โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

มารู้จัก "โรคไส้เลื่อนขาหนีบ" กันเถอะ

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 25 ธ.ค. 2562 เวลา 13.45 น. • เผยแพร่ 25 ธ.ค. 2562 เวลา 13.45 น.

คอลัมน์ สุขภาพดีกับรามาฯ อ.พญ.ชลลดา ครุฑศรี

โรคไส้เลื่อนขาหนีบ บางคนเคยได้ยินชื่อ ได้ยินคนใกล้ตัวมีอาการหรือเข้ารับการผ่าตัดรักษา แล้วจริง ๆ มันคืออะไร เรามาทำความรู้จักกันเถอะ โรคไส้เลื่อนขาหนีบ คือ การที่มีลำไส้ หรือส่วนใดของอวัยวะในช่องท้อง ยื่นออกมาผ่านทางผนังหน้าท้องที่อ่อนแอบริเวณขาหนีบ ซึ่งมีทั้งชนิดที่เลื่อนลงไปอยู่ในถุงอัณฑะ และชนิดที่เลื่อนลงมาบริเวณหัวหน่าวไม่ลงไปในถุงอัณฑะ มักพบในเพศชายมากกว่าเพศหญิงถึง 25 เท่า พบข้างขวามากกว่าข้างซ้าย ตั้งแต่วัยกลางคนขึ้นไปจนถึงวัยสูงอายุ โดยไม่เกี่ยวข้องกับพันธุกรรม

สาเหตุและปัจจัยเสี่ยงในผู้ใหญ่ เกิดจากการที่มีผนังหน้าท้องบริเวณขาหนีบหย่อนยาน ไม่แข็งแรง ร่วมกับการมีแรงดันภายในช่องท้องเพิ่มมากขึ้น เช่น

– การมีน้ำหนักตัวมาก

– มีพฤติกรรมการเบ่งมาก ๆ เช่น มีภาวะต่อมลูกหมากโต ทำให้มีการเบ่งปัสสาวะเป็นประจำ, ท้องผูกเรื้อรังต้องเบ่งอุจจาระเป็นประจำ

– การยกของหนักเป็นประจำ

– การออกกำลังกายที่มีการเกร็งหน้าท้องมาก การยกน้ำหนัก ทุ่มน้ำหนัก

– มีอาการไอเรื้อรังจากการสูบบุหรี่จัด เป็นโรคถุงลมโป่งพอง หลอดลมอักเสบเรื้อรัง หรือวัณโรคปอด

ดังนั้น ความกลัวที่ว่า การที่ผู้ชายไม่สวมใส่กางเกงในจะทำให้เป็นไส้เลื่อนขาหนีบนั้นไม่เป็นความจริง เพราะการไม่สวมกางเกงในไม่มีผลต่อการเพิ่มความดันในช่องท้อง ส่วนการออกกำลังกายประเภทวิ่ง เตะบอล หรือกระโดดเชือก ก็ไม่มีผลต่อการเป็นไส้เลื่อนขาหนีบเช่นเดียวกัน

แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าเราเป็นไส้เลื่อนขาหนีบแล้ว อาการของไส้เลื่อนขาหนีบนั้นมักตรวจพบได้โดยง่ายด้วยตัวคนไข้เอง โดยการคลำที่บริเวณขาหนีบ จะพบเป็นก้อน

ปูดขึ้นมาหรือปูดลงไปที่ถุงอัณฑะ เมื่อมีการยืนหรือเดินนาน ๆ หรือไอจามแรง ๆ เบ่งหรือหลังจากการยกของหนัก ขนาดที่พบตั้งแต่เล็กเท่าลูกมะนาวจนใหญ่เท่าลูกมะพร้าวเลยก็มี อาจจะมีอาการปวดหน่วงร่วมด้วยได้ โดยก้อนนี้จะราบและหายกลับเข้าช่องท้องไปได้เองเมื่อคนไข้นอน เมื่อมีอาการดังกล่าวข้างต้น ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจและทำการรักษาโดยการผ่าตัดแบบไม่ฉุกเฉิน

การรักษาไส้เลื่อนขาหนีบ รักษาโดยการผ่าตัดแบบไม่ฉุกเฉิน วิธีการผ่าตัดมีการผ่าตัดแบบเปิดแผลบริเวณขาหนีบ และผ่าตัดแบบส่องกล้องแผลเล็กบริเวณหน้าท้อง ทั้ง 2 วิธีเป็นการผ่าตัดเพื่อนำอวัยวะส่วนที่เลื่อนออกมากลับเข้าช่องท้องและใส่ตาข่ายเพื่อพยุงบริเวณผนังหน้าท้องที่มีความหย่อนยานไว้ การผ่าตัดส่องกล้องมีแผลเล็กกว่า เจ็บแผลน้อยกว่า และฟื้นตัวหลังผ่าตัดเร็วกว่า ซึ่งโอกาสการกลับเป็นซ้ำเท่ากันทั้ง 2 วิธี แต่พบได้น้อยมาก วิธีการระงับปวดระหว่างการผ่าตัดนั้นมีทั้งฉีดยาชาเข้าทางไขสันหลัง และการดมยาสลบ วิธีไหนปลอดภัยที่สุดคงจะต้องพิจารณาเป็นราย ๆ ไปโดยวิสัญญีแพทย์ การผ่าตัดใช้เวลา 45-60 นาที โดยประมาณ นอนโรงพยาบาล 2-3 วันก็สามารถกลับบ้านได้ และหมอจะนัดตัดไหมอีกประมาณ 1 สัปดาห์ ผลของการผ่าตัดนั้นไม่ทำให้อวัยวะเพศหรือสมรรถภาพทางเพศเสื่อมเสียไป

ถ้าไม่ผ่าตัดรักษาจะเกิดอะไรขึ้น ? จะมีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนเป็นไส้เลื่อนติดคา คือ ก้อนที่ปูดออกมาไม่สามารถกลับเข้าไปได้ตามปกติ จะมีอาการเจ็บปวดตรงก้อนไส้เลื่อนและมีอาการของลำไส้อุดตันจากการที่ลำไส้เลื่อนลงมาในถุงอัณฑะแล้วกลับเข้าช่องท้องไม่ได้ คือ คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง ท้องอืด ไม่ถ่าย และไม่ผายลม เมื่อมีอาการเช่นนี้ให้รีบไปพบแพทย์ทันที เนื่องจากต้องพิจารณาดันกลับหรือผ่าตัดแบบกึ่งฉุกเฉิน หากปล่อยภาวะไส้เลื่อนติดคาไว้ไม่ไปทำการรักษา ลำไส้ที่ติดคานั้นจะขาดเลือด เน่าตาย และทะลุได้ คนไข้จะปวดท้องรุนแรง มีไข้สูง ติดเชื้อในกระแสเลือด ต้องทำการผ่าตัดฉุกเฉินทันที ทำให้มีโอกาสเสียชีวิตได้สูง

การปฏิบัติตนหลังผ่าตัด ต้องงดยกของหนักและงดออกกำลังกายอย่างน้อย 6 สัปดาห์ และควรป้องกันไม่ให้ไส้เลื่อนกลับเป็นซ้ำ โดยการแก้สาเหตุที่ทำให้ความดันในช่องท้องเพิ่มขึ้น เช่น คุมน้ำหนักตัวไม่ให้อ้วน รักษาโรคต่อมลูกหมากโต งดสูบบุหรี่ รักษาโรคถุงลมโป่งพอง และรักษาท้องผูกเพื่อไม่ให้เกิดการเบ่ง โดยสรุปแล้ว เมื่อพบว่าเป็นไส้เลื่อนขาหนีบ ไม่ว่าขนาดเล็กหรือใหญ่ แนะนำให้ไปพบแพทย์เพื่อทำการผ่าตัดตั้งแต่เนิ่น ๆ เพื่อไม่ให้เกิดภาวะไส้เลื่อนติดคาและขาดเลือดเน่าตาย

หมายเหตุ : อ.พญ.ชลลดา ครุฑศรี สาขาวิชาศัลยศาสตร์อุบัติเหตุและเวชบำบัดวิกฤต ภาควิชาศัลยศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...