โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เนเน่ – พรนับพัน พรเพ็ญพิพัฒน์: สาวไทยหัวใจแกร่ง เดินล่าฝันพันลี้แดนมังกร

BT Beartai

อัพเดต 30 มิ.ย. 2563 เวลา 13.28 น. • เผยแพร่ 29 มิ.ย. 2563 เวลา 18.00 น.
เนเน่ – พรนับพัน พรเพ็ญพิพัฒน์: สาวไทยหัวใจแกร่ง เดินล่าฝันพันลี้แดนมังกร

ในปี 1992 ก่อนเนเน่เกิด คุณพ่อของเนเน่ได้เดินทางไปทำงานที่เมืองกวางโจวประเทศจีนและได้นำเทปเพลงม้วนหนึ่งกลับมาที่เมืองไทยด้วย นั่นคือคาสเซ็ตของศิลปินสาว หยางหยูอิง ที่กำลังดังมากในตอนนั้น เนเน่เล่าว่าพ่อของเธอชอบหยางหยูอิงมาก จนได้มาเจอกับแม่ของเนเน่ที่มีใบหน้าสวยหากแต่แม่ของเนเน่ร้องเพลงไม่เก่งอย่างหยางหยูอิง และทำให้พ่อของเธอปรารถนาที่จะมีลูกสาวที่สวยและร้องเพลงเก่งเช่นเดียวกับหยางหยูอิง

เนเน่เล่าถึงเรื่องราวหยางหยูอิงที่ส่งผลกับชีวิตเธอในตอนที่เธอยังไม่เกิด ในรายการหนึ่งที่เมืองจีน

นั่นอาจเป็นจุดเริ่มต้นของโชคชะตาที่ไม่ธรรมดาของ เนเน่ – พรนับพัน พรเพ็ญพิพัฒน์ ในการเป็นซูเปอร์สตาร์ที่ไม่หยุดอยู่แค่ในประเทศเท่านั้น

แม้หลังจากเธอเกิดในปี 1997 ในช่วงปีใดไม่ชัดเจนที่คุณพ่อกับคุณแม่ของเธอตัดสินใจแยกกันอยู่ และทำให้คุณแม่ชุลีพรกลายเป็นซิงเกิลมัมที่เลี้ยงดูเนเน่เพียงลำพัง ต้องเป็นทั้งพ่อ แม่ พี่สาวและเพื่อนให้เนเน่ ในขณะที่คุณพ่อก็ไม่ได้ทอดทิ้งแต่ก็ส่งเงินให้ทางบ้านเนเน่อยู่เสมอ และมักติดต่อเป็นระยะ ทำให้เนเน่ยังคงรักทั้งคุณพ่อและคุณแม่ของเธอมาก เนเน่เล่าในครั้งหนึ่งว่าคุณพ่อทำธุรกิจส่วนตัวและเคยล้มละลายก่อนจะถีบตัวกลับมายืนได้อีกครั้ง ทำให้สถานะทางบ้านของเนเน่เองไม่ได้ร่ำรวยหรือมีอันจะกินแต่อย่างใด และอาจทำให้เธอเองเห็นคุณค่าของเงินรวมถึงความแข็งแกร่งในการตั้งใจหางานทำตั้งแต่ยังเด็กเพื่อมาช่วยเหลือทางบ้านของเธอเอง

ในรายการ Chuang 2020 ตอนที่ 9 คุณแม่และคุณพ่อของเนเน่ได้มาร่วมกันให้กำลังใจเนเน่ เป็นภาพที่เธออาจอยากเห็นมากกว่าการได้อันดับใด ๆ

คุณแม่ของเนเน่ในวัยสาวเคยมีโอกาสได้เล่นเอ็มวีอยู่บ้าง และมักเปิดเพลงสากลเวลาที่เดินทางไปไหนมาไหนกับเนเน่อยู่เสมอ และทำให้เธอสนใจร้องเพลงสากลตามตั้งแต่ยังเด็กแม้จะไม่เข้าใจความหมายก็ตาม แต่เมื่อมีโอกาสได้บอกคุณพ่อถึงความสนใจในการเป็นศิลปินก็กลับไม่ได้รับการสนับสนุนเพราะคุณพ่อที่ตอนนี้ได้ผ่านความลำบากมามาก จึงมองว่าศิลปินเป็นอาชีพที่ไม่มั่นคงพอ แต่นั่นก็ไม่ได้หยุดความฝันของเด็กหญิงเนเน่ เธอจึงต้องเก็บเงินที่คุณพ่อส่งให้ทุกเดือนไปแอบเรียนร้องเพลงเองตลอดช่วงอายุ 14 ปี

ด้วยกำลังทรัพย์ที่ไม่ได้มีมากมายจึงทำให้เนเน่เรียนร้องเพลงได้เท่าที่พอจะมีเงินเป็นครั้ง ๆ ไป เธอยังคงสนใจในการร้องเพลงสากลมาอย่างต่อเนื่อง และมีไอดอลอย่างบียอนเซ่, จัสติน บีเบอร์ หรือ อารีอาน่า แกรนเด เป็นต้นแบบ ซึ่งการที่เธอร้องเพลงสากลตั้งแต่ยังไม่เข้าใจความหมายเพียงใช้การเลียนเสียงก็อาจเป็นข้อดีที่ทำให้เธอสามารถฝึกฝนการร้องเพลงที่ไม่ใช่ภาษาแม่ได้หลากหลายในภายหลัง

แชนนอลยูทูบของเนเน่เคยคัฟเวอร์เพลง Best Part ซึ่งกลายเป็นเพลงที่เธอใช้โชว์ในรายการ Chuang 2020 ตอนที่ 1 และกลายเป็นที่จดจำในน้ำเสียงแสนหวาน

น่าสนใจว่าเธอมองไอดอลของเธอเป็นตัวอย่างในด้านใดด้านหนึ่ง อย่างเช่นเธอชอบบียอนเซ่ในแง่ที่เป็นไอดอลในด้านการร้องเพลง แต่อาจชอบจัสติน บีเบอร์ หรืออารีอาน่า แกรนเด เป็นไอดอลในด้านการเพอฟอร์แมนซ์บนเวที สะท้อนถึงว่าเธอสามารถมองแยกส่วนและสังเคราะห์ส่วนดีของแต่ละคนในการนำมาพัฒนาตนเองได้อย่างดี

ก้าวแรกสู่เส้นทางสตาร์

จนอายุ 15 ปี หลังจากเป็นตัวแทนประกวดร้องเพลงของโรงเรียนมาหลายเวที โอกาสบานแรกของเธอสู่วงการบันเทิงก็ได้เปิดขึ้น เมื่อเธอตัดสินใจสมัครรายการ ทรู อะคาเดมี่ แฟนเทเชีย ซีซัน 10 หรือ เอเอฟ 10 ทันทีที่อายุถึงเกณฑ์ ซึ่งทั้งนี้เพราะคุณแม่ชอบดูตั้้งแต่รุ่น 2-3 ในตอนนั้นเนเน่ก็ได้ฉายแววความเฉลียวฉลาดตั้งแต่เด็กด้วยการที่เธอไปออดิชั่นเอเอฟหลาย ๆ จังหวัดเพื่อให้ทีมงานจำหน้าได้ และมีสต็อกภาพเธอไว้ตัดต่อเยอะ ๆ ก็เป็นกลยุทธที่มาจากเด็กอายุ 14-15 ปีอย่างเนเน่จะทำได้ด้วยกำลังที่มี ก็อาจเพราะเธอต้องตั้งใจทำงานหาเงินเข้าบ้านตั้งแต่เด็กด้วย ดังที่เธอบอกผ่าน Q/A ในยูทูบแชนแนลส่วนตัวว่าเวลาส่วนใหญ่ของเธอคือการหางานและทำงาน จนไม่ค่อยมีเวลาเล่นโซเชียลบ่อย ๆ อย่างใครเขา

หลังจากออกจากบ้านเอเอฟมา เนเน่ก็ได้โอกาสทดลองงานแสดงอาชีพเป็นครั้งแรกผ่านละครสั้นเรื่อง ห้าห้องชีวิตเนรมิตนิสัย โดยตอนนั้นเธอต้องรับบท ตุ๊กตา เด็กสาวที่มีปมกับพ่อและต้องการสอบชิงทุนไปเมืองจีน และทำให้เธอต้องทั้งแสดงประกบกับดารารุ่นใหญ่และต้องจดจำบทภาษาจีนด้วยเวลาจำกัดก่อนถ่ายเพียง 2-3 วันเท่านั้น ด้วยว่าเธอมีพื้นฐานการเรียนภาษาจีนที่โรงเรียนบ้างแต่ก็ไม่ได้เชี่ยวชาญนัก ซึ่งก็สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามทุ่มเทในการทำงาน มีความจำที่ดีเลิศ และความไม่กลัวการเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ไม่ยอมเอาจุดอ่อนใดมาเป็นข้ออ้างในการที่จะไม่คว้าโอกาสที่เข้ามา ซึ่งบทของตุ๊กตาก็ตรงกับตัวเธออย่างไม่น่าเชื่อทั้งเรื่องของคุณพ่อ และการได้ไปล่าฝันที่เมืองจีนอยู่ในตอนนี้

ละครสั้นห้าห้องชีวิตเนรมิตนิสัย ที่เนเน่ต้องจำบทภาษาจีน เหมือนชะตาลิขติไว้เพราะต่อมาเธอก็ยังต้องจำบทภาษาเวียดนามเพื่อเล่นหนังเวียดนามจนมีฉายาว่า ภรรยาแห่งชาติเวียดนาม และในตอนนี้เธอก็ยังต้องจำภาษาจีนมากมายเพื่อสื่อสารและร้องเพลงในรายการ Chuang 2020 ด้วย เรียกว่าชีวิตเธอมีแต่โจทย์ยาก ๆ ให้ฝ่าฟัน

ตอนเด็กเนเน่มองว่าตัวเองไม่ได้มีหน้าตาน่ารักอะไร เพื่อน ๆ หรือรุ่นพี่มักชอบเรียกเธอว่าเหมือนเอเลียนบ้าง ยีราฟบ้าง ซึ่งด้วยนิสัยลุย ๆ รั่ว ๆ เฮฮาแบบผู้ชายเธอจึงไม่ได้คิดอะไรมากนัก ซึ่งก็อาจเป็นข้อดีที่ทำให้เธอสามารถผ่านดราม่าจากการบูลลี่ของชาวเน็ตหลายครั้งในชีวิตที่แต่ละครั้งก็หนัก ๆ ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะข้อกล่าวหาเรื่องทำตัวไม่เหมาะสมในตอนที่อยู่รายการเอเอฟ หรือเรื่องที่เธอถูกกล่าวหาว่าเป็นมือที่สามที่ทำให้ดาราเซเลบคนดังแยกทางกัน ซึ่งกาลเวลาก็ได้พิสูจน์แล้วว่าไม่เป็นความจริง อีกประการสำคัญก็ต้องชื่นชมไปที่คุณแม่ของเนเน่ที่เป็นเพื่อนคู่คิด และเป็นผู้ปกป้องเนเน่อยู่เสมออย่างที่เธอเคยบอกว่าคุณแม่จะเป็นคนคอยคุยตอบกับแฟนคลับ และเป็นคนช่วยกรองความเห็นแย่ ๆ ออกไป

ในรายการ Chuang 2020 ตอนที่ 9 ได้มีการนำภาพของแต่ละคนในวัยเด็กมาให้ทายกัน
การแสดงออกแบบจริงใจและนิสัยรั่ว ๆ ไม่คิดมากห่วงสวย ทำให้หน้าแปลก ๆ ตลก ๆ ของเนเน่มักถูกนำไปทำมีมอยู่เสมอ รีแอ็กชันของเธอทำให้เธอได้รับฉายา อีกวางซู ตามดาราเกาหลีสายฮาคนดังเลยทีเดียว

หากโชคชะตาของเนเน่ถูกกำหนดไว้ตั้งแต่วันที่คุณพ่อของเธอซื้อเทปของหยางหยูอิงกลับมาบ้าน ว่าวันหนึ่งลูกสาวของเขาจะเป็นซูเปอร์สตาร์ข้ามชาติ ซึ่งดูเหมือนฟ้าเป็นใจวาดเส้นทางไว้โดยตลอด แต่หากนึกให้ดีแต่ละเส้นที่ฟ้าวาดให้นั้นล้วนต้องการการพิสูจน์ที่เข้มข้นผ่านเด็กหญิงร่างบอบบางคนนี้อยู่เสมอ การโตมาโดยมีแค่คุณแม่เคียงข้าง ต้องตั้งใจหางานทำแต่เด็ก โตเกินตัว และความเฉลียวฉลาดเอาตัวรอด ก็เป็นภูมิให้เธอเข้มแข็งผ่านมรสุมร้าย ๆ ได้

แฟนชาวจีนต่างชื่นชมมากที่ครั้งหนึ่งเนเน่ตอบโต้คนที่มาถามเธอว่า “เธอจะใส่บราทำไมทั้งที่ไม่ค่อยมีหน้าอก?” ด้วยการถามกลับว่า “แล้วคุณจะมีศีรษะทำไมทั้งที่ข้างในไม่มีสมอง” สะท้อนความมั่นใจและฉลาดในการตอบของเธอ

ก้าวที่ 2 สู่ต่างแคว้นแดนเกิด

ความกล้าในการเอาตัวเองที่อายุน้อยที่สุดเข้าไปแข่งขันกับพี่ ๆ ในรายการเรียลลิตี้ระดับประเทศ ก็วัดพลังใจเกินตัวของเธอ เช่นเดียวกับการได้เป็นเกิร์ลกรุ๊ปในสังกัดค่ายใหญ่อย่างแกรมมี่ที่มีชื่อวงอย่าง Milkshake ที่ดูไม่ประสบความสำเร็จเท่าไรนักมีผลงานเพลงออกมาเพียงไม่กี่เพลงก่อนจางหายไป ตลอดจนการพยายามแคสต์งานจนได้เล่นในละครและหนังทั้งในไทยและต่างประเทศ อย่างรับเชิญในซีรีส์ คู่กัน (Together) ของ GMM25 ที่ทำให้แฟนชาวจีนคุ้นหน้า หรือหนังเวียดนามอย่าง Lat Mat 3: Ba Chang Khuyet (2018) ที่ทำให้เธอได้ฉายาภรรยาแห่งชาติของเวียดนาม

ภาพจากซีรีส์คู่กัน

ก็ล้วนเป็นประสบการณ์ทั้งสำเร็จและล้มเหลวที่ก่อร่างความแข็งแกร่งในจิตใจ จนแฟน ๆ รู้สึกได้ว่าเด็กสาวคนหนึ่งผ่านสิ่งเหล่านี้และยังมองไปยังปลายฝันได้อย่างไม่ย่อท้อได้อย่างไร ซึ่งก็เป็นสิ่งหนึ่งที่หลายคนรักและเคารพในตัวตนของเธอ มากกว่าแค่ชื่นชมในหน้าตาสะสวยหรือความสามารถในการร้องเพลงและเต้นเท่านั้น

ในวัย 17 ปี เนเน่เข้าเป็นเกิร์ลกรุ๊ปในสังกัดแกรมมี่นามว่า Milkshake มีเพลงที่ออกมา 2 เพลงคือ แห่ และ โจ๊ะ

ก้าวที่ 3 จากลูกหงส์ผลัดขนเป็นมังกร

“จะเป็นที่ 1 ที่3 หรือ 5 ฉันยอมรับได้หมด” คือคำตอบของเธอที่ต้องเผชิญหน้ากับการประกาศผลครั้งที่ 3 ในรายการ Chuang 2020 รายการคัดหาศิลปินเกิร์ลกรุ๊ปจีนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเวทีหนึ่งที่ต่อยอดมาจากรายการ Produce 101 อันโด่งดังของฝั่งเกาหลี ซึ่ง เนเน่ หรือ เจิ้งหน่ายซิน (Zheng Naixin) สำหรับแฟนชาวจีนได้เป็นสาวไทยคนเดียวที่เข้าร่วมในปีนี้ และด้วยความสามารถรอบด้านและเสียงร้องที่มีเสน่ห์จนกรรมการชื่นชม ตลอดจนความพยายามในการเรียนภาษาจีนด้วยเวลาเพียงไม่กี่เดือนแต่สามารถทำการแสดงได้อย่างดีก็ทำให้แฟน ๆ ต่างทุ่มใจให้ในความพยายามของเธอที่ยากแบบทวีคูณในการเป็นผู้เข้าแข่งขันต่างชาติในแดนมังกรและไม่มีฐานแฟนมากมายหรือสังกัดค่ายใหญ่ค่ายดัง ก็ทำให้เธอขึ้นไปได้ถึงอันดับ 3 ในการประกาศผลครั้งแรก และอันดับที่ 2 ในการประกาศผลครั้งที่ 2 จนเป็นที่ฮือฮาและจับตามองในสาวไทยหัวใจแกร่งคนนี้ว่าจะไปคว้าฝันต่างแดนได้ไกลแค่ไหน

เนเน่กับเพลง Poem ในรายการ Chuang 2020 ที่เธอต้องร้องเพลงสไตล์จีนโบราณที่คงยากสำหรับคนที่เพิ่งเรียนภาษจีนได้แค่ 2-3 เดือน แต่เนเน่ก็ยังทำได้ดี และยังแสดงให้เห็นด้านของการเป็น Leader ที่น่าจดจำด้วย เมื่อเธอปฏิเสธตำแหน่งเซ็นเตอร์และให้เพื่อน ๆ โหวตเลือกกัน โดยเธอขอเป็นคนคุมภาพรวมไม่ต้องเด่นก็ได้

และการประกาศผลครั้งที่ 3 ก็อาจทำให้แฟนคลับหลายคนที่รู้ผลอยู่ก่อนแล้วว่าอันดับเธอตกลงมาจากสัปดาห์ก่อนพอสมควร ก็ต่างอดเป็นห่วงจิตใจของเนเน่ไม่ได้ แต่สิ่งที่ทำเอาเราต้องสะเทือนใจไปกับเธอกลับมาจากช่วงหลังจากนั้นที่เธอรู้ว่าเธอตกมาอยู่อันดับ 5 แล้ว

“แต่ก่อนนี้ฉันอยากเป็นอันดับ 1 ฉันคิดถึงแต่ตัวเอง ไม่ได้คิดถึงพวกคุณ (แฟนคลับ) เลย ฉันขอโทษจริง ๆ ฉันไม่อยากให้พวกคุณต้องลำบากแล้ว ถ้าฉันไม่ได้เดบิวต์ไม่เป็นไร ไม่เป็นไรจริง ๆ (เริ่มร้องไห้) ฉันได้ยินเสียงพวกคุณแล้ว อันดับไม่ได้สำคัญที่สุดสำหรับฉันแล้ว พวกคุณไม่ต้องเหนื่อยเแล้ว พวกคุณคือสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับฉัน ฉันอยากให้พวกคุณพัก มันคือสิ่งที่ดีที่สุด”

ภาพจากรายการ Chuang 2020 ในการประกาศผลครั้งที่ 3

เราอาจเดาความคิดของเนเน่ได้ยากว่าเธอเปลี่ยนความคิดเช่นนี้เพราะอะไร เพราะเป็นกลยุทธหนึ่งของเธอในการเรียกคะแนนด้วยวิธีพูดแบบตรงข้ามหรือเปล่า หรือเป็นเพราะเธอท้อใจที่อันดับตกและรู้สึกว่าการต่อสู้ในรายการต่างบ้านต่างเมืองนั้นยากลำบากเกินไป

แต่หากใครที่ติดตามเนเน่มาแต่ต้นอาจจำได้ว่าครั้งหนึ่งในรายการเอเอฟ 10 เมื่อคุณแม่ชุลีพรมีโอกาสเข้าไปเยี่ยมเนเน่ในบ้าน สิ่งหนึ่งที่เนเน่กำชับกับคุณแม่อย่างมากคือ “แม่ไม่ต้องเอาเงินมาโหวตหนูนะ เก็บเงินไว้” จริง ๆ ถ้าใครติดตามเนเน่มานานพอจะรู้ว่าถึงเธอจะเฉลียวฉลาดทันคนทันเกม แต่ก็เป็นคนที่จริงใจและแสดงออกอย่างซื่อตรงมากที่สุดคนหนึ่ง โดยเฉพาะกับคนที่เธอรักยิ่งชีวิตอย่างคุณแม่เธอได้แต่พร่ำบอกว่า เก็บเงินไว้อย่าเอามาทุ่มให้ความฝันของหนู เพราะเธอผ่านความลำบากและรู้ค่าของเงินว่าสำคัญสำหรับบ้านเธอมากแค่ไหนที่สุดคนหนึ่ง

“แม่ไม่ต้องเอาเงินมาโหวตหนูนะ เก็บเงินไว้” เนเน่กับคุณแม่ครั้งที่อยู่ในรายการเอเอฟ 10

ครั้งนี้ก็เช่นกัน เพราะเธอเห็นแฟนคลับเป็นคนสำคัญหนึ่งในชีวิตของเธอ ไม่ต่างจากคนในครอบครัว เธอจึงไม่อยากให้คนที่เธอรักต้องเหนื่อยยากเพื่อเธออีกแล้ว ความคิดของเธอเปลี่ยนไปก็เพราะการได้มีตติ้งกับแฟนคลับที่ทำให้เธอได้สัมผัสแฟนคลับ ได้รับรู้ตัวตนของพวกเขาจริง ๆ ไม่ใช่เพียงอะไรสักอย่างที่อยู่หลังเลนส์ให้เธอสื่อสารในปราสาทของรายการมาตลอด เพราะเห็นคุณค่าของแฟนคลับในฐานะมนุษย์ที่ไม่ใช่ทุกคนจะร่ำรวยเหลือกินเหลือใช้ เธอจึงให้ความสำคัญกับพวกเขามากกว่าความฝันของเธอ เพราะสำหรับความฝันเธอมั่นใจว่าจะคว้ามาได้ด้วยกำลังและมันสมองของเธอได้นักสักวันอย่างที่เธอบอก

“ไม่ใช่วันนี้ ก็ต้องเป็นพรุ่งนี้ ไม่ก็เดือนหน้า ปีหน้า ไม่ก็ต้องเป็นสักวันหนึ่งข้างหน้า ที่ฉันจะเป็นซูเปอร์สตาร์อย่างแน่นอน”

ร่วมโหวตให้กำลังใจเนเน่ได้ในช่วงโค้งสุดท้ายของการแข่งขัน เพื่อส่งสาวไทยหัวใจแกร่งไปสู่ประตูฝันติด 1 ใน 7 อันดับที่ได้เดบิวต์ ได้โดยโหวตผ่านแอปพลิเคชันWeTV และช่องทางอื่น ๆ ได้แล้วถึงวันที่ 4 ก.ค. นี้ครับ

อ้างอิง
shorturl.at/psxJV
shorturl.at/cinyz
shorturl.at/fpTZ4
shorturl.at/juBEJ
shorturl.at/jltvH
shorturl.at/dzBY1
ภาพจากรายการ Chuang 2020
ภาพจากรายการ AF 10

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส

เนเน่ – พรนับพัน พรเพ็ญพิพัฒน์: สาวไทยหัวใจแกร่ง เดินล่าฝันพันลี้แดนมังกร
เนเน่ – พรนับพัน พรเพ็ญพิพัฒน์: สาวไทยหัวใจแกร่ง เดินล่าฝันพันลี้แดนมังกร
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...