โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อสังหาริมทรัพย์

Q2/64 "อัลติจูด ฟอเรส" เดินหน้าเปิดบ้านแบรนด์ใหม่ 2 ทำเลในเมือง

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 11 พ.ค. 2564 เวลา 15.50 น. • เผยแพร่ 11 พ.ค. 2564 เวลา 15.50 น.

“อัลติจูด ดีเวลลอปเม้นท์” เดินหน้าลงทุนไตามาส 2/64 เปิดบ้านเซ็กเมนต์ใหม่ “อัลติจูด ฟอเรส” มูลค่ารวม 998 ล้านบาท ตั้งการ์ดสูงรับมือโควิดจับมือ “คีนน์” พัฒนาที่อยู่อาศัยไฮจีนิก โฮม และคอมมูนิตี้ (HYGIENIC HOME & COMMUNITY) ในโครงการอัลติจูด ซิมโฟนี เจริญกรุง 

วันที่ 11 พฤษภาคม 2564 นายชยพล หรรรุ่งโรจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อัลติจูด ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ภายใต้แบรนด์ ALTITUDE เปิดเผยว่า ไตรมาส 2/64 ยริษัทเตรียมเปิดตัวเซ็กเมนต์ใหม่ 2 โครงการ ได้แก่ 1. โครงการอัลติจูด ฟอเรสต์ รัชดา พรีเมียมทาวน์โฮม จำนวน 39 ยูนิต ราคาเริ่มต้น 15 ล้านบาท และ 2. โครงการอัลติจูด ฟอเรสต์ อารีย์-โมนูเมนต์ บ้านเดี่ยวระดับลักชัวรี่ 10 ยูนิต ราคาเริ่มต้น 28 ล้านบาท รวมมูลค่าทั้ง 2 โครงการ 998 ล้านบาท

สำหรับคอนเซ็ปต์การออกแบบโครงการใช้หลักจิตวิทยาในการสร้างบ้าน เพื่อเจาะลูกค้ากลุ่ม “ยูนีค” (UNIQUE) ตอบโจทย์ความเป็นเอกลักษณ์ของผู้อยู่อาศัย และให้ความสำคัญกับความยั่งยืนทุกแง่มุมของการใช้ชีวิต 

ประกอบด้วย 1. MIND-SPACE พื้นที่ว่างเปล่า “พื้นที่ที่ให้ทุกวินาทีมีความหมาย” ให้คุณเติมเต็มด้วยจิตใจและเป็นตัวเองมากที่สุด 2. เทคโนโลยี GREENERY SPHERE เทคโนโลยีสะอาดหมุนเวียน พร้อมด้วยเทคโนโลยีความสะอาดหมุนเวียน นวัตกรรมไฮจีนิกโฮม (HYGIENIC HOME) และเทคโนโลยีอำนวยความสะดวกอีกมากมาย เพื่อการอยู่อาศัยที่ยั่งยืน 

ซึ่งมาพร้อมส่วนกลางที่เต็มอิ่มกับความสงบ โดยบ้านต้นไม้ที่ดีไซน์ด้วยกระจกทั้งหลังโอบล้อมต้นไม้ใหญ่ ดีไซน์ของบ้านที่ออกแบบมาอย่างเข้าใจทั้งทิศทางลม และการรับแสงแดดเป็นอย่างดี เป็นพื้นที่ที่ให้ลูกบ้านได้มาทำกิจกรรมร่วมกันในระยะยาว

ทั้งนี้ ช่วง 1 ปีที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันพฤติกรรมผู้ซื้ออสังหาริมทรัพย์ได้ปรับเปลี่ยนและเรียนรู้วิถีชีวิตแบบนาวนอร์มอล (NOW NORMAL) มีผลกระทบมาจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 และการผันเปลี่ยนเข้าสู่ยุคดิจิทัล ทำให้ผู้คนนิยมอยู่อาศัยในบ้านมากขึ้นและออกจากบ้านน้อยลงเพื่อลดความเสี่ยง บริษัทจึงพัฒนาบ้านไฮจีนิก โฮม และคอมมูนิตี้ (HYGIENIC HOME & COMMUNITY) เพื่อความปลอดภัยของผู้อยู่อาศัย ภายใต้แนวคิด EVERYONE CAN SAFE AT HOME 

โดยร่วมมือกับบริษัท คีนน์ ผู้นำนวัตกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อม พัฒนานวัตกรรมไฮจินิก โฮม ที่มีชื่อเสียงระดับโลกด้วยรางวัลเกียรติยศโดดเด่นในระดับอาเซียน โดยให้ “อัลติจูด ซิมโฟนี เจริญกรุง” เป็นโครงการนำร่องในการพัฒนา และนำไปใช้กับทุกโครงการที่กำลังก่อสร้าง

นายชยพลอัพเดตยอดขายโครงการด้วยว่า โครงการอัลติจูด คราฟ บางนา ซึ่งยอดขายแรงต่อเนื่องจากปลายปีที่ผ่านมา สร้างยอดขายในปัจจุบัน ณ สิ้นไตรมาส 1/64 รวมทั้งสิ้น 540 ล้านบาท พร้อมปิดโครงการโฮมออฟฟิศ พรูฟ พระราม 9 และบ้านเดี่ยว อัลติจูด มาสเตอรี่ พหลโยธิน 24 

และมีโปรเจ็กต์ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างและพร้อมอยู่พร้อมโอน 5 โครงการปลายปีนี้ ได้แก่ 1. โครงการอัลติจูด พรูฟ สาทร โฮมออฟฟิศ ปัจจุบัน sold out แล้ว, 2. โครงการอัลติจูด ซิมโฟนี เจริญกรุง luxury condominium ปัจจุบันมียอดขาย 60%

3. โครงการอัลติจูด ยูนิคอร์น สาทร-ท่าพระ ปัจจุบันมียอดขาย 60%, 4. โครงการอัลติจูด คราฟ บางนา ทาวน์โฮมโครงการใหม่ที่กำลังเริ่มพัฒนาอยู่ ซึ่งจะทยอยส่งมอบในไตรมาส 3 ไตรมาส 4 ปีนี้ และ 5. โครงการอัลติจูด มาสเตอรี่ สุขุมวิท ทั้งนี้ คาดว่าจะปิดยอดขายปลายปีนี้ให้ได้ตามเป้าหมาย 2,015 ล้านบาท

นอกจากนี้ เพื่อตอบรับสถานการณ์ในปัจจุบันที่โลกเกิดวิกฤตการแพร่ระบาดของโควิด-19 ตั้งแต่ปีที่ผ่านมา อัลติจูดได้ปรับกลยุทธ์การขายวิถีใหม่ “REAL LIVE 720 DEGREE” หรือ นวัตกรรมเรียลไลฟ์ 720 องศา ภายใต้แนวคิด ANYONE CAN BUY ANYWHERE & ANYTIME ซึ่งเป็นนวัตกรรมเยี่ยมชมโครงการที่สามารถสัมผัสประสบการณ์เสมือนจริง 720 องศา ทั้งการชมบ้านตัวอย่าง ชมส่วนกลางเสมือนจริงได้รอบทิศทาง และสามารถทำ POP UP SPACE ออกแบบบ้านตามไลฟ์สไตล์ที่ชอบด้วยตัวเอง นับเป็นการสร้างปรากฏการณ์ใหม่ของรูปแบบการขายให้ลูกค้าได้สัมผัสประสบการณ์ที่เหนือกว่าของการซื้อที่อยู่อาศัย

โดยนำร่องนวัตกรรมชมบ้านแบบเรียลไลฟ์ 720 องศา กับแบรนด์น้องใหม่ “อัลติจูด คราฟ บางนา” ซึ่งเปิดตัวเมื่อช่วงปลายปี 2563 ถือว่าประสบความสำเร็จในการขายก่อนเปิดโครงการจริง (EARLY BIRD) ด้วยยอดขายต่อเนื่องถึงปัจจุบันกว่า 540 ล้านบาท พร้อม SOLD OUT 125 ยูนิต ซึ่งเป็นการขายคละแบบบ้าน 3 แบบ จากทั้งหมด 402 ยูนิต ในโครงการ โดยมีมูลค่าโครงการรวม 1,469 ล้านบาท และเตรียมนำนวัตกรรมนี้ไปใช้กับทุกโครงการที่จะเปิดใหม่

ด้านนายขวัญชัย เจริญยิ่งถาวรชัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท อัลติจูด ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด กล่าวว่า จากการดำเนินธุรกิจด้วยกลยุทธ์ TURNKEY ASSET DEVELOPMENT ตั้งแต่ต้นปี 2563 เป็นต้นมา และใช้แนวคิด “CUSTOMIZE LIVING” ผ่านการสร้างโปรดักต์ เพื่อให้ผู้อยู่อาศัยสามารถปรับเปลี่ยนฟังก์ชั่นและดีไซน์ ให้เหมาะกับชีวิตที่สุด และช่วยให้นักลงทุนเพิ่มศักยภาพของสินทรัพย์ได้ จึงทำให้อัลติจูดประสบความสำเร็จในการสร้างยอดขายจากการรุกตลาดคอนโดมิเนียมและพรีเมียมทาวน์โฮม 

ล่าสุดเพื่อเสริมความแข็งแกร่งและวางเป้าหมายครอบคลุมทุกเซ็กเมนต์มากยิ่งขึ้น อัลติจูดจึงมีแผนรุกตลาดบ้านเดี่ยว และทาวน์โฮมในระดับราคาเริ่มต้น 10 ล้านบาทขึ้นไป ซึ่งเป็นระดับราคาที่มีดีมานด์ในตลาด และมีศักยภาพในการซื้อ ซึ่งเห็นได้จากความสำเร็จจากการปิดขายโฮมออฟฟิศอย่าง อัลติจูด พรูฟ พระราม 9 ในระดับราคา 13.9-17.9 ล้านบาท และบ้านเดี่ยว อัลติจูด มาสเตอรี่ พหลโยธิน ในระดับราคา 28 ล้านบาท

“ในปีนี้เป็นปีของตลาดของลูกค้าซื้ออยู่เอง โดยเฉพาะในเซ็กเมนต์ระดับบนราคาที่ผู้ซื้อมีศักยภาพตั้งแต่ 10 ล้านบาทขึ้นไป นับเป็นที่อยู่อาศัยที่ตอบโจทย์การซื้อเพื่ออยู่อาศัยอย่างแท้จริง อัลติจูดเชื่อมั่นว่า จากจุดเด่นและความแข็งแกร่งในการลด Pain Point และการช่วยลดต้นทุนการใช้ชีวิต ทั้งหมดมาจากความเข้าใจถึงความต้องการลูกค้าอย่างแท้จริงจนพัฒนาสินค้าได้อย่างตรงจุด สู่การออกแบบที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การอยู่อาศัยได้จริง” นายขวัญชัยกล่าว

สำหรับ Turnkey Asset Management เป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ที่เป็นจุดเด่นของอัลติจูด คือในตลาดมีกลุ่มคนที่เป็นแลนด์ลอร์ดที่มีที่ดินที่มีศักยภาพหรือสามารถพัฒนาได้ ซึ่งหลายคนอาจมีความคิดที่จะพัฒนาโครงการเองแต่ไม่เคยทำโครงการอสังหาริมทรัพย์ ไม่มีทีมงาน และไม่มีประสบการณ์ ทั้งนี้ โมเดล Turnkey Asset Management เป็นการเข้าไปบริหารจัดการหรือสร้างมูลค่าให้กับที่ดินนั้น 

ด้านสถานการณ์โควิดระลอก 3 ที่เกิดขึ้นนั้น เกิดในเดือนเมษายนซึ่งเป็นช่วง low season ของอสังหาฯ เพราะเป็นช่วงเทศกาลสงกรานต์ เมื่อเป็นช่วงสงกรานต์ประกอบกับมีโควิดระลอกใหม่ก็ทำให้ยอดขายไม่เป็นไปตามเป้าที่วางไว้ ส่วนการเปิดโครงการใหม่อาจจะเลื่อนจากไตรมาส 2 ไปเป็นไตรมาส 3 ทั้งนี้ อัลติจูดมีการเตรียมความพร้อมในการปรับตัวเพื่อรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าวมาตั้งแต่ปีที่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบการทำงาน หรือในส่วนที่เป็นไฮจีนิก โฮม 

นอกจากนี้ บริษัทมีแผนเข้าตลาดหลักทรัพย์ในปี 2565 จากเดิมที่ตั้งเป้า IPO ในปีนี้ แต่ด้วยสภาวะของตลาดทุนและสถานการณ์ปัจจุบัน จึงขยับเวลาออกไปอีก 1 ปี 

สำหรับตลาดแนวราบใจกลางเมือง นับว่าเป็นจุดเด่นของอัลติจูด และเป็นตลาดที่หาซัพพลายได้ค่อนข้างยาก เนื่องจากปกติแล้วที่ดินใจกลางเมืองมักจะพัฒนาเป็นคอนโดฯ ที่ดินที่จะสามารถพัฒนาเป็นโครงการแนวราบได้มีน้อยมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งทำเลอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิที่อัลติจูดพัฒนาโครงการอัลติจูด ฟอเรสต์ อารีย์-โมนูเมนต์ บ้านเดี่ยวระดับลักชัวรี่ 10 ยูนิต เพราะฉะนั้นจึงคิดว่าในยุคของโควิดเป็นยุคที่ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์จะต้องรีวิวแผนตัวเองทุก ๆ 3 เดือนเลยด้วยซ้ำ 

“สิ่งที่เราตกผลึกกับทีมงานของเราคือค้นพบว่า ในช่วงโควิด small is beautiful หมายความว่า เป็นโครงการไซซ์ที่ไม่ใหญ่แต่ขอให้เป็นทำเล 5 ดาว เป็นทำเลที่ดีจริง ๆ จะสามารถตอบสนองความต้องการของตลาดได้ เพราะว่าจริง ๆ แล้วทุก area ในประเทศมีเรียลดีมานด์อยู่แล้ว ถ้าเราทำโครงการไซซ์ไม่ได้ใหญ่เกินไป เราสามารถเปิดได้ทุกทำเลเลย แทนที่เราจะเปิดโครงการเดียวใหญ่ ๆ เราก็แยกออกมาเปิดเป็น 2-3 โครงการที่เล็กหน่อย จะทำให้ตลาดตอบดีมานด์ของมัน และสามารถไปได้ค่อนข้างดี” นายขวัญชัยกล่าว

“ตัวโปรดักต์เป็นเรื่องสำคัญ วันนี้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงข้อมูลทั้งหมดแล้วก็มีคู่เปรียบเทียบเยอะ มีโครงการคุณภาพจำนวนมาก ผมว่าการลงดีเทลของเราที่เราทำ เราไม่ได้จบงานที่สถาปนิกทำแล้วจบ แต่เราศึกษาถึงจิตวิทยาการอยู่อาศัยของผู้บริโภคร่วมกับพาร์ตเนอร์ต่าง ๆ แล้วก็พยายามทำโปรดักต์ให้ customise ให้ unique ที่แก่เพนพอยต์ให้ของชีวิตคนจริง ๆ ” นายชยพลกล่าวเพิ่มเติม

ด้านทิศทางที่อยู่อาศัยโดยรวมของปี 2564 จากเดิมที่เคยประมาณการเมื่อปีที่แล้วว่า ปีนี้จะเป็น positive เทียบกับปีที่แล้ว แต่เมื่อมีเหตุการณ์พลิกล็อกเกิดโควิดระลอกใหม่ในช่วงเมษายนที่ผ่านมา ฉะนั้นจึงมองว่าตลาดที่อยู่อาศัยปีนี้อาจโตกว่าปีที่แล้วไม่ถึง 10% ขณะเดียวกัน อีกหนึ่งปัจจัยที่เป็นกำลังบวก คือการผลักดันให้ต่างชาติสามารถซื้อที่อยู่อาศัยในเมืองไทยได้ หากเรื่องนี้มีผลออกมาเป็น positive ก็จะเสริมกำลังในตลาดอสังหาฯได้ค่อนข้างเยอะ 

ทั้งนี้ สถานการณ์ปัจจุบันอาจจะเร็วเกินไปสำหรับการเปิดคอนโดมิเนียม ดังนั้น อัลจิจูดอาจเปิดคอนโดฯใหม่ในปีหน้า ส่วนปีนี้โครงการที่จะเปิดตัวจะเป็นโครงการแนวราบ และมุ่งเน้นการโอนกรรมสิทธิ์คอนโดฯที่จะแล้วเสร็จ 2 โครงการในปีนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...