โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

ถูกใจชาวสวนยาง! มติครม.ประกันราคายางแผ่นคุณภาพดี 60 บาทต่อ กก.

เส้นทางเศรษฐี

อัพเดต 16 ต.ค. 2562 เวลา 06.54 น. • เผยแพร่ 16 ต.ค. 2562 เวลา 05.02 น.

ถูกใจชาวสวนยาง! มติครม.ประกันราคายางแผ่นคุณภาพดี 60 บาทต่อ กก.

เมื่อวานนี้ (15 ต.ค.) ดร.รัชดา​ ธนาดิเรก​ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี​ แถลงผลการประชุม ครม. ว่า​มีมติเห็นชอบโครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยางพารา โดยไฟเขียว​ 4 โครงการ หวังช่วยเกษตรกรชาวสวนยาง 1.4 ล้านคน พื้นที่ปลูกยางพารา 17 ล้านไร่ ให้มีรายได้แน่นอน โดยกำหนดราคาประกันยาง 3 ชนิด คือ 1. ยางแผ่นดิบคุณภาพดี ราคา กก.ละ 60 บาท 2. น้ำยางสด (DRC 100%) ราคา กก.ละ 57 บาท และ 3. ยางก้อนถ้วย (DRC 50%) ราคา กก.ละ 23 บาท นับตั้งแต่ ต.ค. 2562 ถึง มี.ค. 2563

สำหรับโครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยางพารา ระยะที่ 1 ใช้งบประมาณ 2.4 หมื่นล้านบาท กำหนดระยะเวลาประกันรายได้ 6 เดือน เริ่มตั้งแต่เดือนตุลาคม 2562 ถึงเดือนมีนาคม 2563 ตามที่คณะกรรมการการยางไทย (กยท.) ​เสนอ โดยมีนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์​ รองนายกรัฐมนตรี​ เป็นประธาน ทั้งนี้ เพื่อให้เกษตรกรชาวสวนยาง 1.4 ล้านคน มีรายได้ที่แน่นอน มีความมั่นคงในอาชีพเกษตรกรชาวสวนยาง ครอบคลุมพื้นที่ปลูกยางพารารวม 17 ล้านไร่

โดยการประกันรายได้ในยางพารามี 3 ชนิด คือ
1. ยางแผ่นดิบคุณภาพดี ราคา 60 บาทต่อกิโลกรัม
2. น้ำยางสด (DRC 100%) ราคา 57 บาทต่อกิโลกรัม
3. ยางก้อนถ้วย (DRC 50%) ราคา 23 บาทต่อกิโลกรัม

สำหรับเงื่อนไขการประกันรายได้ยางพารากำหนดปริมาณผลผลิตยางที่จะประกันรายได้อยู่ที่ 240 กก./ไร่/ปี หรือ 20 กก./ไร่/เดือน โดยแบ่งสัดส่วนรายได้ เจ้าของสวน ร้อยละ 60 และคนกรีดยาง ร้อยละ 40 สำหรับการจ่ายเงินประกันรายได้เกษตรกรกำหนดจ่ายให้เร็วขึ้นจากเดิมที่กำหนดจ่าย 2 เดือน 1 ครั้ง

ด้านเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ จะต้องขึ้นทะเบียนและแจ้งข้อมูลพื้นที่ปลูกยางกับการยางแห่งประเทศไทยก่อนวันที่ 12 สิงหาคม 2562 และเปิดโอกาสให้เกษตรกรชาวสวนยางแจ้งขึ้นทะเบียนเพิ่มเติมตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่การยางไทยกำหนด โดยเป็นสวนยางอายุ 7 ปีขึ้นไปที่เปิดกรีดแล้ว สูงสุดรายละไม่เกิน 25 ไร่ การจ่ายเงินประกันรายได้เกษตรกรกำหนดจ่ายให้เร็วขึ้นจากเดิมที่กำหนดจ่าย 2 เดือน 1 ครั้ง โดยให้ ธ.ก.ส. โอนเงินเข้าบัญชีเกษตรกรชาวสวนยาง ดังนี้

จ่ายงวดที่หนึ่ง ระหว่างวันที่ 1 – 15 พฤศจิกายน 2562 2.ประกันรายได้เดือนธันวาคม 2562 – มกราคม 2563

จ่ายงวดที่สอง ระหว่างวันที่ 1 – 15 มกราคม 2563 3.ประกันรายได้เดือนกุมภาพันธ์ – มีนาคม 2563

จ่ายงวดที่สาม ระหว่างวันที่ 1 – 15 มีนาคม 2563 การแบ่งสัดส่วนรายได้ เจ้าของสวน 60% และคนกรีดยาง 40%

นอกจากนี้ ครม. ยังมีมติเห็นชอบอีก​ 4 โครงการ​ ประกอบด้วย
1.ขยายวงเงินสินเชื่อโครงการสนับสนุนสินเชื่อผู้ปะกอบการผลิตภัณฑ์ยาง วงเงิน 1.5 หมื่นล้านบาท โดยมีวัตถุประสงค์ สนับสนุนสินเชื่อให้ผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์ยางขยายกำลังผลิต หรือปรับเปลี่ยนเครื่องจักรการผลิต ให้มีการแปรรูปจากเดิมปีละ 60,000 ตันต่อปี เป็น 100,000 ตันต่อปี ระยะเวลาดำเนินโครงการระหว่างปี 2563 – 2569

2.ขยายระยะเวลาดำเนินการโครงการสนับสนุนสินเชื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนแก่ผู้ประกอบกิจการยางแห้ง ภายใต้วงเงิน 2 หมื่นล้านบาท ออกไปอีก 2 ปี คือ ตั้งแต่เดือนมกราคม 2563 ถึงเดือนธันวาคม 2564 โครงการนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อผลักดันราคายางให้สูงขึ้น หรือใกล้เคียงต้นทุนการผลิตของเกษตรกร ช่วยดูดซับยางออกจากระบบประมาณร้อยละ 11 ของผลผลิตยางแห้ง 3.5 แสนตัน จากผลผลิตยางแห้งทั้งปีประมาณ 3.2 ล้านตัน ผ่านกลไกการดำเนินการของผู้ประกอบกิจการยางแห้ง 

3.ขยายระยะเวลาโครงการสนับสนุนสินเชื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนแก่สถาบันเกษตรกรเพื่อให้ช่วยรวบรวมยาง วงเงิน 10,000 ล้านบาท ไปอีก 4 ปี ตั้งแต่ 1 เมษาย 2563 – 31 มีนาคม 2567 โดยมีระยะเวลาจ่ายเงินกู้เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2563 ถึง 31 ธันวาคม 2566 และกำหนดระยะเวลาชำระคืนเงินกู้คราวละไม่เกิน 12 เดือน นับแต่วันที่กู้ แต่ต้องไม่เกินวันที่ 31 มีนาคม 2567

4.ขยายระยะเวลาและปรับปรุงวิธีการดำเนินงานโครงการส่งเสริมการใช้ยางของหน่วยงานภาครัฐ ออกไปอีก 3 ปี คือ ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2562 ถึงกันยายน 2565 และให้มีการปรับปรุง โดยแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารโครงการเพื่อกำกับดูแล กำหนดให้หน่วยงานภาครัฐใช้วัตถุดิบยางพาราหรือผลิตภัณฑ์ยางพาราที่มาจากเกษตรกรชาวสวนยางและสถาบันเกษตรชาวสวนยางที่ขึ้นทะเบียนกับการยางแห่งประเทศไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...