โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เทคนิคการปลูกเมล่อนบนหัวคันนา

รักบ้านเกิด

อัพเดต 16 ธ.ค. 2562 เวลา 08.27 น. • เผยแพร่ 16 ธ.ค. 2562 เวลา 08.27 น. • รักบ้านเกิด.คอม

อาจารย์สมโภชน์ ทับเจริญ อดีตอาจารย์ และนักวิชาการเกษตรประจำมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ที่ลาออกจากราชการ เพราะพ่อและแม่ของตนเริ่มแก่ชรามากขึ้น จนวันที่คุณแม่เสียชีวิต อาจารย์จึงลาออกมาใช้ชีวิตเป็นเกษตรกร บนที่ดินของพ่อและแม่จำนวนกว่า 50 ไร่ และเริ่มนำความรู้ทั้งหมดที่มีมาปรับพื้นที่ ปรับปรุงดิน ขุดร่อง ทำบ่อน้ำ และทำนา กลายเป็นที่นากลางกรุง ที่ให้คนมาแวะเยี่ยมชมได้ในทุกขั้นตอนของการทำนา และมีร้านเกษตรปลอดภัยให้ผู้คนได้แวะเวียนซื้อหากันได้ในกรุงเทพมหานครนี้เอง

Plant/11018_1_1.JPG

การปลูกเมล่อนบนคันนาของอาจารย์นั้น เป็นการตั้งใจปลูกพืชที่สร้างประโยชน์ได้อย่างแท้จริง ถึงแม้เมล่อนจะไม่เหมาะที่จะปลูกบนคันนาแบบนั้น แต่อาจารย์ก็หาวิธีที่จะทำให้มันได้ผลตามที่อาจารย์ตั้งใจ และมันก็สามารถปลูกได้ และสร้างรายได้ให้อาจารย์ตามที่ตั้งใจจริง ๆ

Plant/11018_2_2.JPG

เดิมทีเดียวเมล่อนนี้มันเป็นพืชแอฟริกา ในการปลูกอาจารย์จะไม่เลียนแบบญี่ปุ่น เพราะที่ญี่ปุ่นเขาปลูกเมล่อนในโรงเรือนเพราะเขาต้องการ control อุณหภูมิ แล้วเมล่อนนี้เป็นพืชที่ไวต่อการทำลายจากพวกเชื้อรา แบคทีเรีย แมลง ก็เลยนิยมปลูกในโรงเรือนซะเป็นส่วนใหญ่ หลังคาของโรงเรือนก็ถูกปิดด้วยพลาสติกอีกครั้งหนึ่ง เพื่อไม่ให้น้ำหยดลงมากระแทกใบของเมล่อน แต่สำหรับอาจารย์ อาจารย์ขุดบ่อเพื่อที่จะทำคันให้มันใหญ่ ในบ่อเลี้ยงปลาดุกแต่บนคันบ่อ อาจารย์อยากใช้พื้นที่ให้เกิดประโยชน์มากที่สุด จะปลูกตะไคร้ ก็คงได้ไม่กี่บาท ก็เลยมาพัฒนาว่าบนหัวคันนานี้จะปลูกเมล่อน เพราะราคาดี เมล่อนลูกละ 200 บาท ปลูกสัก 2,000 ลูก ลูกละ 200 บาท ก็คงได้เงินพอสมควร ก็เลยมาใช้เวลาในการพัฒนาตัวเมล่อนนี้

Plant/11018_3_3.JPG

อาจารย์ใช้เวลา 3 ปี ในการปลูกแบบที่เรียกว่า ?เมล่อนอินคอนดอมโดม? (Melon in condom dome) ใช้พื้นที่ที่หัวคันนาให้เกิดประโยชน์ โดยการเอาเมล่อนนี้มาปลูก ใช้เชือกมัดสองข้างไว้ เพื่อไม่ให้ตกลงไปในบ่อ ระบบของการให้น้ำ อาจารย์ก็วางระบบการให้น้ำในตอนแรกเป็นระบบน้ำหยด แต่ตอนนี้เปลี่ยนเป็นน้ำพุ่งแล้ว เพราะว่าน้ำหยดเองนี้เราใช้น้ำผิวดินที่มีตะกอนเยอะ มันไม่หยด มันหยดแค่วันเดียวแล้วก็ไม่หยุดเลย เพราะมันตัน ตอนนี้ก็เลยใช้ก๊อกเปิดให้พุ่งเลย แล้วใช้วัดปริมาณน้ำที่หัวก๊อกว่าใช้ไปกี่ลิตรต่อนาที แล้วก็ตั้งเวลาเอาว่าเราต้องปล่อยน้ำกี่นาที ก็เลยต้องมาประยุกต์ใช้ใหม่หมด ใช้เปิดก๊อกเอาเลยว่าเมล่อนต้องการน้ำเท่านี้ แล้วจะต้องเปิดน้ำนานเท่าไหร่ ถึงแม้ว่าจะให้น้ำเกินไปก็จะเสียเฉพาะค่าใช้จ่ายเนื่องจากน้ำที่เกินจากดินที่จะดูดซับได้มันก็จะไหลลงข้างล่างไปหมดเลยเพราะมันเป็นกระถาง อาจารย์ไม่ได้ปลูกเมล่อนในดิน

Plant/11018_4_4.JPG

เหตุที่ปลูกเมล่อนในกระถางเพราะดินของที่นาของอาจารย์เป็นดินเหนียว มีความเป็นกรดสูง การระบายน้ำยาก เมล่อนต้องการการระบายน้ำที่ดี เพราะฉะนั้น ถ้าต้องการปรับพื้นที่ปลูกเมล่อนลงในดิน ต้องใช้เงินอีกมากมายมหาศาลที่จะต้องปรับดินเหนียวให้เป็นดินร่วนเพื่อให้น้ำซึมดี การปลูกในกระถางก็เลยเป็นการจบปัญหา และการให้น้ำมากเกินไป น้ำที่เหลือก็จะไหลออกไปที่ก้นกระถางทั้งหมดโดยไม่มีความชื้นค้างอยู่ข้างใน หรือทำให้น้ำท่วมราก เพราะว่าอันนี้รากจะเน่าเร็วมาก เพราะฉะนั้นการปลูกเมล่อนตามโรงเรือนเขาถึงไม่ใช้ดินเลย เขาใช้วัสดุจากขุยมะพร้าว ขี้เถ้าแกลบ และปริมาณที่เขากำหนด น้ำต้องพอดีเลย เพราะถ้าให้มากเกินไปมันจะชื้น แต่เราไม่ต้องกลัวชื้น เพราะของเราตากแดดทั้งวัน ของเราไม่กลัวฝน เพราะฝนที่ตกลงมาความเร็วของฝน ถ้าเกิดไม่ใช้ถุงคุมความเร็วของฝน มันจะกระแทกให้ใบแตก พอใบแตกเชื้อราก็จะเข้าต้นก็จะตาย แต่ความเร็วของฝนที่วิ่งมานี้ มาเจอมุ้งก่อนแตกซู่กลายมาเป็นหยดน้ำเล็กๆ ใบจะไม่แตก

Plant/11018_5_5.JPG

การสูญเสียของการปลูกบนคันดินมากกว่าสูญเสียในโรงเรือนอย่างแน่นอน แต่เราสามารถใช้พื้นที่บนหัวคันนา ซึ่งไม่สามารถทำอย่างอื่นได้ให้เกิดประโยชน์มากกว่าการปลูกพืชพวกตะไคร้พวกพืชสวนครัวทั่วไป แล้วการทำก็ไม่ยากเย็นอะไรเพราะว่าเมื่อเก็บผลผลิตหนึ่งครั้งคือหนึ่งลูกต่อหนึ่งต้นเรียบร้อยแล้ว กระถางก็จะถูกมาเทดินรวมกันเพื่อที่จะมาแต่งดินใหม่อีกครั้งหนึ่ง โดยการที่ใส่แกลบสดลงไป ใส่ขุยมะพร้าวทั้งแบบสับและขุยมะพร้าวแบบเป็นผงลงไป มีการวัดว่ามีเอ็นพีเคมากน้อยแค่ไหน มีการปรับว่าพีเอสที่ต้องการคืออะไร มีการแต่งกองดินทั้งหมดหลังจากที่เก็บผลผลิตของเมล่อนไปแล้วให้เหมาะสมอีกครั้งหนึ่ง ก่อนที่จะนำดินตัวนี้กลับไปปลูกในรุ่นต่อไป นี่คือสิ่งที่จะเหมาะกับพื้นที่ ไม่ได้ปรับปรุงพื้นที่ทั้งแผ่นที่มันเป็นดินไม่เหมาะสม แต่ปรับปรุงแค่เฉพาะดินที่ต้องการให้พืชกินเท่านั้น เป็นการลดต้นทุนตรงนี้ลงไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...