โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

8 สิ่งที่ คุณพ่อคุณแม่ควรคิดก่อนโพสต์รูปลูกลงโซเซียลฯ

Mood of the Motherhood

เผยแพร่ 24 มิ.ย. 2562 เวลา 12.41 น. • Features

*การโพสต์รูปลูกลงโซเซียลฯ อาจจะเป็นเรื่องเป็นปกติสำหรับคุณพ่อคุณแม่ โดยเฉพาะในประเทศไทย ที่พ่อแม่นิยมใช้โซเชียลมีเดียเป็นช่องทางเผยแพร่ความน่ารักของลูกให้ญาติพี่น้องได้ชื่นชมโดยทั่วกัน *

ในขณะที่อีกหลายประเทศ มีการใช้กฎหมายคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของเด็ก เพื่อปกป้องสิทธิ์รวมไปถึงคุ้มครองความปลอดภัยให้กับเด็กๆ ที่ยังไม่สามารถปกป้องตัวเองจากการใช้โซเชียลมีเดียของพ่อแม่ได้

เช่น ประเทศเยอรมนี ห้ามพ่อแม่หรือผู้ปกครองเช็กอินว่าเด็ก (อายุ 0-14 ปี) อยู่ที่ไหนบนสื่อออนไลน์ ส่วนที่สหรัฐอเมริกาก็มีกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของเด็กในอินเทอร์เน็ตและที่ฝรั่งเศสห้ามโพสต์รูปส่วนตัวของผู้อื่นสู่สาธารณะ ผู้อื่นในกรณีรวมถึงการโพสต์รูปลูกโดยไม่ได้รับการยินยอม ถ้าตรวจสอบว่ามีความผิด มีโทษจำคุก 1 ปี ปรับเป็นเงิน 45,000 ยูโร หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 1,590,000 บาท

นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมเราถึงไม่ค่อยเห็นนักแสดงต่างประเทศโพสต์รูปลูกลงอินสตาแกรมหรือสื่อออนไลน์ต่างๆ

M.O.M เข้าใจดีว่าคุณพ่อคุณแม่ย่อมอยากใช้โซเซียลมีเดียเป็นเสมือนไดอารี่บันทึกความทรงจำ และแชร์ความน่ารักน่าเอ็นดูของลูก แต่อาจจะลืมคิดไปว่า การโพสต์รูปลูกแต่ละครั้ง อาจจะสร้างอันตรายให้ลูกคุณมากกว่าที่คิด

ดังนั้น ก่อนจะโพสต์รูปลูกทุกครั้ง เราอยากให้คุณพ่อคุณแม่ทบทวน 8 สิ่ง ที่จะช่วยปกป้องลูกน้อยจากภัยที่อาจเกิดจากการโพสต์รูปลงโซเชียลมีเดียมากขึ้น

1. ปิดโลเคชั่นก่อนโพสต์

ก่อนกดโพสต์รูปลูกลงเฟซบุ๊ก อินสตาแกรม ทวิตเตอร์ หรือสื่อออนไลน์ต่างๆ ลองเช็กสักหน่อยว่าคุณปิดการแสดงโลเคชั่นหรือยัง เพราะอาจมีผู้ไม่หวังดีคอยจับตาดูที่อยู่ โรงเรียน หรือแม้แต่สถานที่ที่คุณชอบพาลูกไปเช็กอิน เพื่อก่อเหตุร้ายได้ในภายหลัง

2. ไม่ตั้งค่าโพสต์รูปเป็นสาธารณะ

กรณีโพสต์รูปลงเฟซบุ๊ก พ่อแม่สามารถเลือกได้ว่าจะให้ใครเห็นสิ่งที่โพสต์ได้บ้าง ตัวเลือกที่พ่อแม่ไม่ควรเลือกเลยคือการเลือกโพสต์แบบสาธารณะ

ถ้าอยากแชร์ความน่ารักของลูกเอาไว้ดูกับญาติพี่น้องที่สนิทกันละก็ คุณพ่อคุณแม่ควรตั้งค่าระบุกลุ่มเพื่อนที่จะให้เห็นโพสต์ที่เกี่ยวข้องกับลูกได้ แต่ถ้าอยากเก็บความน่ารักของลูกเอาไว้ดูคนเดียว ก่อนโพสต์ก็อย่าลืมตั้งค่าเป็นเฉพาะฉัน ก็จะมีแต่คุณเท่านั้นที่เห็นโพสต์และถึงแม้ on this day ย้อนมากี่ปีๆ ก็จะมีคุณคนเดียวที่เห็นความน่ารักของลูกได้

3. งดโพสต์เรียลไทม์

นิสัยการใช้โซเซียลฯ ของแต่ละคนไม่เหมือนกัน บางคนชอบถ่ายปุ๊บโพสต์ปั๊บ แต่หากเป็นรูปที่มีลูกอยู่ด้วยแล้ว อยากจะขอให้คุณพ่อคุณแม่ใจเย็นลงสักหน่อย รอให้คุณและลูกออกจากสถานที่นั้นก่อนค่อยโพสต์รูปย้อนหลังก็ยังไม่สาย

4. ไม่โพสต์รูปลูกใส่ชุดนักเรียน

โรงเรียนเป็นหนึ่งในสถานที่ที่มีความเสี่ยงต่อการลักพาตัวเด็ก ดังนั้นการโพสต์รูปลูกในชุดนักเรียนทำให้ผู้ไม่หวังดี มีข้อมูลส่วนตัวของลูกมากขึ้น เพราะเพียงทราบว่าเรียนโรงเรียนอะไร ก็สามารถติดตามพฤติกรรมอื่นๆ ของเด็กได้ง่าย

5. ไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนตัวของลูกในโพสต์

คุณพ่อคุณแม่ไม่ควรเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวของลูกลงในอินเทอร์เน็ต ไม่ว่าจะเป็นเอกสารประจำตัวต่างๆ พาสปอร์ต บัตรประชาชน วันเดือนปีเกิด ขนมที่ลูกชอบกินหรือสถานที่ที่ลูกชอบไป

6. เขียนข้อความประกอบภาพด้วยถ้อยคำที่ให้เหมาะสมและเกียรติลูก

อย่าลืมว่าข้อความที่โพสต์ในอินเทอร์เน็ตสามารถคงอยู่ไปได้อีกนานเท่านาน แม้ว่าคุณอาจจะทำการแก้ไขหรือลบมันทิ้งไปแล้วก็ตาม  ดังนั้นคำบรรยายประกอบภาพหรือแม้แต่คอมเมนต์ที่ไม่เหมาะสมก็ไม่ควรให้ปรากฏอยู่ในโพสต์ที่เกี่ยวข้องกับลูกของเรา

7. ไม่โพสต์รูปลูกในท่าทางที่ไม่เหมาะสม

ทุกสิ่งที่ลูกทำในวัยเด็กย่อมเป็นสิ่งพ่อแม่อยากเก็บบันทึกไว้เป็นความทรงจำที่ดี แต่บางอิริยาบทของลูกที่คุณพ่อคุณแม่บันทึกไว้ในโซเชียลมีเดียอาจจะกลายเป็นเครื่องมือที่ย้อนกลับมาทำร้ายหรือทำให้ลูกอับอายในอนาคต

8. ไม่โพสต์รูปลูกที่ถ่ายคู่กับรถยนต์ของครอบครัว

การโพสต์รูปลูกคู่กับรถยนต์ของครอบครัวอาจจะดูเหมือนไม่อันตราย แต่ทางที่ดีควรสังเกตสักนิดว่ารูปที่ถ่ายนั้นไม่ได้ติดทะเบียนรถ จนผู้ไม่หวังดีอาจจะหาข้อมูลหรือติดตามมาจนถึงบ้านคุณได้

อ้างอิง

Amarinbabyandkids

Mthai

Isranews

Thepotential

Thaihealth

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...