเอาทั้งคุณพ่อคุณแม่เหนื่อยแทบลมจับ ส่วนคุณลูกก็โกรธเป็นฟืนเป็นไฟ แบบนี้ควรจะทำอย่างไรดีนะ

เชื่อว่าหลายบ้านต้องเคยประสบปัญหานี้กันมาก่อน เพราะเจ้าตัวน้อยไม่ยอมให้แปรงแม้แต่นิดเดียว แค่เห็นหยิบแปรงก็ร้องไห้หน้าบึ้งตึงไม่ยอมกันซะแล้ว

อย่างแรกเรามาทำความเข้าใจที่ตัวเด็กกันก่อนดีกว่าค่ะ ว่าทำไมเขาถึงกลัวนักกลัวหนากับการแปรงฟัน โดยสาเหตุหลักๆ เป็นเพราะว่าเขารู้สึกว่าการแปรงฟันนั้นเป็นเรื่องรุนแรง พ่อแม่บางคนจำเป็นที่จะต้องล็อกตัวหรือบังคับลูกขณะแปรงฟัน ยิ่งทำให้ลูกรู้สึกหวาดกลัวมากขึ้นไปอีก หรือในบางกรณี เด็กที่ฟันน้ำนมกำลังขึ้น จะไม่อยากให้มีอะไรไปโดนเหงือกและฟันบริเวณนั้น เพราะเขากำลังปวด

เมื่อรู้ถึงสาเหตุกันแล้วคราวนี้มาลองดูวิธีการที่จะทำให้เจ้าตัวน้อยยอมแปรงฟันกับเราแต่โดยดีและไม่ต้องเสียน้ำตากันดีกว่าค่ะ

1.ให้ลูกมีส่วนร่วมในการเลือกแปรงสีฟันเอง

เด็กจะรู้สึกสนุกมากขึ้นหากมีสิทธิ์ในการเลือกแปรงสีฟัน หรือรสชาติของยาสีฟันเอง เพราะเขาจะรู้สึกว่านี่เป็นสิ่งที่ถูกใจและอยากเล่น เช่น ลวดลายที่ชอบ สีที่ชอบ หรือรสชาติที่ชอบ จึงเป็นแรงจูงใจที่สำคัญอย่างหนึ่งในการทำให้รู้สึกว่าอยากแปรงฟัน และรักการแปรงฟันมากขึ้น

โดยคุณพ่อคุณแม่สามารถช่วยเลือกในส่วนของขนาดปลายจับว่ากระชับพอดีมือสำหรับเจ้าตัวเล็กหรือไม่ แปรงมีขนอ่อนนุ่มไม่แข็งจนเกินไป รวมไปถึงมีปลายยางหุ้มบริเวณหัวแปรงไหม หากลูกเป็นคนเบื่อง่ายก็ลองเตรียมแปรงสีฟันสำรองไว้สัก 2-3 ด้ามเพื่อให้มีความหลากหลายดูค่ะ

2.ขณะแปรงฟันหาของเล่นให้ถือ

การให้ถือของเล่นหรือตุ๊กตาที่ลูกรัก จะเป็นการทำให้เด็กรู้สึกผ่อนคลายขึ้น เพราะเขาจะแบ่งความสนใจไปที่ของเล่นไม่สนใจแต่การแปรงฟันเพียงอย่างเดียว พ่อแม่อาจแสดงบทบาทสมมติเล่นกับตุ๊กตาลูกทำท่าทางแปรงฟันไปด้วยจะยิ่งทำให้เด็กรู้สึกสนุก และไม่ได้มองว่าการแปรงฟันน่ากลัวอย่างที่คิด

การให้ลูกจับแปรงไปด้วยขณะพ่อหรือแม่กำลังแปรงให้ก็สามารถทำได้ เป็นการทำให้เด็กได้เรียนรู้ทดลองกับตัวเองและเสริมสร้างความมั่นใจมากยิ่งขึ้น

3.เวลาว่างเล่านิทาน หรือดูการ์ตูนที่เกี่ยวกับการแปรงฟัน

ก่อนนอน หรือเวลาว่างคุณพ่อคุณแม่สามารถนำนิทาน หรือการ์ตูนที่เกี่ยวกับการแปรงฟันมาอ่านให้ลูกฟังบ่อยๆ ถือเป็นการเรียนรู้อย่างหนึ่งผ่านจากสิ่งที่เขาชื่นชอบ เพราะเด็กจะชอบจินตนาการทำให้รู้สึกสนุกจนอยากทำตาม โดยไม่ต้องสอนหรือสั่งให้ลำบากใจ แต่ควรทำในเวลาที่เด็กไม่งอแงหรือเครียดสิ่งใดอยู่ เพราะอาจไม่ฟัง แถมไม่สนใจสิ่งที่เล่าอยู่เลยก็ได้

4.ชวนลูกมาดูคุณพ่อคุณแม่แปรงฟัน

เวลาคุณพ่อคุณแม่แปรงฟันลองชักชวนลูกให้มาดูพร้อมหน้าพร้อมตา เพราะวัยนี้เป็นวัยที่ชอบเลียนแบบพฤติกรรมของคุณพ่อคุณแม่ เมื่อเขาเห็นก็จะเริ่มมีการทำตามและมองว่าเป็นเรื่องปกติที่ต้องทำ เช่นเดียวกันกับการอาบน้ำ กินข้าว ไม่ได้มองว่าเป็นสิ่งที่น่ากลัวหรืออันตรายใดๆ

วิธีการคือพาเจ้าตัวน้อยมาแปรงฟันร่วมกันที่หน้ากระจกบ่อยๆ พ่อแม่อาจสลับแปรงฟันให้แก่กันเป็นการกระตุ้นให้รับรู้จนเคยชิน

5.ร้องเพลงให้ฟังขณะกำลังแปรงฟัน

ลองทำให้กิจวัตรการแปรงฟันเป็นเรื่องสนุกแทนความตึงเครียด สร้างบรรยากาศดีๆ ด้วยวิธีการร้องเพลงหรือเปิดเพลงขณะแปรงฟัน อาจเป็นเพลงที่ลูกชอบหรือจะเป็นเพลงที่ชักชวนให้มาแปรงฟันกันก็ได้ เด็กจะรู้สึกสนุกมากขึ้น อยากจะมีส่วนร่วมเหมือนกับเป็นการเล่นเสียมากกว่าเป็นสิ่งที่ถูกบังคับให้ทำ

6.เปลี่ยนสถานที่แปรงฟัน

ถ้าทำได้ ลองเปลี่ยนสถานที่แปรงฟันกันดู เช่น เดิมอาจจะเป็นห้องน้ำ ก็ลองเปลี่ยนเป็นระเบียงหน้าบ้าน สนามเด็กเล่น ฯลฯ ถือเป็นการช่วยสร้างบรรยากาศสิ่งแวดล้อมใหม่ๆ ให้ไม่รู้สึกว่าจะเจอเรื่องที่ไม่ชอบเหมือนเดิมอีกแล้ว เป็นการลดความกดดันให้ทั้งพ่อแม่และตัวเด็กค่ะ

7.กล่าวชมทุกครั้งหลังแปรงฟันเสร็จ

สิ่งสุดท้ายที่คุณพ่อคุณแม่ควรทำเป็นอย่างยิ่ง คือการให้กำลังใจด้วยการชื่นชมลูก เด็กต้องการให้ผู้ใหญ่ชมเชยอยู่เสมอเมื่อทำเรื่องอะไรสำเร็จ หรือทำเรื่องที่ดี เป็นการเน้นย้ำให้เข้าใจว่าสิ่งที่เขาทำนั้นเป็นสิ่งที่ถูกต้อง อีกทั้งถือเป็นการให้ความเอาใจใส่ ลูกจะรู้สึกว่าตัวเองสำคัญและภูมิใจในตัวเอง การให้รางวัลด้วยการกอดและหอมจึงเป็นสิ่งที่ควรมอบให้แก่ลูกอยู่เสมอ

อ้างอิง

babybbb

theasianparent

dumex

mamaexpert

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...