โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

นายทุนยักไหล่ ถูกห้ามใช้อาคาร ติดตั้งลำโพง เรียกนกอัตโนมัติ ดังทั้งวัน

Khaosod

อัพเดต 15 พ.ย. 2563 เวลา 12.23 น. • เผยแพร่ 15 พ.ย. 2563 เวลา 12.23 น.

ชาวบ้านสุดทน ร้องเรียนทุกหน่วยงาน ยังแก้ปัญหาไม่ได้ นายหัวชาวใต้ ดัดแปลงอาคารพาณิชย์ ใช้เลี้ยงนกนางแอ่นเพื่อการค้า แม้ถูกติดป้ายห้าม ยังไม่สนใจ

วันที่ 15 พ.ย. 2563 นางปราณี พงษ์ตระกูล อายุ 70 ปี เจ้าของอาคารเลขที่ 37/172 ซอยสีฟ้า เปิดเผยว่า ตนได้เข้าแจ้งกับร.ต.อ.สมเกียรติ บุญมีจิว รองสว.(สอบสวน)สภ.เมืองพิษณุโลก เมื่อวันที่ 13 พ.ย. 63 ที่ผ่านมา เนื่องจากบริเวณที่พักอาศัยมีนายทุนจากภาคใต้มาซื้อตึกแถวติดกับผู้ตนเอง แล้วได้ดัดแปลงตัวอาคารใช้เลี้ยงนกนางแอ่น สร้างความเดือดร้อนให้กับผู้ที่อยู่อาศัย

นางปราณี กล่าวต่อว่า ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 21 ก.ย. 63 ชาวบ้านภายในซอยสีฟ้า ถนนเอกาทศรถ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.พิษณุโลก และชุมชนย่านถนนบรมไตรโลกนาถ ได้เข้ายื่นหนังสือร้องเรียนต่อศูนย์ดำรงธรรมจ.พิษณุโลก ว่ามีนายทุนมากว้านซื้ออาคารพาณิชย์หลายคูหา โดยต่อเติมอาคารจัดทำเป็นรังนกนางแอ่นเพื่อการค้า สร้างความเดือดร้อนรำคาญให้กับประชาชนที่อยู่อาศัยห้องติดกัน จึงเกรงว่าจะเกิดโรคติดต่อไข้หวัดนก ไข้สมองอักเสบ หรือไวรัสโควิด-19

เกาะติดข่าว กดติดตามไลน์ ข่าวสด

เพิ่มเพื่อน

นางปราณี กล่าวอีกว่า ต่อมาเมื่อเวลาประมาณ 17.00 น. วันที่ 12 พ.ย. 63 ได้มีกลุ่มคนประมาณ 10 คน ตะโกนข่มขู่ชาวบ้านว่าให้หยุดนร้องเรียนเรื่องนก จนเกิดความกลัวและเกรงว่าจะไม่ได้รับความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน จึงมาลงบันทึกไว้เป็นหลักฐาน ในส่วนศูนย์ดำรงธรรมจ.พิษณุโลก ได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมหารือเพื่อให้ผู้ประกอบการรังนกนางแอ่น ปรับปรุงแก้ไข 3 ประเด็น คือเรื่องส่งกลิ่นเหม็น เสียงลำโพงเรียกนกเข้ารัง และเสียงของนก

นางปราณี กล่าวต่อว่า ตนเป็นครูสอนโรงเรียนเอกชนที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่ง ส่วนสามีเป็นอดีตนายทหารยศพันเอก แต่ปัจจุบันตนและสามีป่วยเป็นมะเร็งทั้งคู่ ทำให้มีสุขภาพจิตไม่ดี เพราะมีเสียงเรียกนกดังตลอดทั้งวัน เจ้าห้องข้างเคียงเดือดร้อนกันไปหมด โดยในช่วงเวลาเย็นตั้งแต่เวลา 17.00 น. เป็นต้นไปจนถึงค่ำนกนางแอ่นจะบินเข้าไปในตึกเป็นจำนวนมาก ส่งเสียงดังไปทั่วบริเวณ ตลอดเวลาที่ผ่านมา ทางหน่วยงานรัฐยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาให้ประชาชนได้เลย

ทั้งนี้ผู้ว่าราชการจ.พิษณุโลก ได้มีคำสั่งมอบหมายให้ผอ.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจ.พิษณุโลก เป็นประธานกรรมการตรวจสอบแก้ไขให้เป็นไปตามกฎหมาย ซึ่งในทางกฎหมายรัฐบาลได้เปิดให้สัมปทานรังนกในถ้ำ แต่สำหรับบ้านนกยังไม่มีกฎหมายรองรับ โดยเฉพาะกลางชุมชนหนาแน่นที่มีผู้อยู่อาศัยจำนวนมาก ส่วน พ.ร.บ.สาธารณสุข มีการควบคุมระงับเหตุเดือดร้อนรำคาญประชาชน

นกนางแอ่นบินวนเวียนอยู่รอบอาคารพาณิชย์ ส่งเสียรบกวนไปทั่วบริเวณ

ต่อมาเมื่อวันที่ 5 ต.ค. 63 เจ้าหน้าที่เทศบาลนครพิษณุโลก ได้นำป้ายประกาศมาติดบริเวณด้านหน้าอาคารพาณิชย์ทั้ง 2 คูหาภายในซอยสีฟ้า คืออาคารเลขที่ 37/171 และอาคารเลขที่ 37/149 มีข้อความระบุว่า "ห้ามใช้อาคาร" ซึ่งอาจเป็นภยันตรายตามมาตรา 40 วรรคหนึ่งหรือมาตรา 41 วรรคหนึ่ง กรณีก่อสร้างดัดแปลงเคลื่อนย้าย หรือรื้อถอนอาคาร พร้อมทั้งนำเอกสารคำสั่งมาปิดไว้หน้าอาคารอีกด้วย

แต่นายทุนเจ้าของตึกเลขที่ 57-58-59 ถนนบรมไตร ได้ฝ่าฝืนเข้าไปภายใน และดึงหนังคำสั่งของทางเทศบาลนครทิ้ง อีกทั้งยังมีการติดตั้งกล้องวงจรปิดทั้งด้านที่นกเข้ารัง และด้านหน้าอาคาร เพื่อดูความเคลื่อนผู้ที่จะมารบกวนนกนางแอ่น ตลอดจนติดตั้งระบบเสียงเรียกนกอัตโนมัติ คาดว่าถูกควบคุมโดยรีโมทคอนโทรลระบบอัตโนมัติ ที่มีเสียงเรียกดังตลอดทั้งวัน

ด้านหลังอาคารมีการดัดแปลงเพื่อใช้เลี้ยงนก และติดลำโพง(มุมซ้ายบน) เรียกนกเข้ารัง

ด้านนายอธิปไตย ไกรราช ผอ.กลุ่มงานศูนย์ดำรงธรรมจ.พิษณุโลก กล่าวว่า ภายหลังจากการรับเรื่องราวร้องทุกข์จากประชาชนย่านซอยสีฟ้า ถนนเอกาทศรถ และย่านถนนบรมไตรโลกนารถ อีก 3 คูหา ผู้ว่าราชการการจ.พิษณุโลก ได้มอบหมายให้ผอ.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานคณะกรรมการตรวจสอบแก้ไขเรื่องร้องเรียนให้เป็นไปตามกฎหมายแล้ว

นายธีรัชสิทธิ์ วงศ์วาน ผอ.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจ.พิษณุโลก และประธานคณะกรรมการตรวจสอบแก้ไขเรื่องร้องเรียน กล่าวว่า ซึ่งจะต้องเรียกประชุมคณะกรรมการฯ หลังจากได้ทำหนังสือไปยังเจ้าของอาคารพาณิชย์ ให้มาปรับปรุงแก้ไข โดยมีกำหนดระยะเวลา 30 วัน เมื่อพ้นกำหนด หากเจ้าของอาคารดังกล่าว ไม่ดำเนินการจะสั่งการให้เทศบาลฯ แจ้งความดำเนินคดีตามกฎหมาย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...