โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ครบรอบ 1 ปี อุบัติไวรัส COVID-19 จากคนแรก สู่ผู้ติดเชื้อกว่า 50 ล้านราย เกิดอะไรขึ้นบ้างในรอบปีที่ผ่านมา?

The MATTER

เผยแพร่ 18 พ.ย. 2563 เวลา 06.27 น. • Brief

คุณจำได้ไหมว่า คุณกำลังทำอะไรอยู่ ตอนที่มีประกาศการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสปริศนา เมื่อ 1 ปีก่อน? แล้วเชื้อไวรัสตัวนี้เปลี่ยนชีวิตคุณไปอย่างไร? มันเป็นเวลา 1 ปีที่ยาวนาน และแสนเจ็บปวด เชื้อไวรัสตัวนี้ได้เปลี่ยนวิถีชีวิตของมนุษยชาติไปอีกทาง ปัจจุบัน มันยังคงแพร่ระบาดอยู่ในหลายพื้นที่ของโลก The MATTER ขอพาทุกคนย้อนกลับไปดูจุดเริ่มต้นของเชื้อไวรัสปริศนาตัวนี้เมื่อปีก่อน จนกระทั่งมันได้ชื่อที่ถูกเรียกกันว่า COVID-19 ในปัจจุบัน กับผลลัพธ์ของโรค ที่เปลี่ยนโลกของเราไปตลอดกาล . กรณีผู้ติดเชื้อรายแรกจากเชื้อไวรัสปริศนาตัวนี้ เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน ค.ศ.2019 จากรายงานของสำนักข่าว The South China Post ว่า รัฐบาลจีนได้ปกปิดรายงานกรณีผู้ติดเชื้อปริศนา ที่สามารถระบุตัวตนได้อย่างน้อย 266 ราย ในเมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย พวกเขาเริ่มประกาศภาวะฉุกเฉิน 1 สัปดาห์ ภายหลังจากที่มีการเฝ้าระวังผู้ติดเชื้อชุดแรก ก่อนจะตามมาด้วยการประกาศปิดเมืองอู่ฮั่น ในวันที่ 23 มกราคม ค.ศ.2020 หรือภายหลังจากที่มีรายงานผู้ติดเชื้อชุดแรกกว่า 2 เดือน จนจากเมืองที่เคยคึกคักกลับกลายเป็นเสมือนเมืองร้าง โดยรัฐบาลจีนสั่งปิดเมืองอู่ฮั่นเป็นเวลารวม 76 วัน BBC รายงานเพิ่มเติมว่า ปัจจุบัน คนจากเมืองอู่ฮั่นสามารถเดินทางไปในส่วนอื่นๆ ของประเทศได้แล้ว . The South China Post ยังได้รายงานอีกว่า ผู้ติดเชื้อไวรัส COVID-19 คนแรก คือ ชาย วัย 55 ปี จากมณฑลหูเป่ย ภายหลังจากวันแรกที่พบผู้ติดเชื้อ มีผู้ติดเชื้อใหม่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ วันละ 5 ราย จนกระทั่งวันที่ 30 ธันวาคม ค.ศ.2019 มีเลขยืนยันผู้ติดเชื้อสะสมไปแล้วกว่า 60 ราย ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกันกับเทศกาลตรุษจีน ที่พวกเขาได้เดินทางไปทั่วประเทศ รวมถึงทั่วโลก เพื่อเยี่ยมเยียนญาติพี่น้องในเทศกาลประจำปีอันแสนอบอุ่น โดยที่ไม่รู้เลยว่า เชื้อไวรัสตัวนี้ได้แฝงอยู่ในร่างกายของพวกเขา เพื่อรอวันแพร่เชื้อ และค่อยๆ บ่งอาการอันทรมาณของโรคออกมา . จากรายงานของ The Guardian ระบุว่า มีผู้ติดเชื้อยืนยันในจีนตั้งแต่พฤศจิกายนปีก่อน จนถึงปัจจุบันประมาณ 81,000 ราย มีผู้เสียชีวิตประมาณ 4,000 ราย โดยส่วนใหญ่เป็นประชาชนในเขตมณฑลหูเป่ย รัฐบาลจีนได้ส่งรายงานการติดเชื้อไปยังองค์การอนามัยโลก (World Health Organisation) หรือ WHO ยืนยันผู้ป่วยที่ตรวจพบโรคครั้งแรกในวันที่ 8 ธันวาคม ค.ศ.2019 หรือประมาณเกือบ 3 สัปดาห์ หลังจากมีผู้ติดเชื้อรายแรก . หากนึกย้อนไป ทุกคนคงจำคุณหมอคนหนึ่งในจีนที่ออกมาเตือนว่าจีนกำลังมีโรคระบาดร้ายแรงปริศนาเกิดขึ้นใหม่ได้ The MATTER ได้เคยนำเสนอเรื่องราวของ หลี่ เหวินเหลียง (Li Wenliang) จักษุแพทย์ชาวจีน ชายคนแรกที่ออกมาเตือนโรคระบาดดังกล่าวว่า มันสามารถติดเชื้อกันจากคนสู่คนได้ ก่อนที่เขาจะถูกตำรวจจีนควบคุมตัวในข้อหาเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารที่ทำให้เกิดความตื่นตระหนก จนสุดท้าย เมื่อวันที่ 21 มกราคม ค.ศ.2020 รัฐบาลจีนจึงออกมายอมรับว่า สิ่งที่ หลี่ พูดเป็นความจริง หลี่ เสียชีวิตในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ผู้คนบนโลกออนไลน์ของจีน ได้เข้าไปแสดงความเสียใจและโกรธแค้น จากการจากไปของหลี่บนเพจ Weibo ส่วนตัวของเขา . The Guardian ยังได้รายงานอีกว่า จากการวิเคราะห์รหัสพันธุกรรมของเชื้อไวรัสดังกล่าว นักวิทยาศาสตร์พบว่า พวกมันอาจมีจุดกำเนิดมาจากค้างคาว ซึ่งสอดคล้องกันกับแหล่งแพร่พันธุ์แรกของไวรัสที่ถูกสันนิษฐานว่าเกิดในตลาดขายอาหารทะเลและสัตว์ป่าในอู่ฮั่น แต่จนกระทั่งปัจจุบัน นักวิทยาศาสตร์ก็ยังไม่มั่นใจว่า เชื้อไวรัสดังกล่าวแพร่กระจายจากสัตว์เข้ามาสู่มนุษย์ได้อย่างไร โดยมีข้อสันนิษฐานหลักว่า เชื้อไวรัสอาจกระโดดข้ามจากสัตว์ต่างๆ อย่างค้างคาว ตัวนิ่ม และสัตว์อื่นๆ ไปมา จนมาลงเอยที่มนุษย์ในท้ายที่สุด . จากรายงานของไทยรัฐ ประเทศไทยตรวจพบผู้ติดเชื้อไวรัสยืนยันครั้งแรก ในวันที่ 12 มกราคม ค.ศ.2020 เป็นนักท่องเที่ยวหญิงชาวจีน ที่เดินทางมาจากเมืองอู่ฮั่น และตามมาด้วยคนไทยคนแรกซึ่งเป็นคนขับรถแท็กซี่ ที่ติดเชื้อไวรัส ในวันที่ 31 มกราคม ค.ศ.2020 จากนักท่องเที่ยวคนดังกล่าว จนรักษาตัวหายเป็นปรกติ ในวันที่ 5 กุมภาพันธ์ เลขติดเชื้อของไทยในช่วงแรกยังไม่แตะหลักร้อย แต่แล้ว จนกระทั่งวันที่ 1 มีนาคม ค.ศ.2020 ไทยก็มีผู้เสียชีวิตรายแรกจากเชื้อไวรัสตัวนี้ . The MATTER ได้เคยรายงานถึงความรุนแรงของการแพร่ระบาดและผลกระทบที่ทุกคนได้รับ โดยแรกเริ่มจากการที่ประชาชนต้องกักตัวอยู่บ้าน work from home งดการพบปะสังสรรค์ และทำ social distancing จากนโยายของภาครัฐ ‘กินร้อน ช้อนกู ถูสบู่ อยู่ห่างกัน’ เป็นเวลาร่วมหลายเดือน ปัญหาการแพร่ระบาดไม่ได้ส่งผลแค่ในระดับเศรษฐกิจหรือวิถีชีวิตประจำวันของเรา ที่ต้องเปลี่ยนไปอย่างหน้ามือเป็นหลังมือ แต่ปัญหาสภาพจิตใจของคนทุกคนก็มีอันจะถูกกระทบไปด้วย . เชื้อไวรัส COVID-19 ไม่ได้แพร่ระบาดแค่ในจีนและไทย แต่มันได้ลุกลามไปในทั่วทุกพื้นที่ของโลก โดยจากรายงานล่าสุดของ WHO ระบุว่า มีผู้ติดเชื้อยืนยันทั่วโลกแล้วกว่า 54 ล้านราย และเสียชีวิตกว่า 1.3 ล้านคนราย โดยเรียงอันดับตามประเทศที่มีผู้ติดเชื้อสะสมมากที่สุดได้แก่ สหรัฐฯ 10.9 ล้านราย อินเดีย 8.8 ล้านราย บราซิล 5.8 ล้านราย รัสเซีย 1.9 ล้านราย ฝรั่งเศส 1.9 ล้านราย สเปน 1.4 ล้านราย สหราชอาณาจักร 1.3 ล้านราย อาร์เจนตินา 1.3 ล้านราย และอิตาลี 1.2 ล้านราย เป็นต้น . ปัจจุบัน มีการค้นพบวัคซีนรักษาผู้ติดเชื้อจากไวรัส COVID-19 ของบริษัทไฟเซอร์ (Pfizer) ที่ได้ผลกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ และบริษัทโมเดอร์นา (Moderna) ที่ได้ผลกว่า 95 เปอร์เซ็นต์แล้ว แต่วัคซีนอาจใช้เวลาผลิตและจำหน่ายจ่ายแจกไปถึงทุกคนทั่วโลกอีกเป็นเวลาอย่างน้อยๆ 1 ปี อย่างไรก็ดี การค้นพบวัคซีนในครั้งนี้ ถือได้ว่าเป็นความหวังของมนุษยชาติ ที่จะได้หลุดพ้นจากช่วงเวลาแห่งความทุกข์โศกและสิ้นหวังยาวนานร่วมนับปี . . อ้างอิงจาก https://www.theguardian.com/…/first-covid-19-case… https://www.bbc.com/news/world-asia-china-52197054 https://www.scmp.com/…/coronavirus-chinas-first… https://www.theguardian.com/…/how-did-the-coronavirus… https://www.nature.com/articles/d41586-020-03165-9 https://thematter.co/…/conspiracy-theory-and…/109171 https://www.bbc.com/news/world-asia-china-53077072 https://www.thairath.co.th/news/society/1843259 https://thematter.co/…/when-will-covid19-be-over/106070 https://www.thairath.co.th/news/society/1796954 https://covid19.who.int/ https://www.bbc.com/news/health-54873105… https://www.bbc.com/news/health-54902908

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...