ครบรอบ 1 ปี อุบัติไวรัส COVID-19 จากคนแรก สู่ผู้ติดเชื้อกว่า 50 ล้านราย เกิดอะไรขึ้นบ้างในรอบปีที่ผ่านมา?
คุณจำได้ไหมว่า คุณกำลังทำอะไรอยู่ ตอนที่มีประกาศการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสปริศนา เมื่อ 1 ปีก่อน? แล้วเชื้อไวรัสตัวนี้เปลี่ยนชีวิตคุณไปอย่างไร? มันเป็นเวลา 1 ปีที่ยาวนาน และแสนเจ็บปวด เชื้อไวรัสตัวนี้ได้เปลี่ยนวิถีชีวิตของมนุษยชาติไปอีกทาง ปัจจุบัน มันยังคงแพร่ระบาดอยู่ในหลายพื้นที่ของโลก The MATTER ขอพาทุกคนย้อนกลับไปดูจุดเริ่มต้นของเชื้อไวรัสปริศนาตัวนี้เมื่อปีก่อน จนกระทั่งมันได้ชื่อที่ถูกเรียกกันว่า COVID-19 ในปัจจุบัน กับผลลัพธ์ของโรค ที่เปลี่ยนโลกของเราไปตลอดกาล . กรณีผู้ติดเชื้อรายแรกจากเชื้อไวรัสปริศนาตัวนี้ เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน ค.ศ.2019 จากรายงานของสำนักข่าว The South China Post ว่า รัฐบาลจีนได้ปกปิดรายงานกรณีผู้ติดเชื้อปริศนา ที่สามารถระบุตัวตนได้อย่างน้อย 266 ราย ในเมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย พวกเขาเริ่มประกาศภาวะฉุกเฉิน 1 สัปดาห์ ภายหลังจากที่มีการเฝ้าระวังผู้ติดเชื้อชุดแรก ก่อนจะตามมาด้วยการประกาศปิดเมืองอู่ฮั่น ในวันที่ 23 มกราคม ค.ศ.2020 หรือภายหลังจากที่มีรายงานผู้ติดเชื้อชุดแรกกว่า 2 เดือน จนจากเมืองที่เคยคึกคักกลับกลายเป็นเสมือนเมืองร้าง โดยรัฐบาลจีนสั่งปิดเมืองอู่ฮั่นเป็นเวลารวม 76 วัน BBC รายงานเพิ่มเติมว่า ปัจจุบัน คนจากเมืองอู่ฮั่นสามารถเดินทางไปในส่วนอื่นๆ ของประเทศได้แล้ว . The South China Post ยังได้รายงานอีกว่า ผู้ติดเชื้อไวรัส COVID-19 คนแรก คือ ชาย วัย 55 ปี จากมณฑลหูเป่ย ภายหลังจากวันแรกที่พบผู้ติดเชื้อ มีผู้ติดเชื้อใหม่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ วันละ 5 ราย จนกระทั่งวันที่ 30 ธันวาคม ค.ศ.2019 มีเลขยืนยันผู้ติดเชื้อสะสมไปแล้วกว่า 60 ราย ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกันกับเทศกาลตรุษจีน ที่พวกเขาได้เดินทางไปทั่วประเทศ รวมถึงทั่วโลก เพื่อเยี่ยมเยียนญาติพี่น้องในเทศกาลประจำปีอันแสนอบอุ่น โดยที่ไม่รู้เลยว่า เชื้อไวรัสตัวนี้ได้แฝงอยู่ในร่างกายของพวกเขา เพื่อรอวันแพร่เชื้อ และค่อยๆ บ่งอาการอันทรมาณของโรคออกมา . จากรายงานของ The Guardian ระบุว่า มีผู้ติดเชื้อยืนยันในจีนตั้งแต่พฤศจิกายนปีก่อน จนถึงปัจจุบันประมาณ 81,000 ราย มีผู้เสียชีวิตประมาณ 4,000 ราย โดยส่วนใหญ่เป็นประชาชนในเขตมณฑลหูเป่ย รัฐบาลจีนได้ส่งรายงานการติดเชื้อไปยังองค์การอนามัยโลก (World Health Organisation) หรือ WHO ยืนยันผู้ป่วยที่ตรวจพบโรคครั้งแรกในวันที่ 8 ธันวาคม ค.ศ.2019 หรือประมาณเกือบ 3 สัปดาห์ หลังจากมีผู้ติดเชื้อรายแรก . หากนึกย้อนไป ทุกคนคงจำคุณหมอคนหนึ่งในจีนที่ออกมาเตือนว่าจีนกำลังมีโรคระบาดร้ายแรงปริศนาเกิดขึ้นใหม่ได้ The MATTER ได้เคยนำเสนอเรื่องราวของ หลี่ เหวินเหลียง (Li Wenliang) จักษุแพทย์ชาวจีน ชายคนแรกที่ออกมาเตือนโรคระบาดดังกล่าวว่า มันสามารถติดเชื้อกันจากคนสู่คนได้ ก่อนที่เขาจะถูกตำรวจจีนควบคุมตัวในข้อหาเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารที่ทำให้เกิดความตื่นตระหนก จนสุดท้าย เมื่อวันที่ 21 มกราคม ค.ศ.2020 รัฐบาลจีนจึงออกมายอมรับว่า สิ่งที่ หลี่ พูดเป็นความจริง หลี่ เสียชีวิตในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ผู้คนบนโลกออนไลน์ของจีน ได้เข้าไปแสดงความเสียใจและโกรธแค้น จากการจากไปของหลี่บนเพจ Weibo ส่วนตัวของเขา . The Guardian ยังได้รายงานอีกว่า จากการวิเคราะห์รหัสพันธุกรรมของเชื้อไวรัสดังกล่าว นักวิทยาศาสตร์พบว่า พวกมันอาจมีจุดกำเนิดมาจากค้างคาว ซึ่งสอดคล้องกันกับแหล่งแพร่พันธุ์แรกของไวรัสที่ถูกสันนิษฐานว่าเกิดในตลาดขายอาหารทะเลและสัตว์ป่าในอู่ฮั่น แต่จนกระทั่งปัจจุบัน นักวิทยาศาสตร์ก็ยังไม่มั่นใจว่า เชื้อไวรัสดังกล่าวแพร่กระจายจากสัตว์เข้ามาสู่มนุษย์ได้อย่างไร โดยมีข้อสันนิษฐานหลักว่า เชื้อไวรัสอาจกระโดดข้ามจากสัตว์ต่างๆ อย่างค้างคาว ตัวนิ่ม และสัตว์อื่นๆ ไปมา จนมาลงเอยที่มนุษย์ในท้ายที่สุด . จากรายงานของไทยรัฐ ประเทศไทยตรวจพบผู้ติดเชื้อไวรัสยืนยันครั้งแรก ในวันที่ 12 มกราคม ค.ศ.2020 เป็นนักท่องเที่ยวหญิงชาวจีน ที่เดินทางมาจากเมืองอู่ฮั่น และตามมาด้วยคนไทยคนแรกซึ่งเป็นคนขับรถแท็กซี่ ที่ติดเชื้อไวรัส ในวันที่ 31 มกราคม ค.ศ.2020 จากนักท่องเที่ยวคนดังกล่าว จนรักษาตัวหายเป็นปรกติ ในวันที่ 5 กุมภาพันธ์ เลขติดเชื้อของไทยในช่วงแรกยังไม่แตะหลักร้อย แต่แล้ว จนกระทั่งวันที่ 1 มีนาคม ค.ศ.2020 ไทยก็มีผู้เสียชีวิตรายแรกจากเชื้อไวรัสตัวนี้ . The MATTER ได้เคยรายงานถึงความรุนแรงของการแพร่ระบาดและผลกระทบที่ทุกคนได้รับ โดยแรกเริ่มจากการที่ประชาชนต้องกักตัวอยู่บ้าน work from home งดการพบปะสังสรรค์ และทำ social distancing จากนโยายของภาครัฐ ‘กินร้อน ช้อนกู ถูสบู่ อยู่ห่างกัน’ เป็นเวลาร่วมหลายเดือน ปัญหาการแพร่ระบาดไม่ได้ส่งผลแค่ในระดับเศรษฐกิจหรือวิถีชีวิตประจำวันของเรา ที่ต้องเปลี่ยนไปอย่างหน้ามือเป็นหลังมือ แต่ปัญหาสภาพจิตใจของคนทุกคนก็มีอันจะถูกกระทบไปด้วย . เชื้อไวรัส COVID-19 ไม่ได้แพร่ระบาดแค่ในจีนและไทย แต่มันได้ลุกลามไปในทั่วทุกพื้นที่ของโลก โดยจากรายงานล่าสุดของ WHO ระบุว่า มีผู้ติดเชื้อยืนยันทั่วโลกแล้วกว่า 54 ล้านราย และเสียชีวิตกว่า 1.3 ล้านคนราย โดยเรียงอันดับตามประเทศที่มีผู้ติดเชื้อสะสมมากที่สุดได้แก่ สหรัฐฯ 10.9 ล้านราย อินเดีย 8.8 ล้านราย บราซิล 5.8 ล้านราย รัสเซีย 1.9 ล้านราย ฝรั่งเศส 1.9 ล้านราย สเปน 1.4 ล้านราย สหราชอาณาจักร 1.3 ล้านราย อาร์เจนตินา 1.3 ล้านราย และอิตาลี 1.2 ล้านราย เป็นต้น . ปัจจุบัน มีการค้นพบวัคซีนรักษาผู้ติดเชื้อจากไวรัส COVID-19 ของบริษัทไฟเซอร์ (Pfizer) ที่ได้ผลกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ และบริษัทโมเดอร์นา (Moderna) ที่ได้ผลกว่า 95 เปอร์เซ็นต์แล้ว แต่วัคซีนอาจใช้เวลาผลิตและจำหน่ายจ่ายแจกไปถึงทุกคนทั่วโลกอีกเป็นเวลาอย่างน้อยๆ 1 ปี อย่างไรก็ดี การค้นพบวัคซีนในครั้งนี้ ถือได้ว่าเป็นความหวังของมนุษยชาติ ที่จะได้หลุดพ้นจากช่วงเวลาแห่งความทุกข์โศกและสิ้นหวังยาวนานร่วมนับปี . . อ้างอิงจาก https://www.theguardian.com/…/first-covid-19-case… https://www.bbc.com/news/world-asia-china-52197054 https://www.scmp.com/…/coronavirus-chinas-first… https://www.theguardian.com/…/how-did-the-coronavirus… https://www.nature.com/articles/d41586-020-03165-9 https://thematter.co/…/conspiracy-theory-and…/109171 https://www.bbc.com/news/world-asia-china-53077072 https://www.thairath.co.th/news/society/1843259 https://thematter.co/…/when-will-covid19-be-over/106070 https://www.thairath.co.th/news/society/1796954 https://covid19.who.int/ https://www.bbc.com/news/health-54873105… https://www.bbc.com/news/health-54902908