โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ฆ่าน้องสะใภ้ อ้างฝากทรัพย์สินไว้ในเซฟ 10 ล้าน ทวงคืนแล้วไม่ให้

TODAY

อัพเดต 12 ก.ย 2562 เวลา 14.44 น. • เผยแพร่ 12 ก.ย 2562 เวลา 14.44 น. • Workpoint News

วันที่ 12 ก.ย. ร.ต.อ.กิตติพงษ์ บุญเศรษฐ รอง สว.(สอบสวน) สน.เพชรเกษม รับแจ้งเหตุฆ่ากันตายภายในหมู่บ้านเพชรเกษม 2 ซอย 2 ถนนเพชรเกษม ซอย 55/2 แขวงหลักสอง เขตบางแค กทม.จึงรุดไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.อ.วุฒิชัย ไทยวัฒน์ ผกก.สน.เพชรเกษม พ.ต.ท.สุนทร มาลาเวช รอง ผกก.สส.สน.เพชรเกษม เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน แพทย์นิติเวช รพ.ศิริราช และหน่วยกู้ภัยมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง

ที่เกิดเหตุเป็นบ้านทาวน์เฮ้าส์ สูง 2 ชั้น จากการตรวจสอบบริเวณห้องโถงชั้นล่าง พบศพ นางวาสนา จันตะ อายุ 50 ปี เจ้าของบ้านอาชีพค้าขายสลากกินแบ่งรัฐบาล มีบาดแผลถูกทำร้ายร่างด้วยทุบตีด้วยของแข็งทั่วร่างกาย นอกจากนี้ยังมีบาดแผลถูกแทงและฟันด้วยอาวุธมีด ส่วนที่เกิดเหตุมีร่องรอยการต่อสู้จนข้าวของกระจัดกระจายเลือดนองพื้น ใกล้กันกับศพพบแผงผับสำหรับขายสลากกินแบ่งรัฐบาลเปื้อนเลือดของผู้ตายตกอยู่ 1 ชุด มีดพับเปื้อนเลือดความยาวประมาณ 4 นิ้ว ตกอยู่ 1 เล่ม และสากกะเบือหักเปื้อนเลือดตกอยู่ 1 อัน เจ้าหน้าที่จึงเก็บรวบรวมรายละเอียดไว้เป็นหลักฐาน

จากการสอบสวน นางสุทธิมา จันตะ น้องสาวผู้ตายซึ่งเดินทางมาจุดเกิดเหตุ ให้การว่า บ้านหลังนี้พี่สาวตนพักอยู่กับสามีคือ นายสมบูรณ์ ทูลธรรมวรกุณ อายุ 54 ปี เพียง 2 คน แต่ก่อนตนก็เคยอยู่บ้านหลังนี้กับพี่สาวและพี่เขยมานานนับสิบปี กระทั่งเมื่อ 3 เดือนที่แล้วเพิ่งย้ายออกไป ผู้ตายกับสามีมีอาชีพขายสลากกินแบ่งรัฐบาล ที่ผ่านมาทั้งคู่มีปากเสียงทะเลาะกันบ่อยประกอบกับไม่มีบุตรด้วยกัน ทำให้ทั้งสองอยู่กันแบบเลิกราแต่ไม่ได้หย่าร้าง มีการแบ่งสมบัติกันทั้งบ้าน รถยนต์ และทรัพย์สินต่างๆ ที่นำไปฝากไว้ในตู้เซฟธนาคาร โดยทีแรกทรัพย์สินในตู้เซฟนั้นทางพี่เขยได้ยกให้พี่สาวตนทั้งหมด จนมาระยะหลังๆ ทราบว่าพี่เขยจะขอทวงทรัพย์สินบางส่วนในตู้เซฟคืน จนเกิดการขัดแย้งกันรุนแรง มีญาติฝ่ายพี่เขยเข้ามาเกี่ยวข้อง มีการขู่ฆ่าจะทำร้ายร่างกายพี่สาวตนและมีการแจ้งความดำเนินคดีกันเกิดขึ้น ทำให้ตนต้องตัดสินใจย้ายออกไปอยู่ข้างนอกเพราะไม่อยากยุ่งวุ่นวายกับเรื่องครอบครัว

“ก่อนที่ตนจะย้ายออกไปตนได้ฝากฝังกับเพื่อนบ้านและรปภ.ของหมู่บ้านเอาไว้ ว่า หากมีการทะเลาะเบาะแว้งกันเกิดขึ้นที่บ้านขอให้โทรศัพท์ไปบอกตนด้วย เนื่องจากเกรงว่า นางวาสนา พี่สาวจะได้รับอันตราย จนกระทั่งบ่ายวันนี้ มีชาวบ้านโทรศัพท์มาบอกตน ช่วงก่อนเกิดเหตุพบ นายทรงธรรม ทูลธรรมวรกุณ พี่ชายนายสมบูรณ์ สามีของ นางวาสนา ขับรถยนต์มาที่บ้าน จากนั้นได้ยินเสียงทะเลาะ นางวาสนา ทะเลาะกับนายทรงธรรม ดังลั่น ก่อนที่ นางวาสนา จะส่งเสียงหวีดร้องขอความช่วยเหลือแต่ไม่มีใครกล้าเข้าไปช่วย สักพัก นายทรงธรรม ก็ขับรถยนต์ออกจากบ้านไปด้วยความเร่งรีบ จนมีผู้เข้าไปพบว่านางวาสนา ถูกฆ่าตายไปแล้ว” นางสุทธิมา กล่าว

ต่อมาเมื่อเวลา 14.30 น. วันเดียวกัน นายทรงธรรม ผู้ก่อเหตุได้เดินทางไปที่ สน.เพชรเกษม เพื่อมอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อม ให้การว่าตนเป็นผู้ก่อเหตุฆ่าน้องสะใภ้จริง โดยตนมีอาชีพขายข้าวมันไก่อยู่ที่ จ.สมุทรสาคร ก่อนหน้านี้ตนมีทรัพย์สินเป็นนาฬิกา ทองรูปพรรณ และเครื่องเพชร มูลค่าประมาณ 10 ล้านบาท ซึ่งเป็นทรัพย์สินที่สะสมมาตั้งแต่สมัยวัยรุ่น ต่อมาทราบว่า นายสมบูรณ์ น้องชายตนซึ่งเป็นสามีผู้ตายมีตู้เซฟอยู่ที่ธนาคารแห่งหนึ่ง ตนจึงนำทรัพย์สินฝากไว้ในตู้เซฟของน้องชาย กระทั่งมารู้ภายหลังว่าน้องชายกับ นางวาสนา เลิกราโดยไม่มีการหย่าร้าง แต่กลับมอบกรรมสิทธิ์ตู้เซฟและทรัพย์สินทั้งหมดในตู้เซฟให้เป็นของฝ่ายภรรยา

“ตนทราบดังนั้นจึงพยายามทวงทรัพย์สินที่เคยฝากไว้คืนจาก นางวาสนา ตั้งแต่ช่วงปี 2560 กลับถูก นางวาสนา บ่ายเบี่ยงมาโดยตลอด ตนจึงตัดสินใจเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สน.เพชรเกษม เรื่องการยักยอกทรัพย์ เป็นคดีความกันมาถึงทุกวันนี้ กระทั่งวันนี้เข้าไปทวงทรัพย์สินที่บ้านอีกและเห็น นางวาสนา นำนาฬิกาโรเล็กซ์ ซึ่งเป็นของตนมาใส่ทำให้เกิดทะเลาะต่างฝ่ายต่างทำร้ายกัน โดยตนนั้นถูกนางวาสนา ใช้แผงขายสลากกินแบ่งและสากกระเบือตี ประกอบกับ นางวาสนา พยายามหยิบมีดทำครัวพุ่งเข้าหาตน ตนจึงพลั้งมือชักมีดพับที่ติดตัวไว้จากกระเป๋ากางเกงด้านหลังแทง นางวาสนา ตามร่างกายไปหลายแห่ง แล้วตัดสินใจเดินทางเข้ามอบตัวกับตำรวจ” นายทรงธรรม กล่าว

ด้าน พ.ต.อ.วุฒิชัย กล่าวว่า จากการสอบปากคำ นายทรงธรรม ในเบื้องต้น พอทราบพฤติการณ์การก่อเหตุแล้ว หลังจากนี้ตนจะนำตัวไปชี้จุดเกิดเหตุเพื่อยืนยันคำรับสารภาพ ก่อนแจ้งข้อหา ทำร้ายร่างกายเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และคุมตัวมาสอบปากคำอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...