ไขข้อข้องใจ เหตุใดหุ้น BAM จึงน่าสนใจทั้งช่วงเศรษฐกิจขาขึ้นและลง
ประธานกรรมการ บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงจุดเด่นของหุ้น BAM สามารถสร้างการเติบโตได้ทั้งช่วงเศรษฐกิจขาขึ้นและลง โดยช่วงขาขึ้นเป็นช่วงเก็บหนี้ แต่ช่วงขาลงเป็นช่วงเพิ่มทรัพย์สินราคาต่ำ นอกจากนี้การบริหารสินทรัพย์ด้อยคุณภาพเป็นธุรกิจที่มีศักยภาพ ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมาโดยในระบบธนาคารมีการเติบโตเฉลี่ย 12.8 % ประกอบกับราคาประเมินที่ดินล่าสุดในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา มีการเติบโตรวมทั้งประเทศที่ 27.7 %
หลังจากที่ บริษัท บริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือBAM จด ๆ จ้อง ๆ จะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) มาอยู่นานแต่ก็ไม่มีความคืบหน้าให้เห็นมากนัก ล่าสุดเมื่อวันที่ 22 พ.ย.62 หุ้นBAM ได้ฤกษ์ประกาศเข้าจดทะเบียนใน ตลท. วันที่ 15 ธ.ค.62 ด้วยทุนจดทะเบียน 16,225 ล้านบาท แบ่งเป็นหุ้นสามัญ 3,245 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้ (PAR) หุ้นละ 5 บาท ซึ่งมีผู้ถือหุ้นใหญ่คือกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (FIDF) ถือหุ้น 99.99% ภายหลังจากการขาย IPO แล้วสัดส่วนการถือหุ้นของกองทุน FIDF อาจลดลงต่ำกว่า 50% แต่ไม่ต่ำกว่า 45%
นอกจกากนี้ BAM ยังจะขายหุ้นเพิ่มทุน (IPO) ด้วยจำนวนไม่เกิน 1,535 ล้านหุ้น โดยเสนอขายในราคา 15.50 – 17.50 บาท/หุ้น ระหว่างวันที่ 25-29 พ.ย.62 ผ่านธนาคารกสิกรไทย, ธนาคารกรุงไทย และธนาคารไทยพาณิชย์ ทุกสาขาทั่วประเทศ โดยผู้จองซื้อที่เป็นประชาชนทั่วไปแต่ละรายจะได้รับการจัดสรรสูงสุดไม่เกินรายละ 1 ล้านหุ้นต่อคน โดยผู้จัดการการจัดจำหน่าย ได้แก่ บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) และ บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ (จำกัด) ซึ่งจะประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิจองซื้อในวันที่ 2 ธ.ค.62
ขณะที่ นางทองอุไร ลิ้มปิติ ประธานกรรมการ บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ปัจจุบัน BAM ดำเนินธุรกิจ 2 ประเภทดังนี้
1.ธุรกิจบริหารจัดการสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ หรือที่หลายคนเข้าใจว่าหนี้เสีย หรือ NPLs นั่นเอง ซึ่ง BAM จะซื้อ NPLs มาจากธนาคารพาณิชย์หรือสถาบันการเงินอื่น ๆ โดยการประมูลหรือเจรจาซื้อจากสถาบันการเงินโดยตรง และนำสินทรัพย์ด้อยคุณภาพที่ซื้อมาได้มาบริหารจัดการโดยการเจรจาปรับโครงสร้างหนี้เพื่อให้ได้ข้อตกลงที่เป็นที่พึงพอใจของทุกฝ่าย บริษัทได้ประโยชน์ และลูกหนี้ได้ประโยชน์ สามารถชำระคืนหนี้ได้ แต่ทั้งนี้ NPLs เหล่านั้นก็ไม่ใช่สัญญาแบบกระดาษที่ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน แต่ส่วนใหญ่มีหลักประกันเป็นอสังหาริมทรัพย์ค้ำประกันด้วย
2. ธุรกิจบริหารจัดการทรัพย์สินรอการขาย (NPAs) กรณี NPLs หมดสภาพผ่อนชำระหนี้ได้ BAM จะเจรจาให้ลูกหนี้โอนหลักประกันตามสัญญา ไม่ว่าจะเป็นที่ดินเปล่า, โรงแรม, อาคารเพื่อการพาณิชย์, บ้านที่อยู่อาศัย เพื่อให้ BAM นำมาชำระหนี้ หรือซื้อ NPAs จากสถาบันการเงินอื่นโดยตรง นำมาบริหารจัดการเพื่อจำหน่ายต่อในราคาที่จูงใจผู้บริโภค และสามารถแข่งขันได้ในตลาดอสังหาริมทรัพย์มือ 2 ต่อได้ ซึ่งปัจจุบัน BAM มีทรัพย์สินรอการขายคิดเป้นมูลค่า 22,506 ล้านบาท
นอกจากนี้ นางทองอุไร ยังกล่าวถึงโอกาสของหุ้นBAM ที่โดดเด่นกว่าหุ้นประเภทอื่นไว้ว่า *” BAMสามารถสร้างกำไรได้ทั้งในช่วงเศรษฐกิจขาขึ้นและขาลง ต่างจากธุรกิจประเภทอื่นที่ต้องรอโอกาสเศรษฐกิจขาขึ้นเท่านั้น ถึงจะสามารถสร้างกำไรได้ ซึ่งในช่วงภาวะเศรษฐกิจขาขึ้นจะเป็นช่วงที่BAM สามารถเรียกเก็บหนี้จากลูกหนี้ได้ *
นอกจากนี้ยังสามารถขายสินทรัพย์ที่ซื้อมาบริหารได้อีกด้วย แต่ในช่วงภาวะเศรษฐกิจขาลงจะเป็นช่วงเวลาที่ธนาคารพาณิชย์มีหนี้เสียเพิ่มขึ้น ก็จะปล่อยสินทรัพย์ที่ธนาคารถือครองไว้ออกมาในตลาดให้ BAM เข้าประมูล ประกอบกับอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ต่ำจึงสนับสนุนให้BAM สามารถออกหุ้นกู้เพื่อมาซื้อสินทรัพย์ในราคาต่ำได้ พูดง่าย ๆ ว่าช่วงเศรษฐกิจขาขึ้นเป็นจังหวะเก็บเงินของBAM ขณะที่ช่วงเศรษฐกิจขาลงเป็นช่วงเก็บทรัพย์สิน”
ขณะเดียวกัน การบริหารสินทรัพย์ด้อยคุณภาพเป็นธุรกิจที่มีศักยภาพ ในระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมาสินทรัพย์ด้อยคุณภาพในระบบธนาคารมีอัตราการเติบโตเฉลี่ย 12.8 % ประกอบกับราคาประเมินที่ดินล่าสุดในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา มีอัตราการเพิ่มขึ้นเฉลี่ยโดยภาพรวมทั้งประเทศที่ 27.7 % ตามข้อมูลของธนาคารแห่งประเทศไทยและกรมธนารักษ์ จึงเชื่อว่าจะทำให้ผลการดำเนินงานของBAM เติบโตได้อย่างยั่งยืนในอนาคต
นางทองอุไร ยังได้เปิดเผยจุดแข็ง 6 ด้านของBAM ในการดำเนินธุรกิจบริหารสินทรัพย์ประกอบด้วยดังนี้
1.BAMคือบริษัทบริหารสินทรัพย์ที่ใหญ่ที่สุดของประเทศโดยพิจารณาจากสินทรัพย์รวม (ตามข้อมูลในรายงานภาวะอุตสาหกรรมซึ่งจัดทำโดยบริษัท อิปซอสส์ จำกัด) และ มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญมากว่า 20 ปี
2.มีเครือข่ายสาขามากที่สุด โดยมีสำนักงานใหญ่และสาขารวม 26 แห่งทั่วประเทศ มีพนักงานกว่า 1,200 คน ช่วยให้บริษัทสามารถติดตาม และบริหารจัดการสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ (NPLs) และทรัพย์สินรอการขาย (NPAs) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถประเมินราคาทรัพย์สินได้อย่างแม่นยำ อีกทั้งยังช่วยให้บริษัทมีช่องทางและฐานลูกค้าที่กว้างขวางทั่วทุกภูมิภาค สามารถสร้างความมั่นใจให้กับผู้ที่ต้องการที่อยู่อาศัย และนักลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ได้เป็นอย่างดี
3.มีผลการดำเนินงานในการจัดหา บริหารจัดการ และสร้างกระแสเงินสดจากสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ (NPLs) และทรัพย์สินรอการขาย (NPAs) ที่แข็งแกร่ง
4.มีความสามารถในการบริหารความเสี่ยงที่เหมาะสม
5.มีแหล่งเงินทุนที่หลากหลายและยั่งยืนเพื่อขยายธุรกิจให้เติบโต
6.มีกรรมการและทีมผู้บริหารระดับสูงของBAM ล้วนมีประสบการณ์และผลงานเป็นที่ยอมรับ
สำหรับผลการดําเนินงานและฐานะทางการเงินของ BAM ระหว่างปี 59-61 มีรายได้เติบโตเฉลี่ย 5.5% ต่อปี มีกําไรสุทธิเติบโตเฉลี่ย 3.0% ต่อปี สำหรับงวด 9 เดือน ปี 62 BAMมีรายได้รวม 9,206 ล้านบาท มีกำไรสุทธิ 4,882 ล้านบาท อีกทั้ง BAMยังมีศักยภาพในการเติบโตจาก NPLs และ NPAs ในระบบธนาคารที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง
จากข้อมูล ณ วันที่ 30 ก.ย.62 ราคาประเมินของหลักทรัพย์คํ้าประกันมีมูลค่าสูงกว่ามูลค่าทางบัญชีของลูกหนี้ NPLs ของBAM กว่า 2.4 เท่า (ราคาประเมินของหลักทรัพย์คํ้าประกัน = 195,554 ล้านบาท / มูลค่าทางบัญชี = 79,136 ล้านบาท) และราคาประเมินของ NPAs ของ BAMมีมูลค่าสูงกว่า มูลค่าทางบัญชีกว่า 2.3 เท่า(ราคาประเมิน = 54,467 ล้านบาท / มูลค่าทางบัญชี = 23,245 ล้านบาท)
อย่างไรก็ตาม BAMมีการจ่ายปันผลอย่างสม่ำเสมอ โดยมีนโยบายการจ่ายเงินปันผลในอัตราไม่น้อยกว่าร้อยละ 40.0 ของกำไรสุทธิหลังหักภาษีเงินได้ของงบการเงินเฉพาะกิจการของบริษัทฯ และภายหลังการจัดสรรทุนสำรองตามกฎหมาย สําหรับผลประกอบการในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา BAMมีอัตราการจ่ายเงินปันผล ที่ 80%, 97% และ 60% ตามลำดับ
ทั้งนี้ นางทองอุไร ยังกล่าวย้ำอีกว่า “การเสนอขายหุ้นครั้งนี้ ประชาชนทั่วไปทุกคนสามารถจองซื้อได้ การกระจายหุ้นให้บุคคลทั่วไปจะจัดสรรผ่านกระบวนการสุ่มเลือก โดยระบบคอมพิวเตอร์ของบริษัท เซ็ทเทรด ดอท คอม จํากัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของตลาดหลักทรัพย์ฯ”
สำหรับหลังการเข้าจดทะเบียนใน ตลท. แล้วBAM จะนำเงินที่ได้จากการระดมทุนไปชำระหนี้เพื่อลดภาระดอกเบี้ย ยังจะมีเงินทุนส่วนหนึ่งในการร่วมประมูลสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน ช่วยทำให้ราคาซื้อขายดีขึ้น ลดภาระลูกหนี้ในการผ่อนชำระต่อ หรือมีความสามารถในการซื้อทรัพย์สินกลับมาเป็นเจ้าของ
อ่านข่าวอื่นที่เกี่ยวข้อง BAM เคาะราคา IPO 15.50-17.50 บาท/หุ้น เปิดจองซื้อ 25-29 พ.ย.นี้