โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

โอปปาติกะ คืออะไร ตายแล้วจะมีความสามารถเหมือนในหนังไหม?

Tidhoo - ติดหู

อัพเดต 05 ส.ค. 2564 เวลา 03.54 น. • เผยแพร่ 05 ส.ค. 2564 เวลา 03.53 น. • Tidhoo

เมื่อราว 10 ปีก่อนมีหนังกระแสเรื่องหนึ่งชื่อ โอปปาติก เกิดอมตะ ที่พี่ชาคริต แย้มนามเล่น เป็นเรื่องของกลุ่มคนผู้มีพลังพิเศษหลังเสียชีวิต ส่วนทางศาสนาพุทธ โอปปาติกะ (บาลี อ่านว่า โอปะปาติกะ) หมายถึง ผู้เกิดผุดขึ้นโดยไม่ต้องอาศัยพ่อแม่ และโตเต็มตัวในทันใด ตามแต่อดีตกรรม ได้แก่ เทวดา พระพรหม สัตว์นรก เปรต อสูร

โอปปาติกะ

เป็นการกำเนิดของเหล่าสัตว์บางประเภทคือเมื่อสัตว์ได้ตายลง จุติจิตเกิดขึ้นก็เกิดขึ้นทันทีคือเป็นตัวผุดขึ้นทันที สมบูรณ์ทันที โตดั่งกับคนอายุ 16 ปี เป็นต้น โดยทั่วไปแล้ว มนุษย์จะต้องอยู่ในครรภ์ก่อนค่อยเป็นจุดเล็กๆ แล้วก็ค่อยๆ โตขึ้น นี่คือกำเนิดในครรภ์ แต่ถ้าเป็นหมู่สัตว์ที่เป็นโอปปาติกะ เมื่อสัตว์นั้นตายก็โตเป็นตัวขึ้นทันที ไม่ต้องรอให้โตดังนั้นจึงเป็นการเกิดขึ้นอย่างฉับพลัน ซึงสัตว์ที่เกิดเป็นโอปปาติกะก็จะเป็น เทวดาทั้งหมด คือเมื่อสัตว์ใดจะไปเกิดเป็นเทวดา เมื่อตายแล้วไปเกิดเป็นเทวดา ก็จะเป็นตัวโตผุดขึ้นทันที โดยฉับพลัน ไม่ต้องรอค่อยๆ โตหรืออยู่ในครรภ์ ในไข่แล้วค่อยๆ โตเรื่องย่อของหนัง โอปปาติกนั้น จะได้รับพลังพิเศษบางอย่างที่ทำให้มีความสามารถเก่งกาจเหนือคนอื่น ๆ หากแต่พลังพิเศษนั้นก็มีขีดจำกัดในการใช้ และจะค่อย ๆ หมดไป เมื่อสิ้นอายุขัยในที่สุด ศดก (นิรุตติ์ ศิริจรรยา) โอปปาติกตนหนึ่งที่ใช้ชีวิตอยู่กับความเชื่อของตนเอง ว่าจะสามารถเอาชนะความตายได้ด้วยการเป็นอมตะ แต่อุปสรรคอย่างเดียวที่คอยขัดขวางไม่ให้ความต้องการของศดกเป็นจริงก็คือ จิรัสย์ (สมชาย เข็มกลัด) โอปปาติกอีกตนที่ใช้ชีวิตอยู่อย่างลึกลับ และดูอันตรายเกินไปที่ศดกจะวางใจให้ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันได้ส่วนการไปเกิดเป็นโอปปาติกะนั้นไม่มีความสามารถเหมือนในหนังอย่างแน่นอน เพราะนั่นคือการเอาแง่คิดของหลักศาสนาไปสร้างเพื่อความบันเทิงเท่านั้น

เครดิต – wikipedia , sahamongkolfilm

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...