โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

โลกอาลัย! ย้อนรอยชีวิต ดิเอโก มาราโดนา ตำนานลูกหนังตลอดกาลผู้ล่วงลับ

Khaosod

อัพเดต 25 พ.ย. 2563 เวลา 18.27 น. • เผยแพร่ 25 พ.ย. 2563 เวลา 18.03 น.

เปิดประวัติ ดิเอโก มาราโดนา สุดยอดนักฟุตบอลตลอดกาล ผู้มีวีรกรรมทั้งดีและร้ายมากมาย แต่เรื่องฝีเท้าได้รับการยกย่องว่าไม่เป็นรองใครในโลกทั้งสิ้น

“เสือเตี้ย”ดิเอโก มาราโดนา ได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในสุดยอดนักฟุตบอลตลอดกาลของโลกใบนี้ ไม่ใช่เพียงแค่ความสำเร็จในรูปแบบของแชมป์ต่างๆ แต่ยังเป็นลวดลายที่เจ้าตัวแสดงออกในสนาม รวมถึงสีสันการใช้ชีวิตด้วย

โดยมาราโดนาเป็นนักเตะจากอาร์เจนตินา ที่โลดแล่นทั้งในลีกบ้านเกิด หรือต่างแดนอย่างในสเปนและอิตาลี ถึงจะมีจุดด่างพร้อยเรื่องความประพฤติและวีรกรรมสุดแสบต่างๆ แต่ก็ไม่ทำให้ผู้คนลืมฝีเท้าอันเป็นเอกอุของเขาได้

มาราโดนาถือกำเนิดบนโลกแห่งนี้เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 1960 ที่กรุงบูเอโนสไอเรส ของอาร์เจนตินา เป็นลูกคนที่ 5 จากพี่น้องทั้งหมด 8 คน ในครอบครัวที่ยากจน จากนั้นเจ้าตัวได้รับลูกฟุตบอลเป็นของขวัญวันเกิด 3 ขวบ และนั่นเป็นจุดเริ่มต้นของความยิ่งใหญ่

เมื่ออายุได้ 10 ขวบ มาราโดนาเข้าร่วมทีมเยาวชนของอาร์เจนติโนส จูเนียร์ส ซึ่งเป็นหนึ่งในสโมสรใหญ่ของบ้านเกิด ก่อนจะแสดงความสุดยอดนำทีมไร้พ่ายถึง 136 แมตช์ติดต่อกัน ต่อมาในปี 1976 ได้รับสัญญาอาชีพจากสโมสร โดยที่อายุยังไม่ถึง 16 ปีเต็มด้วยซ้ำ

มาราโดนาเล่นให้อาร์เจนติโนสถึงปี 1980 ก็ย้ายสู่ทีมยักษ์ใหญ่ของชาติอีกรายอย่างโบคา จูเนียร์ส ซึ่งเจ้าตัวพาทีมคว้าแชมป์ลีกปี 1981 ได้สำเร็จ หลังจากนั้นจึงโบยบินสู่ยุโรปไปเล่นให้ “เจ้าบุญทุ่ม”บาร์เซโลนา แห่งสเปน

เส้นทางในยุโรป มาราโดนาอยู่กับบาร์เซโลนาในปี 1982-84 คว้าแชมป์ไป 3 รายการ จากนั้นเล่นกับ “อัซซูรา”นาโปลี ของอิตาลี ในช่วงปี 1984-91 พาทีมได้แชมป์ 5 รายการ และเจ้าตัวเป็นดั่งพระเจ้าของสโมสรแห่งนี้ ก่อนจะไปอยู่กับเซบียา ของสเปน ในปี 1992-93

จากนั้นมาราโดนาจึงกลับมาอาร์เจนตินาเพื่อเล่นกับนีเวลล์ส โอลด์ บอยส์ ในปี 1993-94 ก่อนจะเล่นให้โบคาอีกรอบในปี 1995-98 แล้วจึงแขวนสตั๊ด

ส่วนผลงานกับทีมชาติอาร์เจนตินา มาราโดนาเริ่มติดทีมชุดใหญ่ในปี 1977 และสิ้นสุดเส้นทางในปี 1994 เพราะเกิดเรื่องฉาว รวมแล้วลงเล่นในสีเสื้อ “ฟ้าขาว” ไปทั้งหมด 91 นัด ยิงได้ 34 ประตู

ช่วงเวลาที่ทั้งโลกจดจำเจ้าตัวได้ดีที่สุดหนีไม่พ้นฟุตบอลโลก 1986 ที่มาราโดนาแสดงความยอดเยี่ยมจนทีมได้แชมป์โลก เจ้าตัวคว้ารางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำการแข่งขัน และได้ตำแหน่งรองดาวซัลโวด้วย

รอบก่อนรองชนะเลิศฟุตบอลโลกคราวนั้น อาร์เจนตินาชนะอังกฤษ 2-1 มาราโดนาแสดงความเป็นทั้งพระเจ้าและซาตานออกมา หลังจากใช้มือที่เจ้าตัวเรียกว่า “หัตถ์พระเจ้า” ทำประตู จากนั้นพาบอลโซโล่จากครึ่งสนามฝ่าดงคู่แข่งเข้าไปแตะหลบนายทวารแล้วยิงตุงตาข่ายอย่างเหลือเชื่อ

จุดสิ้นสุดบนเส้นทางทีมชาติของมาราโดนาเกิดขึ้นในฟุตบอลโลก 1994 เมื่อเจ้าตัวถูกตรวจพบสารต้องห้ามในร่างกายระหว่างทัวร์นาเมนต์ จึงถูกฟีฟ่าลงโทษขับออกจากการแข่งขันทันที จากนั้นเจ้าตัวก็ไม่เคยกลับมาติดธงอีก

หลังจากเลิกเล่นฟุตบอลอาชีพ มาราโดนาก็ยังโลดแล่นอยู่ในวงการ โดยได้รับโอกาสเป็นกุนซือกับหลายสโมสร รวมถึงยังเคยได้คุมทีมชาติอาร์เจนตินาช่วงปี 2008-10 แต่ก็ไม่ได้มีความสำเร็จอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน

มาราโดนาที่ใช้ชีวิตอย่างสมบุกสมบัน ต้องเผชิญปัญหาสุขภาพบ่อยครั้ง รุนแรงถึงขั้นผ่านการรักษาปัญหาโรคหัวใจในปี 2000 และ 2004 นอกจากนี้ยังมีปัญหาเรื่องยาเสพติด ปัญหาการเงิน และปัญหาชีวิตครอบครัวปรากฏออกมาเรื่อยๆ

เมื่อวันที่ 30 ตุลาคมล่าสุด ผู้คนทั่วโลกเพิ่งพากันอวยพรวันเกิดให้กับมาราโดนา แต่ไม่กี่วันต่อมาตำนานรายนี้ต้องเข้ารับการผ่าตัดลิ่มเลือดในสมอง ซึ่งผลการผ่าตัดประสบความสำเร็จด้วยดี แต่เจ้าตัวยังต้องบำบัดอาการติดสุราต่อ

วันที่ 25 พฤศจิกายน 2020 ไม่มีใครคิดว่าจะได้รับรู้ข่าวช็อกโลก เมื่อมาราโดนาเกิดอาการหัวใจวายเฉียบพลัน เสียชีวิตที่บ้านพักในกรุงบูเอโนสไอเรส ด้วยวัย 60 ปี สร้างความเศร้าโศกเสียใจอย่างยิ่ง

มาราโดนาอาจไม่ได้มีแชมป์ติดมือมากมายอะไรนัก แต่ลวดลายที่เขารังสรรค์ในสนาม ทำให้ผู้คนต่างยกย่องด้วยความเต็มใจให้เป็นสุดยอดแข้งตลอดกาลของโลก ต่อให้ถกเถียงกันเช่นไร ชื่อของ “เสือเตี้ย” ก็ไม่มีทางหลุดเกิน 3 อันดับแรกเป็นอันขาด…

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...