โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

นักวิชาการ มธ. ตอบชัดกทม.น้ำจะท่วมหรือไม่ ชี้ปัจจัยเสี่ยงเดียวคือการจัดการน้ำ

Khaosod

อัพเดต 29 ก.ย 2564 เวลา 18.18 น. • เผยแพร่ 29 ก.ย 2564 เวลา 18.18 น.

นักวิชาการ มธ. ตอบชัดกทม.น้ำจะท่วมหรือไม่ ชี้ปัจจัยเสี่ยงเดียวคือการจัดการน้ำ แต่คาดสถานการณ์ไม่น่าจะรุนแรงเท่ากับปี 2554 

29 ก.ย. 2564 - ผศ.อาสาฬห์ สุวรรณฤทธิ์ คณบดีคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการผังเมือง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวถึงความกังวลต่อสถานการณ์น้ำของคนกรุงเทพมหานคร ว่าตัวชี้วัดที่จะบอกว่ากรุงเทพฯ จะน้ำท่วมหรือไม่ มีอยู่ด้วยกัน 3 เรื่อง

1.ปริมาณน้ำฝนในพื้นที่
2.ปริมาณน้ำหลากจากภาคกลางตอนบน
3.น้ำทะเลหนุน

ปัจจุบันปริมาณน้ำฝนยังอยู่ในเกณฑ์ใกล้เคียงค่าเฉลี่ยปกติ ปริมาณน้ำหลากยังไม่ได้มีมากเท่าปี 2554 และน้ำทะเลหนุนก็ยังไม่ใช่จังหวะที่จะสร้างผลกระทบรุนแรงแต่อย่างใด

แม้ว่าขณะนี้จะเป็นฤดูฝน มีฝนตกแทบทุกวัน แต่เมื่อพิจารณาจากสถิติของสำนักงานระบายน้ำกรุงเทพมหานคร ล่าสุดพบว่าฝนในเดือน ก.ย. ยังตกน้อยว่าค่าเฉลี่ยคาบ 30 ปี ส่วนระดับน้ำในคลองที่อยู่ในพื้นที่คันกั้นน้ำของ กทม. ก็ยังอยู่ในเกณฑ์ปกติ แม้น้ำในคลองนอกคันกั้นน้ำในบางจุดมีสูงขึ้นมาบ้างในระดับเตือนภัย เช่น ฝั่งตะวันออกบางจุดของกรุงเทพฯ ซึ่งสะท้อนว่ากำลังมีการบริหารจัดการน้ำในระดับภูมิภาคในลุ่มน้ำภาคกลางอยู่

สำหรับปริมาณน้ำหลาก แม้ว่าช่วงนี้จะมีน้ำท่วมทางภาคเหนือ และภาคกลางตอนบน แต่ปริมาณน้ำยังไม่มากเท่ากับปี 2554 อัตราการไหลของน้ำที่สถานีแม่น้ำเจ้าพระยา ที่ อ.เมือง จ.นครสวรรค์ ในเดือน ก.ย. 2554 มีอัตรากว่า 4,335 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวินาที แต่ปัจจุบันอยู่ที่ 2,400 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ถือว่าน้อยกว่าอยู่มาก

ผศ.อาสาฬห์ กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงของปี 2564 ไม่ใช่ปัจจัยทางธรรมชาติเรื่องน้ำอย่างเดียว ยังมีปัจจัยเรื่องของการใช้ประโยชน์ที่ดิน การปรับเปลี่ยนผังเมืองควบคู่ไปกับยุทธศาสตร์การบริหารจัดการน้ำ ซึ่งถือเป็นตัวแปรสำคัญ เนื่องจาก 10 ปีที่ผ่านมา การพัฒนาเมืองขยายตัวเพิ่มขึ้น มีการพัฒนาแถบชานเมือง ทำให้พื้นที่รองรับน้ำได้เองตามธรรมชาติ เช่น ทุ่งหญ้า หนองน้ำ เกษตรกรรม หายไป พื้นที่ชานเมืองที่มีการพัฒนาตัดถนน พื้นที่พัฒนาเมือง หมู่บ้านจัดสรร เสี่ยงน้ำท่วมขังง่ายขึ้น นานขึ้น เสี่ยงที่น้ำจะท่วมขังเพราะน้ำไม่มีทางไหลไปไหน

ถ้าไม่มีพายุเข้ามาเติมน้ำทางภาคเหนือและภาคกลางตอนบน ก็คาดว่าสถานการณ์จะไม่รุนแรงเท่ากับปี 2554 แต่ก็ไม่มีใครบอกได้ว่าเดือนตุลาคมสถานการณ์จะเป็นอย่างไร คงต้องจับตาดูพายุที่จะเข้ามาต่อไป สำหรับเขตพื้นที่กรุงเทพฯ เชื่อว่าจะยังพอควบคุมได้ เพราะกทม.มีระบบป้องกันน้ำหลาก ที่ออกแบบไว้พอสมควร ฉะนั้นความเสี่ยงเดียวที่ กรุงเทพฯ จะท่วมก็คือ บริหารจัดการไม่ดี แต่ก็เป็นเพียงการท่วมขังหรือที่มักเรียกกันว่า “น้ำรอระบาย” ซึ่งเกิดจากระบบระบายน้ำไม่ได้บำรุงรักษา มีขยะไปอุดตัด ทำให้น้ำไหลช้า เป็นคำถามว่า ขณะนี้ กทม.รับมือกับเรื่องการจัดการระบบระบายน้ำพื้นฐานอย่างไร

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...