โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ซินแสเป็นหนึ่ง เปิดหมด! เล่าชีวิตตกต่ำเหลือเงินแค่ 50 โดนคนไล่หลังหวยลวงโลก

Khaosod

อัพเดต 20 มิ.ย. 2562 เวลา 11.33 น. • เผยแพร่ 20 มิ.ย. 2562 เวลา 11.33 น.

ซินแสเป็นหนึ่ง เปิดหมด! เล่าชีวิตตกต่ำเหลือเงินแค่ 50 โดนคนไล่หลังหวยลวงโลก

ซินแสเป็นหนึ่ง – หากเอ่ยชื่อ ซินแสเป็นหนึ่ง เชื่อว่าคงไม่มีใครไม่รู้จัก เพราะเขาเป็นซินแสที่ดาราดังหลายคนต่างใช้บริการในการปรึกษาเรื่องราวต่างๆ อีกทั้งยังเป็นซินแสที่ฮอตสุดๆ ถ้าใครจะดูดวงต้องจองคิวข้ามปีกันเลยทีเดียว

ล่าสุด ซินแสเป็นหนึ่ง มาเปิดใจผ่านทางรายการคุยแซ่บshow ทางช่อง one31 ที่มี พีเค ปิยะวัฒน์ และ ชมพู่ ก่อนบ่าย เป็นพิธีกร

เขาบอกว่าดูดวงแม่นมาก ดาราต้องแย่งคิวกันจริงไหม?
ซินแสเป็นหนึ่ง : จริงๆ ต้องบอกว่าแต่ละคนที่มาพี่ๆ น้องๆ มากกว่า ด้วยความแม่นเนี่ย อย่าใช่คำว่าแม่นเลย เราแนะนำแนวทางให้ทุกคนสบายใจ

ถ้าไม่ใช่ดาราคนธรรมดาต้องจองคิวข้ามปีจริงไหม?
ซินแสเป็นหนึ่ง : เรื่องการจองคิวคนจากปีที่แล้วจะได้มาดูในปีนี้ เพราะมันถูกจองข้ามปีอันนี้คือเรื่องจริง ปีนี้เรารับคิวเพื่อที่จะรันไว้ปีหน้าแล้ว

เห็นว่ามีถึงขั้นประมูลคิวกันจริงไหม?
ซินแสเป็นหนึ่ง : ไม่จริง ไปเอาข่าวมาจากไหน ไม่มีถึงขั้นประมูลไม่จริง

เห็นว่าก่อนจะเป็นชินแสเคยทำงานประจำในตำแหน่งใหญ่ในบริษัทโต?
ซินแสเป็นหนึ่ง : จริงๆ เราทำงานเป็นที่ปรึกษาด้านการขายและการตลาด วางแผนกลยุทธทั้งหมดในเรื่องของการตลาดเชิงรุก มันเป็นอาชีพที่เราทำมานานก่อนหน้าที่จะเป็นหมอดู เราก็จะวิเคราะห์ยอดขาย วิเคราะห์ว่าจะทำยังไงให้ยอดขายเราเกิดนั่นคืออาชีพของเรา ในอดีต จริงๆ ต้องบอกว่าเป็นคนขยัน อาจจะมีความสามารถ แต่ไม่มีวุฒิภาวะ เพราะวัยเด็ก เวลาประสบความสำเร็จตั้งแต่วัยรุ่นส่วนใหญ่จะขาดความนิ่งและประสบการณ์ ซึ่งในยุคนั้นเราอาจจะโตเร็วไปแล้วเมเนจเงินไม่เป็น อยากมี อยากได้ อยากเป็น ซื้อทุกสิ่งอย่าง จนสุดท้ายเราเจ๊ง เพราะว่าเราเมเนจชีวิตไม่เป็น

ตอนนั้นอาจารย์ทุ่มไปกับอะไรบ้าง?
ซินแสเป็นหนึ่ง : ในอดีตเราจะไปหมดกับสิ่งที่ไม่มีประโยชน์ อะไรก็ตามที่ทำให้ทุกคนมองว่าดูดี เราทำหมด ฉันเกินทุ่มกว่าๆ ก็เลยทุ่มอย่างเดียว ด้วยชีวิตเองก็เลยล้มเหลวจากสิ่งเหล่านี้ไม่เหลืออะไรเลย

ที่บอกว่าเปย์จนหมด ตอนนั้นรายได้เข้ามาเยอะขนาดไหน?
ซินแสเป็นหนึ่ง : ต้องบอกว่าเยอะมาก รวย รุ่งในยุคนั้น มันเยอะจนทำให้เราเปลี่ยนรถได้ ทำให้เราสามารถซื้ออะไรได้เยอะแยะมากมายในสมัยนั้น สุดท้ายพอวันที่มันปิดทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยเราไม่มีเงินเหลือเลย มีเงินอยู่ในตัว 50 บาทแล้วเราจะต้องไปยืมเพื่อนอีก 70 บาทเพื่อมาเข้าในแบงค์ให้ได้ 100 บาท แล้วกดออกมาคืนเพื่อนไป 50 บาท มันเกิดความผิดพลาดจากการวางแผนในชีวิต เราอยากจะฝากทุกคนว่าถ้าคุณมี คุณควรจะเก็บ ควรเมเนจให้ดี

ณ ตอนนั้นเป็นช่วง 20 ปีมาแล้ว มีบ้าน มีรถ เจออุปสรรค แต่ก็เจอคู่ชีวิตด้วยหรออาจารย์?
ซินแสเป็นหนึ่ง : ในจังหวะที่เราล้มเหลวไม่มีอะไรเลยตัดสินใจเข้ากรุงเทพฯ ติดต่อเพื่อนที่เขาเป็นช่างแต่งหน้า แล้วบอกเพื่อนว่าวันนี้ฉันล้มแล้วนะไม่มีเงินเหลือสักบาทฉันอยากขออาศัยอยู่ด้วย เพื่อนคนนี้บอกอาจารย์ว่าเป็นหนึ่งถ้ามึงจะขึ้นมาเนี่ย กูมีข้าวให้กินทุกมื้อนะแต่ไม่มีเงินให้มึงมึงจะมาไหม แต่ทุกคนที่เราโทรไปจะบอกว่าภรรยาไม่ให้มาบ้าง บ้านแน่นบ้าง แต่คนนี้บอกเราแบบนี้ เราเลยตัดสินใจว่าฉันจะดิ้นรนขึ้นมา ก็เลยมากรุงเทพฯ ปรากฎว่าด้วยความที่เรายังมีความดีหลงเหลืออยู่กับเพื่อนกับพี่หลายๆ คนก็เลยไปขอทำงานกับน้องคนนึงเป็นบริษัทเกี่ยวกับเว็บไซต์แล้วก็วางแผนอะไรก็ตาม เขาบอกโอเคพี่คนเดียวผมดูแลได้ เขาก็เลยให้อาจารย์ไปทำงานกับเขา แล้วอาจารย์ก็เอาความรู้ทั้งหมดมาวางแผนต่างๆ จนได้งานใหญ่มางานนึงเป็นงานที่ต้องลงภาคใต้ อาจารย์ก็เลยต้องฟอร์มทีมขึ้นมาอาจารย์ก็เลยประกาศรับสมัครงานก็มีคนนึงที่แตะตา ต้องใจ เราก็เลยนัดสัมภาษณ์ประมาณ ทุ่มครึ่ง ณ โรงแรมแห่งหนึ่ง สุดท้ายก็นั่งคุยกัน เรารู้สึกว่าเขามีอะไรดีนะ ก็เลยตัดสินใจรับไปทำงาน แล้วเขากำลังจะลุกกลับ ฉันบอกเดี๋ยวก่อนอยู่เป็นเพื่อนกันก่อนเดี๋ยวจะพาไปทานดริ้ง แล้วพอนั่งปุ๊บอยู่ๆ ฉันก็อยากร้องเพลงให้เขาฟัง เขาก็ตบมือให้ฉัน คือมันเป็นการเทสว่าเขาทนเราได้ไหม หลังจากนั้นเราก็ไปร่วมงานกัน อาจารย์ก็เล่าชีวิตให้เขาฟังหมดเลย จนเขารู้ว่าเราไม่มีที่อยู่ เขาเด็กกว่า 2 ปี

อาจารย์เคยเจ็บมาแล้ว อาจารย์ไม่กลัวหรอ?
ซินแสเป็นหนึ่ง : ตราบใดที่ผมยังมีอยู่ฉันก็ไม่กลัว เราจะกลัวทำไมในเมื่อชีวิตเราต้องเผชิญอะไรอีกหลายๆ อย่าง เจ็บกี่ครั้งก็ไม่เท่ากับการได้ลอง จนปิดจ๊อบงานประมาณ 2-3 เดือนได้ เขารู้ว่าเราไม่มีที่อยู่ เพราะเราไปอยู่กับเพื่อน พอหลังจากเสร็จงานเขาบอกเราว่าพี่ครับมาอยู่กับผมไหม จริงๆ เรารู้สึกดีกับเขาตลอดเวลาเดือนครึ่งแล้วละ เขาบอกว่าไม่ต้องกลัวนะมาอยู่กับเขาไม่ต้องเช่าบ้าน ไม่ต้องอะไรเลย เราก็ช่วยๆ กันไป

แล้วทำไมช่วงลำบากต้องหนีไปภูชี้ฟ้า?
ซินแสเป็นหนึ่ง :ช่วงนั้นเป็นจังหวะน้ำท่วมใหญ่ งานทุกอย่างยกเลิกหมด จากเงินที่เรามีน้อยนิด แล้วมีการซื้อรถเพื่อมาใช้ในจังหวะนั้นพอดี พอน้ำท่วมปุ๊บทุกอย่างพังหมด พอรถเสียเงินก็ไม่มี สุดท้ายเราต้องหนีน้ำ ทางคู่ชีวิตเขาบอกอาจารย์ว่าเราไปอยู่ภูเขาภูชี้ฟ้าไหมเขามีที่อยู่

ทำไมคุณซิ้นจุดประกายให้อาจารย์ดูดวง?
ซินแสเป็นหนึ่ง : พอวันนึงที่เราไปอยู่บนภูชี้ฟ้ารายได้ก็ไม่มี เงินก็ไม่เหลือ แล้วซิ้นเขาจะรู้ว่าเราชอบทำนาย ทายทัก เขาบอกว่าพี่มันจะถึงเวลาแล้วนะ เพราะตอนนี้ข้างบนมันไม่มีอะไรทำ ลองทำไหม แต่เราปฏิเสธเนื่องจากตัวเราเองเป็นนักการตลาด พอมาทำแบบนี้มันรับไม่ได้ จนสุดท้ายเขาบอกว่าให้พี่คิดดูเรามีความสามารถติดตัว อีกส่วนนึงคือการได้ช่วยคนถือว่าดีนะ

เราเลยตัดสินใจลุกขึ้นมา ตอนนั้นมีคอมพิวเตอร์เก่าอยู่ตัวนึง แล้วสัญญาณอินเตอร์เน็ตใช้ได้เดือนนึงก็เลยตัดสินใจมาโพสต์ว่าใครอยากดูลายเซ็น ใครอยากดูอะไรเนี่ยติดต่อเข้ามาได้เลย แล้วแต่จะให้ แล้วเราก็โพสต์ทั้งวันทั้งคืนก็ไม่มีใครเข้ามาเลย จนมีคนนึงเข้ามาบอกว่าอยากได้ลายเซ็น เราก็ทำให้เขาแล้วให้เลขบัญชีเขาไป เราบอกขอบคุณมากนะ 25 บาทโอนเข้ามา เราก็บอกว่าแล้วแต่จะให้ก็เลยคิดว่าไม่เป็นไร หลังจากนั้นก็มี 5 บาท 10 บาท โอนเข้ามาเรื่อยๆ จนสุดท้ายเรารู้สึกว่ามันไม่พอแล้วนะ รถจะต้องซ่อม ชีวิตยังต้องอยู่อะไรต่างๆ มันไม่ไหวแล้ว จนอาจารย์ไปเห็นกระดาษดรีมนึง แล้วมาปริ้นเป็นใบปลิวว่ารับดูลายเซ็น พอเช้ามาเราก็ลงไปในตัวเมืองเชียงราย เป็นถนนคนเดิน คนเยอะมากฉันหันไปเห็นป้าตั้งโต๊ะรับดูดวง ฉันน้ำตาตกเลยนะ ฉันจะไม่แย่งอาชีพเขาแน่ ซิ้นก็เอาใบปลิวไปเดินแจกเอง พอเช้ามาก็มีสายโทรเข้ามาบอกว่าได้รับใบปลิวอยากจะดูลายเซ็น เขาก็โอนเงินมาให้ 1,000 บาท มันได้ค่าอินเตอร์เน็ต ขอบคุณมากๆ เลย

แล้วพอมีชื่อเสียงคนก็มองว่าอาจารย์เพี้ยน?
ซินแสเป็นหนึ่ง : คำว่าเพี้ยนทุกคนที่ตามไอจีจะเห็นว่าใส่วิกมั้ง ร้องเพลงมั้ง เรามีความรู้สึกในแต่ละวัน เราทำให้ทุกคนทีความสุข ในรูปแบบของเรา

ทำไมตอนนั้นถึงไปช่วยพ่อค้าหวยกำมะลอ?
ซินแสเป็นหนึ่ง : เราเห็นเขาเป็นคนดี แล้วเห็นป้ายรวยปลอมอยู่ในร้านเขา แล้วลูกศิษย์บอกว่าเขาเป็นคนดีนะเอาป้ายจริงไปให้เขาหลากหลายรายการออกเรื่องราวของเขา เราเลยบอกว่าไม่เป็นไรถ้าเขาเป็นคนดีเราก็เอาป้ายของจริงไปให้เขาดีกว่า

แต่พอเรื่องจริงเปิดเผยอาจารย์โดนหนักมาก?
ซินแสเป็นหนึ่ง : เราโดนถล่มเลย แต่ต้องขอบคุณทุกๆ คน มันคือข้อผิดพลาดในชีวิต เรื่องคอมเมนต์เราแคร์ทุกคน ทุกข้อความที่เราได้รับ เราเสียใจมาก เรารู้สึกว่ามันแรงจริงๆ

เห็นว่าจุดนึงอยากจะเลิกเป็นหมอดู?

ซินแสเป็นหนึ่ง : จริงๆ ต้องบอกว่ามันเป็นเหตุการณ์ครั้งสำคัญในชีวิตที่เราเคยล้มมาแล้วครั้งนึง ตอนนั้นล้มในเรื่องธุรกิจ พอวันนี้เราล้ม เรามีความรู้สึกทั้งประเทศเนี่ยมันเกิดเหตุการณ์ความไม่เข้าใจเกิดขึ้น เสียใจมาก

เห็นว่าข่าวออกวันเดียวเจอด่ากลางงาน?
ซินแสเป็นหนึ่ง : หลังจากเกิดเรื่องก็มีงานใหญ่เราเลยโทรไปปรึกษาผู้ใหญ่ท่านนึงว่าพี่ ถ้าอาจารย์ยกเลิกงานจะเป็นยังไงบ้าง พี่เขาตอบกลับมาว่าเขายังไม่ยกเลิกเธอเลย เธอจะไปยกเลิกเขาทำไม เธอต้องสู้สิ ก็เลยตัดสินใจไป เรานั่งรถไปขอไปว่าอย่าให้มีอะไรมาปะทถเลย พอเดินเข้าไปมีคนกลุ่มนึงเดินสวนออกมาแล้วพูดใส่อาจารย์ว่าไม่ดูดวงตัวเองเลยหรอ คือน้ำตาตกในนะ

ซิ้น : ผมเดินไปบอกเขาว่าถ้าพี่ไม่ทำก็ได้ แต่ไม่จำเป็นต้องมีผมแล้ว ก็ไปเลย

ความรู้สึกเป็นยังไง?
ซินแสเป็นหนึ่ง : โดนระลอกที่หนักที่สุดในชีวิต เราต้องขึ้นไปอยู่บนเวทีท่ามกลางคนเป็นพันคน แล้วมาได้ยินกับสิ่งที่คนที่เรารักบอกว่าเจอเรื่องราวแบบนี้เราก็เลยตัดสินใจคว้าไมค์เลยแล้วเดินขึ้นเวทีทำให้ดีที่สุด

ติดตามรายการ คุยแซ่บShow ได้ทุกวันจันทร์-ศุกร์ 14.00-15.00น. ทางช่อง one31 Facebook Page : คุยแซ่บShow รับชมย้อนหลังได้ที่ Youtube Channel : Orange Mama

 

youtube
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...